แฟ้มคดี
เป็นอีก 1 คดีสะเทือนขวัญ ที่เกิดจากฝีมือของคนในเครื่องแบบ
สำหรับกรณีที่น้องพลอย น.ส.พลอยนรินทร์ ผลิผล สาวโรงงาน หายตัวปริศนาไปร่วม 3 ปี
แม้ครอบครัวจะเพียรตามหา ไปร้องเรียนทุกที่ หลายหน่วยงาน รวมทั้งแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ด้วยความหวังว่าลูกสาวจะยังมีชีวิตอยู่
พร้อมส่งข้อมูลผู้ต้องสงสัยให้ตรวจสอบไปพร้อมกัน
แต่สิ่งที่ได้รับกลับไม่มีความคืบหน้า อีกทั้งยังต้องเผชิญกับการพูดจาไม่ให้เกียรติจากเจ้าหน้าที่
จนกระทั่งตัดสินใจนำเรื่องเข้าร้องเรียนต่อนายกฯ จึงกลายเป็นข่าวที่นำเสนอออกไปจนสังคมรับรู้กดดัน
นำมาซึ่งการติดตามจับกุม กดดัน จนกระทั่งอดีตสิบเอก ซึ่งเป็นแฟนเก่าของน้องพลอย ต้องโร่เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ทหาร
และเปิดปากรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือฆ่า ก่อนเอาศพไปเผานั่งยางอำพรางคดี
อ้างว่าสิ่งที่ทำลงไปก็เพราะรัก!??
- จับส.อ.อุ้มฆ่าน้องพลอย
เหตุการณ์นี้ปรากฏเป็นที่รับรู้ของสังคม เมื่อวันที่ 1 ส.ค. นางพัชรี ปั้นทอง พร้อม นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร ทนายความ เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. ที่ศูนย์บริการประชาชน ฝั่งสำนักงานก.พ. ตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล
เพื่อขอให้ช่วยจี้คดีเร่งติดตามจับกุม ส.อ.พลกฤต วิเศษ หรือเอส ผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็นคนอุ้ม น.ส.พลอยนรินทร์ ผลิผล ลูกสาวตนเมื่อ 3 ปีที่แล้ว
พร้อมระบุว่า ลูกสาวหายตัวไป ขณะเดินทางกลับจากที่ทำงาน เมื่อเดือนพ.ค. 2557 ซึ่งเชื่อว่าส.อ.พลกฤต มีส่วนเกี่ยวข้องแน่นอน เพราะมีวงจรปิดจับภาพว่า ส.อ.พลกฤต ซึ่งเป็นแฟนกับลูกสาวไปจอดรถดักรอแถวที่ทำงานลูก จากนั้นไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย
หนำซ้ำหลังจากที่ลูกสาวหายตัวไป ส.อ.พลกฤตก็หายไปด้วยเช่นกัน จนต้องไปแจ้งความที่สภ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยตำรวจได้ทำเรื่องขออนุมัติหมายจับจากศาล แต่ก็ไม่สามารถติดตามจับกุมตัวได้ จนเจ้าเอสขาดราชการจนถูกปลดออก
เมื่อติดต่อไปยังพ่อของนายเอส ซึ่งเป็นนายทหารยศพันเอก เพื่อขอให้ช่วยติดตามตัวลูกชาย ก็ไม่ได้รับความช่วยเหลือ จนเวลาผ่านมา 3 ปีกว่า ไม่รู้ว่าลูกจะมีชะตากรรมอย่างไร
เคยไปร้องเรียนหลายหน่วยงาน แต่ก็ไม่คืบหน้า จึงหวั่นเกรงว่าผู้ต้องสงสัยเป็นผู้มีอิทธิพล ทำให้คดีไม่คืบ ตำรวจที่ทำคดีก็บอกว่าหากอยากได้ลูกสาวคืน ก็ให้มาร้องเรียนสื่อมวลชน จึงตัดสินใจมายื่นเรื่องให้นายกฯ
เมื่อปรากฏเป็นข่าว การทำงานของเจ้าหน้าที่ก็มีความคืบหน้า ใช้เวลาเพียง 10 วัน ก็รู้แหล่งกบดานของไอ้เอส ว่าอยู่กับภรรยาคนปัจจุบันที่ อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา
จนกระทั่งวันที่ 11 ส.ค. พ.ต.อ.ภัทรภัทร นุชยวง ผกก.สส.บก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา นำหมายจับประสานพ.ต.อ.เชษฐา เชยชุ่ม ผกก.สภ.หนองบุญมาก นำกำลังเข้าปิดล้อม
แต่ผู้ต้องหาไหวตัวทัน วิ่งออกจากหลังบ้านหลบหนีเข้าไปในไร่มันสำปะหลัง จึงต้องประสานสุนัขทหารมาช่วยติดตาม พร้อมวางกำลังกดดันให้ผู้ต้องหามอบตัว
ในที่สุดไอ้เอสก็ทนแรงกดดันไม่ไหว ต้องเข้ามอบตัวเมื่อช่วงเย็นวันที่ 13 ส.ค. โดยมอบตัวกับทหารสังกัดกรมการทหารราบที่ 23 ค่ายสุธรรมพิทักษ์ กองทัพภาคที่ 2 และถูกคุมตัวเข้าไปในบ้านพักของพ.อ.อดุล บุญธรรมเจริญ ผบ.ร.23 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ พร้อมประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาสอบปากคำถึงบ้านพักนานกว่า 3 ชั่วโมง
ในที่สุดไอ้เอสก็รับสารภาพ ว่าเป็นคนลงมือฆ่าน้องพลอยแล้วเอาศพไปเผาอำพราง ที่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เพราะกลัวฝ่ายหญิงจะตีจาก
คดีที่ค้างมา 3 ปี คืบหน้าอย่างรวดเร็ว
- ไอ้เอสรับสิ้น-คุมทำแผน 8 จุด
ไอ้เอสสารภาพว่า วันเกิดเหตุเมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2557 ตนขับรถนิสสันเซลฟี่ ไปรับน้องพลอยที่หน้าโรงงานซีพีเอฟ อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งตอนนั้นมีปัญหาระหองระแหงกัน เนื่องจากกลัวน้องพลอยจะปันใจไปมีคนอื่น จึงต้องการที่จะเคลียร์ปัญหาหัวใจ
หลังเจอกันก็ชวนขึ้นรถ โดยนำรถจักรยานของน้องพลอยขึ้นมาในรถด้วย พร้อมขอให้น้องพลอยหนีมาอยู่กับตนเอง เพราะเคยไปขอน้องพลอยกับแม่ แต่แม่ไม่ยกตัวลูกสาวให้
ระหว่างทางแม่โทรศัพท์หาน้องพลอย 2 ครั้ง ครั้งที่สองตนโกรธที่ยังคุยกันไม่รู้เรื่องจึงขว้างโทรศัพท์ทิ้ง จากนั้นก็เกิดการตบตีกัน น้องพลอยก็ใช้มีดเล็กๆ ที่ติดอยู่กับกรรไกรตัดเล็บมาทิ่มแทง จนโกรธจึงบีบคอน้องพลอยจนเสียชีวิต
จากนั้นจึงกลับมาที่บ้านของพ่อที่อยู่ในค่ายทหารที่ จ.ลพบุรี เพื่อเอายางรถยนต์ และซื้อน้ำมัน ก่อนขับรถพาร่างของน้องพลอยไปยังเขาหินซ้อน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เพื่อเผานั่งยางทำลายหลักฐาน เมื่อเฝ้าดูจนมั่นใจว่าไฟลุกติดดีแล้ว ก็เอาทรัพย์สินของน้องพลอยไปโยนทิ้ง แล้วหลบหนีไป
จนกระทั่งเมื่อเดือนพ.ย.2557 มีคนพบศพแต่ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร ตนก็ยังหนีอยู่จนขาดราชการเกินเวลากำหนด และถูกให้ออกจากราชการ โดยไปทำงานอยู่ที่พัทยา เป็นนายแบบบาร์ผู้ใหญ่ คอยดูแลแขกชาวต่างชาติ พร้อมกับทำศัลยกรรมใบหน้า เพื่อหลบหนีการจับกุม
ขณะที่การตรวจสอบดีเอ็นเอจากศพที่พบเมื่อปี 2557 ก็พบว่าเป็นศพน้องพลอยจริง จึงแจ้งข้อหาต่อส.อ.พลกฤต
หลังจากทหารนำตัวส่งตำรวจสภ.แก่งคอย เพื่อนำไปทำแผน 8 จุด ประกอบด้วย 1.ปั๊มน้ำมันปตท.ห่างบริษัทซีพีเอฟ ต.จำปา อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ทำงานน้องพลอย 500 เมตร ซึ่งเป็นจุดที่ไอ้เอสจอดรถโทรศัพท์นัดน้องพลอยออกมา
2.หน้าบริษัทซีพีเอฟ ที่น้องพลอยปั่นจักรยานมาหา จากนั้น ไอ้เอสชวนให้มานั่งคุยที่ป้ายรถเมล์ตรงข้ามบริษัท ก่อนที่น้องพลอยยอมขึ้นรถที่นั่งที่เบาะหลังด้านซ้าย และไอ้เอสเอาจักรยานไว้ที่เบาะด้านขวา 3.สะพานส่งน้ำกรมชลประทาน อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี จุดที่โยนโทรศัพท์น้องพลอยทิ้ง
4.ฝั่งตรงข้ามโรงเรียนวัดสว่างโซก จุดที่จอดรถแล้วเอี้ยวตัวไปบีบคอน้องพลอยจนเสียชีวิต 5.จุดทิ้งรถจักรยานลงแม่น้ำ ที่สะพานวัดถนนใหญ่ อ.เมือง จ.ลพบุรี ห่างไป 600 เมตร ก็โยนกระเป๋าน้องพลอยทิ้ง และโยนนาฬิกาทิ้งพงหญ้าข้างทาง
6.บ้านไม่มีเลขที่ในศูนย์การทหารปืนใหญ่ที่ 1 รอ. ต.เขาพระงาม อ.เมือง จ.ลพบุรี บ้านของนายทหารยศพ.อ.พ่อไอ้เอส ที่มาเอายางรถยนต์ 3 เส้น เตรียมไปเผาศพ 7.จุดซื้อน้ำมัน 2 แกลลอน ตรงข้ามศูนย์การทหารปืนใหญ่
8.บริเวณเขาหินซ้อน ต.บ้านป่า อ.แก่งคอย จ.สระบุรี จุดที่ไอ้เอสจอดรถแบกศพน้องพลอย แล้วขนยางรถยนต์ น้ำมัน ลงไปเผานั่งยางน้องพลอย
เป็นการทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ละเอียดยิบ
- กราบเท้าแม่-สำนึกผิด
ขณะที่นางพัชรี แม่ของน้องพลอย ต้องร่ำไห้ด้วยความเสียใจ เมื่อรู้ว่าน้องพลอยถูกฆาตกรรมไปแล้ว พร้อมเดินหน้าลุยยื่นหลักฐานประกอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะเชื่อว่าไม่ใช่ไอ้เอสคนเดียวเท่านั้นที่มีส่วนฆ่าลูก
เชื่อว่าต้องมีคนให้การช่วยเหลืออยู่เบื้องหลัง พร้อมวอนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามจับกุมมาให้ได้ทั้งหมด
พร้อมกันนั้นยังคงติดตามมาดูหน้าไอ้เอส ขณะที่เจ้าหน้าที่คุมตัวมาทำแผน พร้อมปรี่เข้าสอบถามว่า “ฆ่าลูกทำไม” จนเกือบเกิดเหตุโกลาหลวุ่นวาย
โดยนางพัชรีเปิดเผยว่า อยากถามว่าทำไมถึงเลือดเย็นนัก ฆ่าน้องพลอยตั้งแต่วันแรก รู้อยู่แล้วแต่กลับโทรศัพท์มาหาตนถามว่าน้องพลอยอยู่ที่ไหน เขาเป็นคนที่เลือดเย็นมากหลังจากก่อเหตุยังไปทำศัลยกรรมใบหน้า แต่จริงแล้วเขาน่าจะทำศัลยกรรมจิตใจมากกว่า
ที่ผ่านมาแม่ก็ติดต่อกับเขา โดยหลังจากเกิดเหตุ 2 วัน หลังจากน้องพลอยหายตัวไป เขาโทรศัพท์มา ขณะที่เขาติดต่อหาแม่เขายังทำงานอยู่ แต่เขาฆ่าน้องแล้ว 3 ปีกว่า วันนี้แม่พาน้องมาให้ดูคนที่บอกว่ารักนักรักหนา เรื่องที่เกิดขึ้นคงไม่สามารถอโหสิกรรมให้ได้ เป็นใครใครยกโทษให้ได้หรือไม่ มันกะทันหันมาก แม่จะไม่ให้เขาไปกราบขอขมาน้อง แต่ให้เป็นบาปติดตัวไปตลอดชีวิต
อย่างไรก็ตาม หลังการทำแผนเสร็จสิ้น ตำรวจได้ให้ไอ้เอสมาก้มกราบขอขมา นางพัชรี โดยไอ้เอสร้องไห้ยกมือไหว้ก้มกราบเท้าทั้งน้ำตาแล้วบอกว่า “ผิดไปแล้ว ผมขอโทษ ผมเสียใจ ผมรักน้องพลอยไม่ต่างจากแม่ แต่มีปากเสียงกันเลยพลั้งมือ ทำไป ผมไม่มีความสุขเลย”
อ้างว่าเป็นการฆ่าเพราะรัก
