ยุวนิต สังวาลพานิช
เรื่อง/ภาพ
สายวันที่ 14 สิงหาคม สองพนักงานสาวร้านสะดวกซื้อ เซเว่นอีเลฟเว่น สาขาหมู่บ้านกรีนพาร์คโฮม ถนนพุทธมณฑลสาย 4 หมู่ 8 ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม ถึงกับตกตะลึงจนตัวเย็นวาบ หัวใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ที่ทั้ง 2 สาวพากันตกใจก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เมื่อจู่ๆ มีชายแต่งกายเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย โดยสวมเสื้อสีฟ้า กางเกงขายาว สีดำ สวมใส่โม่งปิดบังใบหน้าแล้วสวมหมวกแก๊ปทับอีกชั้นหนึ่ง เดินตรงเข้ามาหลังเคาน์เตอร์คิดเงิน

ชายปริศนาไม่ได้มามือเปล่าแต่มันพกปืนมาด้วย ซ้ำยังชักออกมาข่มขู่สั่งให้ทั้งคู่เปิดลิ้นชักเครื่องเก็บเงิน และถอยไปหลบอยู่ที่มุมด้านในอย่าได้พยายามขัดขืน ไม่เช่นนั้นมันจะยิงให้ตาย

ปฏิบัติการทั้งหมดใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที คนร้ายก็กวาดเงินใน ลิ้นชักไปได้จำนวน 6,136 บาท หลังก่อเหตุคนร้ายเดินออกจากร้านไปขี่รถจยย.ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหลบหนีไปอย่างลอยนวล
พ.ต.อ.ศักดิ์ศรี แก้วเอี่ยม ผกก.สภ.โพธิ์แก้ว รีบนำกำลังชุดสืบสวนมาตรวจสอบที่เกิดเหตุทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุระทึก

ภายหลังสอบปากคำสองพนักงานสาวเหยื่อโจรและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในร้าน พ.ต.อ.ศักดิ์ศรีสั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งติดตามไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ บริเวณใกล้เคียงร้านเซเว่นฯ ที่เกิดเหตุ เพื่อหาเส้นทางหลบหนีของคนร้าย
วันรุ่งขึ้นตำรวจพบภาพชายต้องสงสัยในชุดพนักงานรักษาความปลอดภัย ขี่รถจักรยานยนต์ไปจอดไว้ที่บริษัทแห่งหนึ่ง ใกล้กับวัดท่าพูด ต.บางกระทึก อ.สามพราน จ.นครปฐม ชุดสืบสวนจึงรีบลงพื้นที่เข้าสอบถามข้อมูลกับพนักงานรักษาความปลอดภัยที่เฝ้าอยู่ในบริษัทดังกล่าว
ตำรวจไม่ผิดหวังเมื่อได้ข้อมูลว่าผู้ที่ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดเอาไว้ชื่อ นายอัมรินทร์ สุนทรนนท์ อายุ 20 ปี ที่อยู่ตามบัตรประชาชน อยู่บ้านเลขที่ 71/1 หมู่ 5 ต.หินตก อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยคนใหม่ของบริษัทนั้นเอง แต่หลังจากขี่รถมาจอดก็กลับออกไป โดยเจ้าตัวบ่นว่าอยากจะกลับบ้าน
ภายหลังได้ข้อมูลทั้งพยานหลักฐานมัดแน่น ชุดสืบสวนรีบนำกำลังไปที่ห้องเช่าที่นายอัมรินทร์เช่าพักอาศัยอยู่ แต่ต้องพบกับความผิดหวังเมื่อนายอัมรินทร์เก็บข้าวของออกไปตั้งแต่เช้าก่อนที่ตำรวจจะไปถึงไม่นาน
ชุดสืบสวนต้องเร่งทำงานแข่งกับเวลา จึงวางแผนเพื่อติดตามจับกุม โดยกระจายกำลังไปดักทั้งทางท่ารถโดยสารและสถานีรถไฟ เพราะคาดว่าอย่างไรเสียคนร้ายต้องเดินทางกลับบ้านเกิดที่ จ.นครศรีธรรมราช

ต่อมาชุดสืบสวนที่ไปตรวจสอบที่สถานีรถไฟได้ข้อมูลว่านายอัมรินทร์ขึ้นรถไฟขบวน 169 กรุงเทพฯ-ยะลาไปก่อนที่ตำรวจจะไปถึง คาดว่าจะหลบหนีไปที่ จ.นครศรีธรรมราชบ้านเกิด จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟ ก่อนจะสามารถจับกุมตัวได้บนรถไฟขณะวิ่งมาถึงสถานีรถไฟเพชรบุรี
ตรวจค้นพบของกลางเป็นเงินสด 5,300 บาท อาวุธปืนสั้นไทยประดิษฐ์ ลูกกระสุนชนิดลูกปราย 40 ลูก แก๊ปสำหรับใช้จุดระเบิด 40 ดอก ดินปืน 1 ถุง หมวกผ้าไหมพรม โม่งคลุมหัว กระเป๋าเป้ 1 ใบ จึงนำตัวกลับมา สอบสวนที่โรงพักโพธิ์แก้ว
นายอัมรินทร์ให้การรับสารภาพหลังตกเป็น ผู้ต้องหาว่า เข้ามาทำงานเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยได้เพียงวันเดียว แต่รู้สึกว่าตอนนี้มีชีวิตที่ลำบาก เงินทองไม่มีติดตัว ประกอบกับคิดถึงบ้าน อยากกลับบ้านมากแต่ไม่มีเงินค่าใช้จ่ายที่จะเดินทาง
จึงตัดสินใจใช้อาวุธปืนที่มีอยู่ติดตัวมาก่อเหตุจี้ชิงทรัพย์ที่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น สาขาหมู่บ้านกรีนพาร์คโฮมดังกล่าว หลังเกิดเหตุได้กลับไปเก็บเสื้อผ้าเตรียมเดินทางกลับ จนเช้าจึงมาขึ้นรถไฟมุ่งหน้ากลับบ้านเกิดที่นครฯ แต่เมื่อมาถึงสถานีรถไฟเพชรบุรี มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับตัวได้เสียก่อน

สิบเอ็ดโมงครึ่งวันที่ 16 สิงหาคม พ.ต.อ.ศักดิ์ศรีพร้อมกำลังนำตัวนายอัมรินทร์มาทำแผนประทุษกรรมประกอบคำรับสารภาพยังร้านสะดวกซื้อที่เกิดเหตุอย่างละเอียดทุกขั้นตอนก่อเหตุ เริ่มตั้งแต่ขี่รถจักรยานยนต์มาจอด เดินเข้ามาภายในร้านแล้วลงมือชักอาวุธปืนออกมาก่อเหตุ จากนั้นก็กวาดเงินในลิ้นชัก ก่อนจะออกมาขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป
ภายหลังเสร็จสิ้นการทำแผนฯ นายอัมรินทร์ ถูกนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.โพธิ์แก้ว ดำเนินการแจ้งข้อหา “ชิงทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวก ในการกระทำความผิด มีอาวุธปืนไว้ใน ความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและพกพาอาวุธปืนมาในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนจะควบคุมตัวไปดำเนินคดีต่อไป
อีกหนึ่งผลงานที่ตำรวจไทยโชว์ฝีมือ ปิดคดีลงได้อย่างรวดเร็ว