วัฒนชัย จำนงค์ทอง

เรื่อง/ภาพ

ธรรมชาติของชายหนุ่ม-หญิงสาวเมื่อมีความรัก ก็หวังจะมีอนาคตร่วมกัน ต่างช่วยกันทำมาหากินเก็บหอมรอมริบเงินทอง เพื่อสร้างครอบครัวสุขสันต์

นายทศพล ศรีพรรณ หรือ ต่าย และ น.ส.ราตรี แก้วพิลา หรือ เพ็ญ ก็เช่นเดียวกันกับหนุ่มสาวคู่อื่นๆ แต่ที่แตกต่างกันก็ตรงที่ทั้งคู่เลือกที่จะหาเงินทองในวิธีที่ผิด สุดท้ายอนาคตที่วาดฝันไว้ก็ต้องปิดฉากพังทลายลงจนไม่เหลือชิ้นดี

เรื่องราวของทั้งสองคนถูกเปิดเผยขึ้น เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 18 ส.ค. ที่บริเวณ หน้ากองบังคับการสถานีตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก. ภ.จว.อุดรธานี พร้อมด้วย พ.ต.ท.พิชัยรัชช์ ภูขาว รองผกก.สส.ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.ต. สุรพล ทองเงิน สว.สส. พร้อมด้วยชุดสืบสวน ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม 2 ผัวเมียผู้สร้างตำนานรักข้ามคุก

ฝ่ายชายคือ นายทศพล ศรีพรรณ หรือ ต่าย อายุ 34 ปี ชาวตำบลหมู่ม่น อ.เมืองอุดรธานี และ น.ส.ราตรี แก้วพิลา หรือเพ็ญ อายุ 24 ปี ชาวตำบลนิคมสงเคราะห์ อ.เมืองอุดรธานี พร้อมของกลาง ยาบ้าจำนวน 1,735 เม็ด อาวุธปืนสั้นขนาด 9 ม.ม. จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. จำนวน 1 นัด รถจักรยานยนต์ 2 คัน และรถยนต์มาสด้า สีขาว หมายเลขทะเบียน กว 5308 อุดรธานี

พล.ต.ต.พีระพงศ์เปิดเผยว่า ตำรวจได้รับการร้องเรียนว่า มีผัวเมียคู่หนึ่งมีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายยาบ้าในเขตพื้นที่อำเภอเมืองอุดรธานี จึงได้ส่งกำลังไปสืบสวนหาข้อมูล จนทราบผู้ค้ายาบ้าคู่นี้คือ นายทศพล และน.ส.ราตรี

ชุดสืบสวนเฝ้าดูพฤติกรรมอยู่นานจนแน่ใจ จึงนำกำลังไปตรวจค้นที่บ้านพักในตำบลนิคมสงเคราะห์ อ.เมือง ซึ่งเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น โดยพบทั้ง 2 คนอยู่ที่บ้านดังกล่าว เมื่อเห็นหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งคู่อาการท่าทีมีพิรุธอย่างเห็นได้ชัด

ตำรวจตรวจค้นพบยาบ้าอยู่บนเตียงนอนชั้นล่างจำนวน 1,735 เม็ด และพบอาวุธปืน ซุกซ่อนไว้อยู่ใต้หมอน จึงได้ตรวจยึดเอาไว้ นอกจากนี้ยังตรวจยึดรถเก๋งมาสด้า และรถจักรยานยนต์อีก 2 คัน ไว้เป็นของกลางมาตรวจสอบว่าได้มาอย่างสุจริตหรือไม่

ขณะที่ พ.ต.ท.พิชัยรัชช์ ภูขาว รองผกก.สส.ภ.จว.อุดรธานี กล่าวว่า จากการสอบสวน สองสามีภรรยา ให้การยอมรับสารภาพว่า อยู่กินด้วยกันมาได้ประมาณ 1 ปี หลังจากที่รู้จักพบรักกันตอนอยู่ในคุก

พ.ต.ท.พิชัยรัชช์เผยตำนานรักข้ามคุก ของทั้งคู่ว่า ก่อนที่ทั้งสองคนจะมาใช้ชีวิต อยู่ด้วยกัน นายทศพลถูกจับกุมในคดียาบ้า 30 เม็ด ติดคุกในเรือนจำกลางอุดรธานี ส่วนน.ส.ราตรี ถูกจับกุมในคดียาบ้า 20 เม็ด ติดคุกในเรือนจำกลางบึงกาฬ ระหว่างที่อยู่ในเรือนจำมีเพื่อนแนะนำให้เขียนจดหมายหาเพื่อนรักต่างแดนคุกกัน จึงทำให้รู้จักติดต่อกัน

ทั้งคู่เล่าให้ฟังว่า ตอนแรกรู้จักแต่ชื่อและนามสกุลกันเท่านั้นไม่เคยเห็นหน้า แต่หลังจากมีจดหมายติดต่อกันหลายฉบับจนคุ้นเคยกัน จึงได้บอกไอดีไลน์ให้กัน เพื่อที่หลังพ้นโทษออกมาก็จะได้ใช้ติดต่อสานความสัมพันธ์กันต่อ ไม่ต่างกับการนัดบอด

นายทศพล ติดคุกอยู่ 2 ปี 8 เดือน ก็พ้นโทษออกมาก่อนก็มาทำงานรับจ้างเป็นช่างไฟฟ้า และ น.ส.ราตรี ติดคุก 2 ปี พ้นโทษออกมาทีหลัง ก็มาทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟร้านอาหารตามสั่ง จากนั้นทั้ง 2 คนก็ติดต่อกันจนตกลงปลงใจมาอยู่กินด้วยกัน

ส่วนสาเหตุที่ทั้งคู่หวนกลับมาขายยาบ้าอีกครั้ง ทั้งคู่อ้างว่าต้องการหาเงินเพื่อเตรียมจัดงานแต่งงาน โดยสารภาพว่าไปรับยาบ้ามาจากนายตุ้ม ชาวบึงกาฬ ครั้งละ 3 ถุง จำนวน 600 เม็ด ในราคา 13,000 บาท ก่อนหน้านี้ก็ทำมาแล้ว 3 ครั้ง จนมาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 จึงมาถูกจับกุมตัวได้

ขณะเดียวกันนายทศพลก็เผยว่า คิดว่าจะทำเป็นครั้งสุดท้าย ที่ตัดสินใจทำก็เพื่อหาเงิน 50,000 บาท และเงินซื้อทองน้ำหนัก 1 บาท มาผูกแขนแต่งงานกับแฟนสาวให้พอมีหน้ามีตา เมื่อ 2 วันก่อนจึง ไปรับยาบ้ามา 1 มัด 20 ถุง 2,000 เม็ด เป็นเงิน 130,000 บาท ก็ได้นำมาเสพและขายไปแล้วบางส่วน จนมาถูกจับกุมในที่สุด ทำให้ความฝันของตนทั้งสองคนต้องพังทลายลง

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาทั้งสองคน “ร่วมกันมียาเสพติดประเภท 1 หรือยาบ้า มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยผิดกฎหมาย” ก่อนนำตัวทั้งสองพร้อมของกลาง ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

เป็นอุทาหรณ์ให้บรรดาคู่หนุ่มสาวและคนทั่วไปได้พึงสังวรไว้ว่า การจะทำสิ่งที่ดีๆ ก็ต้องเริ่มต้นจากสิ่งที่ถูกต้องด้วย เพราะเมื่อเริ่มต้นก็ผิดเสียแล้ว ผลจะออกมาดีไปได้เช่นไร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน