กฤษณ์ สนใจ

เรื่อง/ภาพ

ยาบ้า ยานรกที่ไม่ใช่แค่ทำให้ผู้เสพมีชีวิตราวตกนรกเท่านั้น แม้แต่บุคคลในครอบครัวก็ล้วนได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า หากเสพเข้าไปหนักจนถึงขั้นหลอน ใช่แต่ครอบ ครัวจะถึงต้องล่มสลาย หลายครั้งร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต

เช่นคดีที่เกิดขึ้นเมื่อ วันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา เมื่อ พล.ต.ต.ฎิษพจณ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผบก. พ.ต.อ.พิษณุ พราหมณ์เทศ ผกก.สภ.เมืองลพบุรี และพ.ต.ต.พิทักษ์ จตุพิพิธพร สารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองลพบุรี พร้อมแพทย์เวรฉุกเฉินจาก ร.พ.อานันทมหิดล เจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.ลพบุรี นำกำลังไปตรวจสอบที่บ้านพักข้าราชการทหาร กองพันสรรพาวุธซ่อมบำรุงเขตหลัก หลังรับแจ้งว่ามีเจ้าหน้าที่ทหารถูกยิงเสียชีวิตอยู่ภายในบ้านพัก

ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบศพ จ.ส.อ.ชัยยศ ไชยนันท์ ทหารสังกัดกองร้อยสรรพาวุธซ่อมบำรุงสนับสนุนโดยตรง (ร้อย สพ.ซบร.สน. โดยตรง) กองพันสรรพาวุธซ่อมบำรุงเขตหลัก ต.เขาพระงาม อ.เมือง มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่โหนกแก้มขวา กระสุนทะลุท้ายทอย เสียชีวิตจมกองเลือด ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืน ขนาด 9 ม.ม. ตกอยู่ 3 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ตำรวจสอบสวนทราบว่าคนร้ายคือ นายสุรชัย หรือโอ ไชยนันท์ อายุ 36 ปี ลูกชายของ จ.ส.อ.ชัยยศนั่นเอง โดยหลังก่อเหตุ เจ้าตัวขี่รถจยย.ฮอนด้าเวฟ สีฟ้า หมายเลขทะเบียน 1กค 7169 ลพบุรี หลบหนีไปพร้อมอาวุธปืนขนาด 9 ม.ม. ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ประสานตามโรงพักต่างๆ เพื่อให้สกัดจับ แต่ยังไร้วี่แวว

ต้นสายปลายเหตุของเหตุสยองดังกล่าว หนีไม่พ้นปัญหายาเสพติด เนื่องจากนายสุรชัยนั้นติดยาบ้าหนัก ถึงขั้นประสาทหลอน คิดว่ามีคนจ้องคอยทำร้าย

จนกระทั่งก่อนเกิดเหตุ เมื่อเวลา 13.40 น. ของวันที่ 20 ส.ค. เจ้าตัวมาขอเช่าปืนเพื่อฝึกซ้อมยิงที่สนามยิงปืนพิบูลสงคราม ภายในกองพลทหารปืนใหญ่ ต.ท่าแค อ.เมือง จ.ลพบุรี โดยเจ้าหน้าที่จัดปืนขนาด 9 ม.ม. ยี่ห้อกล็อก 17 พร้อมกระสุนปืนจำนวน 50 นัด เพื่อใช้ในการฝึกซ้อมยิง

แต่เมื่อชายคนดังกล่าวยิงปืนชุดแรกหมดแม็กกาซีนแล้ว ได้วางปืนเพื่อตรวจเป้าและเปลี่ยนเป้ายิง ขณะที่เจ้าหน้าที่เดินไปเปลี่ยนเป้า ชายคนดังกล่าวกลับคว้าปืนพร้อมกระสุนที่เหลือวิ่งหนีขึ้นรถจักรยานยนต์ขี่หลบหนีไป โดยกล้องวงจรปิดของสนามบันทึกใบหน้าได้อย่างชัดเจนซึ่งก็คือนายสุรชัยนั่นเอง

ใกล้รุ่งเช้าก่อนเกิดเหตุ จ.ส.อ.ชัยยศ ผู้ตายซึ่งทราบเรื่องราวได้โทรศัพท์ประสานกับเจ้าหน้าที่ทหารผู้ดูแลสนามยิงปืนและพนักงานสอบสวน สภ.เมืองลพบุรี แจ้งว่าคนที่ฉกอาวุธปืนที่สนามยิงปืนคือ นายสุรชัย ลูกชายของตนเอง โดยจะพยายามเกลี้ยกล่อม พร้อมทั้งให้ยานอนหลับเพื่อระงับสติจากความฟุ้งซ่าน และหวาดระแวงจะมีคนมาตามฆ่า เนื่องจากลูกชายติดยาบ้าอย่างหนัก

จ.ส.อ.ชัยยศแจ้งว่าเมื่อนายสุรชัยหลับแล้วจะนำอาวุธปืนมาคืนให้เองขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ทหารรอเวลาก่อน

แต่จนผ่านไปหลายชั่วโมงจนแล้วจนรอดเจ้าตัวก็ไม่ได้นำอาวุธปืนมาส่งคืนตามที่พูด ซ้ำยังติดต่อไม่ได้โทรศัพท์ไปก็ไม่มีผู้รับสาย เจ้าหน้าที่ทหารจึงไปตรวจสอบที่บ้านพัก จึงพบว่า จ.ส.อ.ชัยยศ ถูกยิงเสียชีวิตแล้ว และนายสุรชัยได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปพร้อมอาวุธปืน

พยานระบุว่าเจ้าตัวจะตามไปฆ่าแม่ ที่อยู่ในพื้นที่ จ.สิงห์บุรี ตำรวจจึงรีบประสานตำรวจสิงห์บุรี ให้นำแม่ของนายสุรชัยไปดูแลไว้ในที่ปลอดภัย ร่วมทั้งเร่งติดตามไล่ล่าอย่างกระชั้นชิด

โดยมีการตั้งด่านจุดสกัดทุกเส้นทาง และเตือนเจ้าหน้าที่ ประชาชนให้อยู่ห่างจากคนแปลกหน้า ที่ขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ สีฟ้า หมายเลขทะเบียน 1กค 7169 ลพบุรี ซึ่งอยู่ระหว่างหลบหนี ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้แจกภาพตามโรงพักต่างๆ เพื่อเร่งการจับกุมตัวให้ได้ เนื่องจากอันตรายอย่างยิ่ง เพราะคนร้ายมีอาวุธปืนพร้อมกระสุนจำนวนมาก

กระทั่งเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 22 ส.ค. ตำรวจสภ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี นำโดย ร.ต.ต.มานะ ศรจันทร์ รองสว.สส.สภ.อินทร์บุรี ก็พบตัวนายสุรชัย ขณะหนีมาหลบอยู่ในรีสอร์ตแห่งหนึ่งในต.ทับยา แต่ขณะเข้าจับกุมเกิดการต่อสู้ดวลปืนกัน ผลทำให้ถูกตำรวจยิงบาดเจ็บสาหัส

ร.ต.ต.มานะเผยรายละเอียดว่า ประมาณ ตี 5 ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบชายต้องสงสัยเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุขโมยปืนแล้วยิงพ่อที่จ.ลพบุรี มากบดานที่รีสอร์ตแห่งหนึ่ง บริเวณริมถนนเลียบลำแม่ลา หมู่ที่ 7 ต.ทับยา อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี จึงนำกำลังสายสืบกว่า 10 นายมาตรวจสอบ แต่พบว่าเจ้าตัวขี่รถจักรยานยนต์ออกไปก่อนที่ตำรวจจะมาถึงไม่นาน จึงวางกำลังดักซุ่มรอดูอยู่

กระทั่งเวลา 9 โมงเศษพบนายสุรชัยขี่รถจักรยานยนต์กลับมาที่รีสอร์ตจึงแสดงตัวเข้าจับกุม แต่นายสุรชัยกลับชักอาวุธปืนยิงใส่ตำรวจ จึงเกิดการยิงตอบโต้กันหลายนัด สุดท้ายคนร้ายถูกยิงที่มือซ้าย 1 นัด และกระสุนอีกนัดทะลุหมวกกันน็อกเข้าที่ศีรษะอาการสาหัส ตรวจสอบปืนกล็อก 17 ของคนร้ายยังมีกระสุนเหลืออยู่ในแม็กกาซีน 2 นัด

ตำรวจรีบนำตัวนายสุรชัยส่งรักษาที่ โรงพยาบาล แต่กระสุนที่เข้าศีรษะนั้นสาหัสหนัก สุดท้ายเจ้าตัวก็เสียชีวิตหลังถึงมือแพทย์ได้เพียงไม่นาน

ศพนายสุรชัยถูกนำไปชันสูตรตามระเบียบ ก่อนมอบให้ญาติไปบำเพ็ญกุศลตามศาสนายังวัดสาลโคดม อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี ซึ่งเป็นวัดเดียวกับที่ตั้งศพ จ.ส.อ.ชัยยศ ผู้เป็นพ่อนั่นเอง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน