คอลัมน์สดจากสนามข่าว
สุเชษฐ์ แรกรุ่น เรื่อง/ภาพ
เสียงปืนที่ดังขึ้นหลายนัดภายในป่าสวนยางพารา พื้นที่บ้านหมู่ 6 ต.วังอ่าง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช เมื่อราว 2 ทุ่มเศษ คืนวันที่ 27 ส.ค. เป็นสัญญาณบอกเหตุให้ชาวบ้านในละแวกดังกล่าวรับรู้ได้ว่าน่าจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้น แต่หามีใครออกมาตรวจสอบหาที่มาของเสียงดังกล่าว ด้วยเป็นเวลามืดค่ำหากสุ่มสี่สุ่มหกออกไป อาจพาตัวเองไปสู่อันตรายได้
ต้องรอจนถึงเวลา 04.30 น. ของวันที่ 28 ส.ค. ร.ต.อ.วรวุฒิ คงน่วม รองสว.(สอบสวน) สภ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช จึงรับแจ้งเหตุพบคนถูกยิงเสียชีวิตบนถนนทางเข้าสวนยางพารา หมู่ 6 ต.วังอ่าง อ.ชะอวด รับแจ้งแล้วจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น จากนั้นจึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ธมนูญ ไฝจู ผกก.สภ.ชะอวด พ.ต.ท.ศิริพร ช่วยคุ้ม รองผกก.สส. นำชุดสืบสวน แพทย์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิศรัทธาสามัคคีการกุศลชะอวด รุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ
สภาพที่เกิดเหตุ
เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุพบศพ นายสุคนธ์ เพชรประพันธ์ อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 125 หมู่ 1 ต.เขาพระทอง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช นอนคว่ำหน้าจมกองเลือดอยู่ท้ายรถกระบะฟอร์ด 4 ประตู สีเงิน ทะเบียน กฉ-3270 นครศรีธรรมราช
สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาด เข้าใบหน้า 4 นัดจนใบหน้าเละเสียโฉม นอนจมกองเลือดในชุดเสื้อแขนสั้นสีเทา กางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน ขณะที่รถคันดังกล่าวยังติดเครื่องยนต์และเปิดประตูทั้งซ้ายขวาเอาไว้
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายสุคนธ์ ผู้ตาย มีตำแหน่งเป็นนายช่างสำรวจหรือรังวัด ประจำสำนักงานส.ป.ก.นครศรีธรรมราช ซึ่งออกจากบ้านในช่วงบ่ายวันที่ 27 ส.ค. โดยบอกว่าจะไปเข้าเวรที่สำนักงานในตัวเมืองนครศรีธรรมราช ตอน 16.00 น. หลังจากนั้นก็หายไปโดยไม่ได้ไปเข้าเวรแต่อย่างใด
กระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. คืนวันที่ 27 ส.ค. ชาวบ้านได้ยินเสียงปืนดังในบริเวณที่เกิดเหตุติดต่อกันหลายนัด แต่ไม่มีใครกล้าออกมาดูเนื่องจากเป็นพื้นที่เปลี่ยวและมืดมาก กระทั่งเช้าจึงมีชาวสวนยางไปพบศพจึงแจ้งตำรวจดังกล่าว
เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่า คนร้ายน่าจะไม่ต่ำกว่า 2 คน และน่าจะเป็นคนรู้จัก ก่อนเกิดเหตุคนร้ายกับนายสุคนธ์ ผู้ตายน่าจะมารถคันเดียวกัน โดยมีรถคนร้ายอีกคันขับตามเข้าไปในบริเวณที่เกิดเหตุ ก่อนจะจอดรถโดยไม่ได้ดับเครื่อง หลังจากนั้นทั้งคนร้ายและผู้ตายลงจากรถไปยืนพูดคุยกันที่ท้ายกระบะ
ก่อนคนร้ายจะใช้อาวุธปืนจ่อยิงจนล้มฟุบแล้วยิงซ้ำรวม 4 นัดซ้อน จนนายสุคนธ์ใบหน้าเละเสียชีวิต
จากพฤติกรรมการก่อเหตุ ตำรวจเชื่อว่าคนร้ายน่าจะรู้จักกับผู้ตาย และจากวิธีการยิงที่โหดเหี้ยม คาดว่าอาจมีความแค้นต่อกัน เบื้องต้นสันนิษฐานว่าผู้ตายถูกคนรู้จักลวงมาฆ่าทิ้ง
ตรวจสภาพศพ
พ.ต.อ.ธมนูญ สั่งชุดสืบสวนสอบสวนโรงพักชะอวด ประสานกับทางสืบสวนจังหวัด ไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ รวมทั้งหาข้อมูลการใช้โทรศัพท์มือถือ สอบประจักษ์พยานและตรวจหายานพาหนะ จนสามารถนำมาประมวลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างละเอียด
ตำรวจนำหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ทุกอย่างนำมาประกอบกับช่วงวันเวลาที่เกิดเหตุ ทำให้รู้ตัวคนร้ายรวมทั้งสาเหตุทั้งหมด
วันที่ 30 ส.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐาน ไปขออนุมัติหมายจับ นายเดชา ทองหนู อายุ 30 ปี นายไพฑูรย์ ทองหนู อายุ 26 ปี น้องชายของนายเดชาและนายพิชัด หวานสุข อายุ 45 ปี น้าชายของนายเดชา ซึ่งทั้งหมดเป็นชาวบ้านใน อ.ชะอวด จากศาลจ.นครศรีธรรมราช ในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน”
หลังศาลพิจารณาหลักฐานทั้งหมดแล้ว จึงอนุมัติหมายจับทั้ง 3 คนตามที่ร้องขอ
สุคนธ์ เพชรประพันธ์
วันเดียวกันตำรวจควบคุมตัวนายเดชามาสอบสวนปากคำจนเจ้าตัวยอมเปิดปากรับสารภาพจนหมดเปลือก ว่าเป็นหนึ่งในคนร้ายที่ร่วมกันลวงฆ่านายสุคนธ์จริง
โดยให้การว่าวันเกิดเหตุวางแผนลวงให้นายสุคนธ์ ผู้ตาย ไปช่วยบรรทุกไม้ในสวนยางที่เกิดเหตุ ตั้งแต่ช่วงกลางวันของวันที่ 27 ส.ค. พอตกค่ำก็ไปรับนายพิชัดกับนายไพฑูรย์ ที่บ้านไปถึงที่เกิดเหตุ พอไปถึงก็ลงไปยืนคุยกันที่ท้ายรถกระบะของนายสุคนธ์โดยไม่ได้ดับเครื่องยนต์ จากนั้นนายพิชัดกับนายไพฑูรย์ ลงมือยิงนายสุคนธ์ทันที ด้วยอาวุธปืนคนละกระบอกจนสิ้นใจตายคาที่
พิชัด หวานสุข / เดชา ทองหนู / ไพฑูรย์ ทองหนู
ส่วนสาเหตุมาจากเรื่องปมชู้สาว
หลังได้ข้อมูลทั้งหมด ตำรวจระดมล่าตัว 2 ผู้ต้องหาที่เหลืออย่างเร่งด่วน จนนายไพฑูรย์ทนแรงกดดันไม่ไหวเข้ามอบตัวเป็นรายถัดมา
ทำความผิดเอาไว้ อย่าคิดว่าจะรอดเงื้อมมือตำรวจไปได้
บรรยายภาพ
1.นายสุคนธ์ เพชรประพันธ์
2.นายพิชัด หวานสุข
3.นายเดชา ทองหนู
4.นายไพฑูรย์ ทองหนู
5.สภาพที่เกิดเหตุ
6.ตรวจสภาพศพ
////////////////////////////



