Khaosod
Online

วันอาทิตย์ ที่ 25 ต.ค. 2563

ย้อนคดีพ่อปืนดุยิงไม่ยั้ง อริลูกชายกระเจิง-เจ็บ 3 ปมแย่งลูกค้าร้านแต่งรถ

23 ก.ย. 2563 - 12:22 น.

คอลัมน์ สดจากสนามข่าว

ด้วยสัญชาตญาณความเป็นพ่อ ย่อมยอมทำได้ทุกอย่างที่จะปกป้องลูก แม้จะรู้ว่าทำให้ตนตกเป็นผู้ต้องหาคดีร้ายแรงก็ยอม

เช่นคดีที่เกิดขึ้นเมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 17 ก.ย. เมื่อพ.ต.ท.พีรกุล แฝงฤทธิ์หลง สว.(สอบสวน) สภ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเกิดเหตุทะเลาะวิวาทและใช้อาวุธปืนยิงมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย บนถนนจอมพล ป. ม.3 ต.คุ้งลาน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.สถิตย์ สังข์ประไพ รรท. ผกก.สภ.บางปะอิน เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน พร้อมประสานมูลนิธิพุทไธสวรรย์

บริเวณริมถนนพบรถกระบะ 4 ประตู อีซูซุสีขาว หมายเลขทะเบียน กร-4689 ลพบุรี ที่ประตูและกระจกด้านคนขับมีรอยถูกยิงด้วยอาวุธปืน 21 รู ข้างรถพบ นายวิโรจน์ ชูสร้อย อายุ 30 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่ศีรษะ อาการสาหัส ขณะที่ภายในรถพบนายวิรัตน์ ชูสร้อย อายุ 30 ปี คนขับรถ และ น.ส.กัลยา ไผ่ด้วง อายุ 21 ปี แฟนสาวได้รับบาดเจ็บนั่งอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเร่งปฐมพยาบาลก่อนนำส่ง โรงพยาบาลอุทัย

ที่อู่ซ่อมรถยนต์ตรงข้ามกับที่เกิดเหตุ พบนายฐิติพงศ์ ภาควัตร์ อายุ 56 ปี ยืนถืออาวุธปืนลูกซองยาว รอพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าควบคุมตัว พบปลอกกระสุนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 1 ปลอก กระสุนปืนลูกซอง เบอร์ 12 ตกอยู่อีกจำนวน 1 นัด ซองเก็บลูกปืนพร้อมกระสุนปืนอีกจำนวน 2 นัด เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดเอาไว้เป็นหลักฐาน

นายฐิติพงศ์ให้การว่า ตนได้ยินเสียงทะเลาะวิวาทกันจึงออกมาดู พบว่าลูกชายกำลังจะถูกทำร้าย กลุ่มวัยรุ่นวิ่งข้ามถนนมาจึงได้คว้าอาวุธปืนลูกซองยิงไป 1 นัด ตนเองยอมไม่ได้จะมาทำร้ายลูกของตน โดยวันก่อนมาครั้งหนึ่งแล้ว

“ที่ต้องยิงเพราะตนเป็นพ่อ ต้องปกป้องลูกชายของตนเองที่จะถูกทำร้าย และมีการยิงปืนออกมาจากกลุ่มวัยรุ่น จึงต้องยิงสวนไป” นายฐิติพงศ์ยืนยันว่า

ขณะที่ นายพลวัฒน์ ภาควัตร์ อายุ 28 ปี ลูกชายผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า ตนเป็นเจ้าของอู่ซ่อมรถยนต์ ส่วนกลุ่มผู้ได้รับบาดเจ็บก็เปิดอู่เช่นกัน ก่อนหน้านี้ได้เข้าไปคอมเมนต์ใน เฟซบุ๊ก ของรุ่นพี่เกี่ยวกับการซ่อมรถยนต์ของตน มีการตอบโต้กันไปมา ซึ่งเมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา กลุ่มของผู้บาดเจ็บได้ขับรถยนต์เก๋ง มาเบิ้ลรถอยู่หน้าร้าน จนเกิดการโต้เถียงกันท้าทายกันแล้วแยกย้ายกันไป

มาวันนี้กลุ่มผู้บาดเจ็บมาจอดรถอยู่ฝั่งตรงข้ามถนน ตนอยู่ภายในอู่เปิดไฟและแง้มประตูเอาไว้ ได้ยินเสียงดังคล้ายปืนถูกที่ประตูของอู่ จึงออกมาดู พบกลุ่มผู้บาดเจ็บจอดรถอยู่ฝั่งตรงข้ามถนน จึงเกิดการโต้เถียงกัน ท้าทายกัน หนึ่งในผู้บาดเจ็บเดินข้ามถนนมาจะเอามีดแทงจึงได้ตะโกนเรียกพ่อ ว่าพวกมันมาอีกแล้วและให้พ่อหยิบปืนมาด้วย จากนั้นพ่อออกมาแล้วใช้อาวุธปืนลูกซองยิงใส่

หลังสอบสวนนายฐิติพงศ์ ผู้ต้องหา แล้วนำไปสอบสวนดำเนินคดีในข้อหา “พยายามฆ่า ผู้อื่น พกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิด ในเมือง หมู่บ้าน หรือชุมชนโดยไม่มีเหตุ อันควร”

บ่ายวันเดียวกัน พ.ต.อ.สถิตย์ สังข์ประไพ รรท. ผกก.สภ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ นำตัวนายฐิติพงศ์ไปนำชี้ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่อู่ซ่อมรถยนต์เริ่มตั้งแต่จุดที่เก็บอาวุธปืนและช่วงที่นำอาวุธปืนออกมายิง กลุ่มของผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 นัด จะยิงซ้ำอีกครั้งแต่นายพลวัฒน์กดปืนลงเพราะช่วงนั้นมีรถยนต์วิ่งผ่านไปหลายคัน จากนั้นจึงยิงซ้ำไปอีกนัด

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้ให้ นายพลวัฒน์ ลูกชายของ ผู้ต้องหาชี้จุดขณะเกิดเหตุว่าอยู่จุดไหนในอู่ และจุดที่มองเห็นกลุ่ม วัยรุ่นอยู่ที่หน้าร้านและตามจุดต่างๆ อย่างละเอียด เพื่อนำมาประกอบสำนวนคดี

ส่วน น.ส.กัลยา ไผ่ด้วง อายุ 21 ปี หนึ่งในผู้บาดเจ็บ เป็นแฟนสาวของนายวิโรจน์ เผยเรื่องราวในฝั่งของตนว่า คืนวันก่อนเกิดเหตุ นายวิโรจน์ ผู้บาดเจ็บ ขับรถยนต์กระบะ ตนเองนั่งหน้าเบาะข้างคนขับ ส่วนนายวิรัตน์ น้องชายนั่งอยู่เบาะหลังกับเพื่อนอีกคน จากนั้นเพื่อนเดินข้ามถนนไปที่หน้าอู่ซ่อมรถยนต์ของนายพลวัฒน์ จากนั้นเพื่อนได้เคาะประตูสังกะสีจึงทำให้เสียงดัง

พอนายพลวัฒน์เดินออกมา ก็โต้เถียงกันอยู่สักพัก นายพลวัฒน์ได้เรียกนายฐิติพงศ์ ซึ่งเป็นพ่อออกมาพร้อมกับใช้อาวุธปืนยิงใส่มาที่รถทันที ยิงถึง 2 นัด จนตนต้องหมอบลงกับพื้นรถ ก่อนมีคนเข้ามาช่วยเหลือ ยืนยันว่าวันที่เกิดเหตุฝ่ายตนตั้งใจจะไปเคลียร์โดยให้เพื่อนอีกคนที่รู้จักกับนายพลวัฒน์เป็นตัวกลางในการพูดคุย ไม่มีการใช้อาวุธปืน ในรถมีเพียงอาวุธมีด 1 เล่ม เท่านั้น

ขณะที่ปมปัญหาเรื่องนี้เจ้าหน้าที่พบว่าน่าจะมาจากที่ทั้งสองฝ่ายเปิดอู่รับจูนเครื่องรถเหมือนกัน ขณะที่ในฝ่ายผู้บาดเจ็บมีการจัดโปรโมชั่น ราคาพิเศษในช่วงนี้ สุดท้ายจึงมีปัญหาตัดราคาแย่งลูกค้ากัน มีการโพสต์ เฟซบุ๊กแขวะกันไปมาระยะหนึ่งแล้ว ก่อนจะมาเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น ส่วนอาการของนายวิรัตน์ถูกยิงผ่าเข้าที่บริเวณศีรษะ นอนพักรักษาตัวอยู่ที่ โรงพยาบาลราชธานี ส่วนนายวิโรจน์อาการสาหัส ยังอยู่ในห้องไอซียู

ณัฐวุฒิ ทิพย์ประโภชน์
เรื่อง/ภาพ

line-qr

เกาะติดข่าวสำคัญ

กดติดตาม "ข่าวสด"

single-line

ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ ย้อนคดีพ่อปืนดุยิงไม่ยั้ง อริลูกชายกระเจิง-เจ็บ 3 ปมแย่งลูกค้าร้านแต่งรถ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง