คอลัมน์ สดจากสนามข่าว

นิธิศักดิ์ เศรษฐแสงศรี

เงินทองแม้จะเป็นของนอกกาย แต่ก็เป็นสิ่งจำเป็นในชีวิต ยิ่งในสภาพเศรษฐกิจขณะนี้ ที่หลายครอบครัวยังชักหน้าไม่ถึงหลัง การอวดร่ำอวดรวยแม้เพียงแค่ในวงเหล้า ก็นำพาเหตุร้ายมาสู่ตนเองได้

เช่นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ นายบรรพต คำโคตร อายุ 52 ปี ชาวบ้านโนนสมบูรณ์ ต.โนน สมบูรณ์ อ.เมือง จ.บึงกาฬ เมื่อวันที่ 29 ส.ค.

เรื่องราวถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อมีชาวบ้าน ผ่านไปพบร่างของนายบรรพต นอนหายใจรวยรินจมน้ำอยู่ในแปลงนา ระหว่างหมู่บ้านโคกสว่าง หมู่ 6 ต.นาสวรรค์ กับบ้านทรายทอง หมู่ 13 ต.โนนสมบูรณ์ จ.บึงกาฬ ห่างจากหมู่บ้านโคกสว่างประมาณ 300 เมตร

สภาพของนายบรรพตขณะนั้นนอนศีรษะพิงอยู่กับขอบถนน มีบาดแผลฉกรรจ์ถูกตีด้วยของแข็งเข้าที่ท้ายทอย 3 แห่ง จนเหวอะหวะสมองไหล ห่างกันประมาณ 5 เมตร พบรถ จยย.ฮอนด้า เวฟ สีแดง-ขาว ทะเบียน กกล 131 บึงกาฬ ล้มตะแคงอยู่กลางถนน ที่บังโคลนหน้ามีหยดเลือดไหลเป็นทาง และมีเส้นผมร่วงติดอยู่เป็น กระจุก ตะกร้าหน้ารถยุบ พื้นถนนมีเลือดกองเป็นหย่อมๆ ใกล้กันมีแก้วมังกรตกอยู่ 4 ลูก และพบธนบัตรราคา 100 บาท ตกอยู่ 1 ใบ

ร.ต.อ.พิทักษ์ จันตา รองสารวัตร (สอบสวน) สภ. เมืองบึงกาฬ รีบรายงานเหตุร้ายให้ พล.ต.ต.ทิวา บุญดำเนิน ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ พ.ต.อ.อนุกูล ดาวลอย ผกก.สภ.เมืองบึงกาฬ รับทราบตามลำดับ ก่อนทั้งหมดจะเดินทางไปร่วมกันตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.ท.สันติ บุญชู รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.จรูญศักดิ์ ลำพุทธา รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ฉายยนต์ ชาวดอน รอง ผกก.(สอบสวน) พ.ต.ท.เสกสรร บาอุ้ย สวป. พ.ต.ต.พสุชา บุตรเชียงคำ สว.สส. พ.ต.ท.อดุลย์ ฉิมทับ สว.กก.สส.ภ.จว.บึงกาฬ ร.ต.อ.ไพบูลย์ พรมมาหล้า รอง สว.สส.สภ.เมืองบึงกาฬ ตำรวจชุดสายสืบ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและหน่วยกู้ภัยมูลนิธิธรรมรัศมีมณีรัตน์ มังกรบึงกาฬ

เจ้าหน้าที่รีบปฐมพยาบาลนายบรรพต ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่เจ้าตัวอาการสาหัสหนักก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา เบื้องต้นทราบว่า ส่วนทรัพย์สินของผู้ตายที่หายไปมีเงินสดประมาณ 4 หมื่นบาท พร้อมโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง

ตำรวจตั้งประเด็นการฆาตกรรมครั้งนี้ไปที่การฆ่าชิงทรัพย์อย่างเดียว ซึ่งจากการสอบสวนทราบว่าเมื่อช่วงเย็นวันที่ 28 ส.ค. นายบรรพตได้รับเงินจากการขายวัวที่ผู้ซื้อติดค้างเอาไว้ 3 วันก่อน เป็นเงิน 38,000 บาท หลังจากรับเงินแล้วได้ไปที่บ้านญาติหน้าโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาสวรรค์ และซื้อสุรามานั่งดื่มกินกันหลายคน ที่บ้านของ นายสมยงค์ หรือ ยงค์ เหลาทอง อายุ 48 ปี ที่บ้านเลขที่ 82 หมู่ 5 บ้านแสนสุข ต.นาสวรรค์ อ.เมือง จ.บึงกาฬ โดยมีญาติอีก 2 คนร่วมวงสุราด้วย

จนถึงเวลาประมาณ 6 โมงเย็น จึงขี่รถ จยย.กลับบ้านจนมาถูกก่อเหตุดังกล่าว ชุดสืบสวนพุ่งเป้าไปที่กลุ่มบุคคลที่นั่งกินเหล้ากันอยู่ก่อนเกิดเหตุ จึงรีบลงพื้นที่ติดตามหาข่าวอย่างใกล้ชิดว่าผู้ตายอยู่กับใครบ้าง

เมื่อพุ่งเป้าไปถูกที่ถูกทาง เพียงแค่วันเดียวตำรวจก็ปิดคดีลงได้ เมื่อชุดสืบสวนควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 3 คน ที่นั่งดื่มเหล้าด้วยกันที่บ้านของนายสมยงค์มาสอบเค้นหาความจริงตลอดทั้งวัน กระทั่งนายสมยงค์ยอมเปิดปากรับสารภาพว่า เป็นคนลงมือฆ่านายบรรพต โดยทำคนเดียวไม่เกี่ยวกับญาติอีก 2 คน

นายสมยงค์ให้การว่า ตนกับผู้ตายเป็นญาติกัน โดยคืนเกิดเหตุหลังจากนั่งดื่มสุราด้วยกันจน เมาได้ที่ ผู้ตายได้ควักเงิน 38,000 บาท ออกมา จากกระเป๋าเสื้อด้านหน้ามาวางกลางวงเหล้า บอกว่า “เพิ่งขายวัวได้เงิน เยอะแยะจะกินเท่าไหร่ ชาตินี้คงใช้ไม่หมด” ทำให้คิดอยากได้เงินไปรักษาภรรยาที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน จึงเอ่ยปากขอยืมผู้ตายแต่ถูกปฏิเสธ หลังจากเลิกดื่มกินจึงได้ขี่รถจักรยานยนต์สะกดรอยตามหลังไป

เมื่อถึงที่เกิดเหตุผู้ตายสงสัยว่า มีใครขี่รถตามจึงหยุดรถกลางถนน เป็นจังหวะที่ตนตามไปทัน จึงหยิบค้อนปอนด์ที่เตรียมไปด้วยทุบเข้าท้ายทอย 1 ที พอรถล้มลงจึงตีซ้ำอีกครั้ง จนเข้าใจว่าตายแล้วจึงค้นเอาเงิน 38,000 บาท และเงินในกระเป๋ากางเกงยีนส์ผู้ตายได้เงินไปราว 4 หมื่นบาท ส่วนโทรศัพท์มือถือของผู้ตายตนโยนลงน้ำในนาข้าวพร้อมกับค้อนปอนด์ ก่อนจะลากนายบรรพตที่ตนเข้าใจว่าตายแล้วไปทิ้งทุ่งนาข้างทาง จากนั้นขี่รถกลับไปอาบน้ำที่บ้านเข้านอนตามปกติ กระทั่งมาถูกเชิญตัวมาสอบสวนจนยอมรับสารภาพดังกล่าว

ต่อมาตำรวจควบคุมตัวนายสมยงค์ไปค้นหาของกลางตามคำรับสารภาพ พบเงินสด 37,000 บาท ซ่อนอยู่ใต้ตู้เย็นบนบ้าน โทรศัพท์มือถือของผู้ตายและค้อนปอนด์ที่ทิ้งลงนาข้าวห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 10 เมตร

พล.ต.ต.ทิวาเปิดเผยว่า คดีนี้ปิดคดีได้เร็วแค่เพียงข้ามคืนก็จับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว เนื่อง จากผู้ใต้บังคับบัญชาทุกส่วนได้ให้ความใส่ใจติดตามกดดันฆาตกรอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติงานอย่างรวดเร็วจนผู้ต้องหาขยับตัวหนีไม่ทัน

นายสมยงค์ถูกแจ้งข้อหา “ชิงทรัพย์ผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย” ก่อนจะถูกคุมตัว ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยมีชาวบ้านที่รู้ข่าวต่างพากันมามุงดูและสาปแช่งต่างๆ นานา เนื่องจากเป็นญาติกันแท้ๆ ยังทำกันได้

อยากมี อยากได้ของที่ไม่ใช่ของตนเอง จนถึงขั้นแย่งชิงอย่างสิ้นคิด สุดท้ายแล้วชีวิตก็ต้องพบความวิบัติ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน