อดิศร จิตตเสวี
พิรยุทธ นิ่นนนท์
สุรัตน์ สรรพคุณ
เรื่อง/ภาพ
เทคโนโลยีที่สามารถย่อโลกทั้งใบลงมาอยู่ในมือถือเพียงเครื่องเดียว หากเป็นเมื่อ 10 ปีที่แล้วแม้จะเชื่อว่ามีความเป็นไปได้ แต่ก็ไม่มีใครคาดคิดว่าจะกลายเป็นจริงในเร็ววัน แต่ด้วยอัตราเติบโตชนิดก้าวกระโดด ทุกวันนี้เราต้องการอะไรก็เปิดมือถือจิ้มๆ เดี๋ยวก็ได้
ทุกวงการต่างเร่งนำสินค้า-บริการของตนเข้าสู่โลกโซเชี่ยล ทำให้เกิดอาชีพรับจ้างโปรโมต เว็บเพจต่างๆ บรรดาเน็ตไอดอลต่างถูกทาบทามจากบริษัทห้างร้านให้ช่วยโฆษณาสินค้าหรือโปรโมตเว็บเพจจนสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ
เมื่อมีด้านสว่างก็ต้องมีด้านมืด เมื่อมีการแข่งขันกันมาก วิธีเรียกแขกที่ดีที่สุดหนีไม่พ้นการใช้เรือนร่างของหญิงสาว แม้สุ่มเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมาย แต่ด้วยรายได้ที่งามจึงยังมีหญิงสาวจำนวนมากเลือกรับงานประเภทนี้ โดยหารู้ไม่ว่า พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฉบับใหม่นั้นไม่ใช่แค่ปรับเสียแล้ว แต่มีโทษรุนแรงถึงขั้นติดคุก
เช่น กรณีคลิป 2 หญิงสาวหน้าตาดี ไลฟ์สดเปลือยกายทั้งตัว มีเพียงแค่สติ๊กเกอร์ปิดอวัยวะบางส่วนไว้เท่านั้น โดยทั้งคู่เรียกเชิญชวนให้คน เข้ามากดไลก์กดแชร์ เพื่อเป็นการโปรโมตเพจพร้อมกับเต้นไปตามเพลงและใช้มือปิดที่อวัยวะเพศเอาไว้
พวกเธอระบุว่าหากมีคนเข้ามาดูถึงจำนวนหนึ่งก็จะเอามือออกจากอวัยวะเพศทันที จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมพร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับทั้งคู่
บ่ายวันที่ 29 ส.ค. นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่าย ต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นำหลักฐาน คลิปวิดีโอ 5 คลิป เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ต.สราวุธ บุตรดี สว.สอบสวน สน.บางเขน เพื่อให้ดำเนินคดี 2 สาว

ที่มีภาพของทั้งคู่ เต้นแก้ผ้ายั่วยวนในลักษณะลามกอนาจาร พร้อมส่งเสียงครางในทางยั่วยวนทางเพศ โดยระบุว่าทั้งคู่นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งประชาชนเข้าถึงได้ ซึ่งสิ่งลามกอนาจารและขัดต่อ ศีลธรรมอันดีของประชาชน เป็นความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ (ฉบับแก้ไข) พ.ศ.2560 มาตรา 14 (4) และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และมาตรา 91 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท
นายสงกานต์กล่าวว่า คลิปดังกล่าวนั้นได้ถูกนำมาเผยแพร่ช่วงเวลากลางคืนระหว่างวันที่ 24-26 ส.ค. และมีการส่งต่อๆ กันไปทั่วประเทศ ซึ่งหากมีประชาชนที่พบเห็นก็สามารถเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษได้ที่สถานีตำรวจทุกพื้นที่ กรณีดังกล่าวหากปล่อยไว้จะทำให้เกิดการเลียนแบบเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้กับเยาวชนและสร้างผลเสียหายให้กับสังคม
ต่อมาช่วงค่ำวันเดียวกัน ที่สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 น.ส.เมญ่า อายุ 23 ปี หนึ่งในสาวที่ถูกแจ้งจับ เดินทางมาออกอากาศรายการ “โหนกระแส” โดยเผยว่า มีอาชีพเป็นพริตตี้ รับงานทั่วๆ ไป ครั้งนี้เป็น ครั้งแรกที่รับงานโชว์ลักษณะแบบนี้ งานนี้เป็นการโปรโมตเว็บบอล ส่วนเรื่องการถอดเสื้อผ้ามันอยู่ในข้อตกลง ตอนแรกก็ใส่ให้ครบ พอคนดูเยอะยอดเท่านั้นเท่านี้จะมีการถอดด้านบน ถ้าเข้ามาอีกจะค่อยๆ ถอด แต่มันปิดจุกไว้ ไม่ได้ถอดหมด
น.ส.เมญ่าเผยต่อว่า จำเป็นต้องทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัว ที่บ้านหลายคนพ่อแม่พี่น้อง ถ้าไม่มีเงินส่วนนี้ก็ไม่พอ ส่วนในเรื่องของข้อกฎหมาย ไม่รู้เลยว่ามันจะผิดร้ายแรงขนาดนี้ เมื่อถูกแจ้งความ ก็ต้องยอมรับ แต่ก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไมคนอื่นถึงไม่โดน ทำไมต้องเป็นเราคนเดียว ทำไมอีก 20 คนไม่โดน หรือเป็นเพราะกำลังดัง คนอื่นไลฟ์สดทุกวัน ทำไมไม่โดน
หลักฐานชัดเจนขนาดนี้ประกอบกับคดีมีอัตราโทษจำคุกสูงสุดถึง 5 ปี จึงไม่ออกหมายเรียกตัว แต่รวบรวมหลักฐานไปขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญาแทน ซึ่งภายหลังศาลพิจารณาหลักฐานแล้ว จึงอนุมัติออกหมายจับ 2 สาวที่เต้นเปลื้องผ้าตามคลิปดังกล่าว

เมื่อกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตถึงกับถูกออกหมายจับ 11.00 น. วันที่ 31 ส.ค. น.ส.เมญ่า อายุ 23 ปี และน.ส.กิ๊ก อายุ 21 ปี พร้อมทนายความ ก็เดินทางเข้ามอบตัวต่อ พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน และ พ.ต.ต.สราวุธ บุตรดี สว.สอบสวน สน.บางเขน โดยเตรียมเงินสดไว้ประกันตัวรายละ 100,000 บาท
ขณะที่น้องกิ๊กเผยว่า การเต้นในครั้งนี้ก็ได้มีการตกลงราคาตามเรตว่าจะเต้นแรง ถอดมากแค่ไหน ส่วนตัวยอมรับเลยว่ามักจะเต้นถอดแบบนี้อยู่แล้ว ซึ่งครั้งนี้เพราะเต้นกับเมญ่าสองคน จึงรู้สึกว่าอยากจะเพิ่มยอดไลก์ยอดแชร์ จึงตัดสินใจถอดตามที่เห็นในคลิป หลังจากเกิดเรื่องก็รู้สึกแย่ในหลายทาง และตัดสินใจแล้วว่าจะไม่กลับไปทำแล้ว และหันกลับไปทำงานตามปกติ
ภาพหลังสอบสวนตำรวจให้ประกันตัวทั้งคู่ โดยตีวงเงินประกันคนละ 75,000 บาท ซึ่งจะได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสรุปสำนวนส่งฟ้องต่อไป
ขณะที่การเอาผิดไม่ได้หยุดอยู่แค่ทั้งสองสาวเท่านั้น แต่ทนาย สงกานต์ยังรวบรวมหลักฐานส่งให้ตำรวจเพื่อเอาผิดกับเจ้าของเว็บเพจและผู้จ้างวาน โดยต้องการให้เอาผิด โทษหนักถึงขั้นเป็นคดีค้ามนุษย์ ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างนำหลักฐานไปสอบสวนขยายผล ซึ่งหากพบว่าเข้าข่ายก็จะดำเนินการจนถึงที่สุดต่อไป