เสรี สุพรรณ์นอก, สุนันทา บวบมี
สุรัตน์ สรรพคุณ, อรรถพันธ์ นิธิธีรโชติ
เรื่อง/ภาพ
หัวอกของคนเป็นพ่อ-แม่ ย่อมต้องรักลูกเป็นธรรมดา
เมื่อลูกรักต้องมาจบชีวิตก่อนวัยอันควรยิ่งทำให้เกิดความเศร้าเสียใจเป็นอย่างมาก
แต่หากความตายของดวงใจพ่อแม่ซึ่งถูกสรุปว่าเป็นการฆ่าตัวตาย โดยที่ยังมีข้อพิรุธมากมาย
ผู้เป็นบุพการีจึงต้องเดินหน้าทวงความยุติธรรม จนข้อเท็จจริงปรากฏ
ปฐมบทการต่อสู้ของพ่อที่เรียกร้องความเป็นธรรมให้การตายของลูกสาวครั้งนี้เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สภ.หนองแค จ.สระบุรี รับแจ้งเหตุมีคนผูกคอฆ่าตัวตายภายในบ้าน หลังหนึ่ง

เมื่อไปตรวจสอบบริเวณห้องนอนบนชั้นที่ 2 พบศพ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 24 ปี ภูมิลำเนาเดิมเป็นชาวจ.ชัยภูมิ นั่งเสียชีวิตในลักษณะหลังพิงประตูห้องน้ำ บริเวณลำคอมีสายโทรศัพท์มัดโยงกับลูกบิดประตู
ในที่เกิดเหตุยังพบชายวัยรุ่น 4 คน ให้การว่ารู้จักกับผู้ตายได้ไม่นาน ก่อนเกิดเหตุชักชวนกันมาทำหมูกระทะรับประทาน
ขณะกินกันอย่างสนุกสนาน ผู้ตายกลับเกิดความเศร้าเพราะแฟนหนุ่มเพิ่งเสียชีวิตจากมอเตอร์ไซค์คว่ำได้ไม่นาน ขอตัวขึ้นไปนอนพักบนห้องนอนชั้น 2 ชายทั้ง 4 คนอ้างว่าเห็นผู้ตายหายเงียบไปนาน จึงขึ้นไปดูทำให้พบว่าผูกคอตายแล้ว
เจ้าหน้าที่จึงได้บันทึกภาพในที่เกิดเหตุ พร้อมนำศพส่งตรวจสถาบันนิติวิทยาศาสตร์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ รังสิต จากนั้นได้มอบศพให้ญาติรับไปจัดพิธีบำเพ็ญกุศล
แต่ทันทีที่ผู้เป็นพ่อเปิดโลงเพื่อดูหน้าลูกสาวอีกครั้งในวันที่ไปรับศพ กลับพบสิ่งผิดปกติ

เพราะทั่วทั้งร่างกายมีแต่รอยฟกช้ำ ทางทีมแพทย์ก็ให้รีบไปแจ้งความ เนื่องจากผลการตรวจพบถึงแรงกดทับที่บริเวณลำคอ ไม่ใช่การผูกคอ อีกทั้งในที่เกิดเหตุยังพบชุดชั้นในใส่กลับด้าน พบซองถุงยางอนามัย และพบร่องรอยการถูกข่มขืนก่อนเสียชีวิต
แต่เมื่อไปสอบถามตำรวจเจ้าของคดีถึงข้อสงสัยดังกล่าว ก็ไม่ได้รับคำตอบที่แน่ชัดในเรื่องของแผลตามลำตัว แค่บอกว่าเป็นรอยถูก มดกัด และเมื่อถามถึงความคืบหน้าคดี ก็ได้รับคำตอบว่า เมื่อคนเสียชีวิตจากสาเหตุการฆ่าตัวตายไปแล้ว จะยุ่งกับตำรวจอะไรมากมาย
ยิ่งทราบว่าผู้ร่วมอยู่ในวันเกิดเหตุ มีทั้งเป็นลูกชายของนักการเมืองท้องถิ่น ลูกชายตำรวจ รวมถึงลูกชาย ผอ.โรงเรียนชื่อดัง จึงเกรงว่าอาจมีสิ่งไม่ชอบมาพากลแอบแฝงอยู่
หากเป็นคนอื่นเมื่อพบเจอเหตุการณ์แบบนี้ คงถอดใจก้มหน้ายอมรับสภาพ
แต่พ่อของเหยื่อสาวรายนี้มีความมั่นใจว่าลูกสาวถูกฆาตกรรม จึงเดินหน้าเรียกร้องความเป็นธรรม และเข้าขอความช่วยเหลือจากเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พาเข้าร้องเรียนต่อ พล.ต.อ. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. ถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
หลังทราบเรื่องดังกล่าว พล.ต.อ.ศรีวราห์จึงเรียกสำนวนคดีดังกล่าวมาตรวจสอบ ประกอบกับผลพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ออกมาพอดี โดยพบหลักฐานดีเอ็นเอของชายทั้ง 4 คน ซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุ เช่น ภายในเล็บของผู้เสียชีวิตมีเนื้อเยื่อของผู้ต้องหาถึง 3 คน และอีก 1 คน พบที่ขนเพชร และหลักฐานชิ้นสำคัญคืออสุจิของ 1 ในผู้ต้องหาที่อยู่ในตัว ผู้เสียชีวิต
เมื่อหลักฐานทั้งหมดระบุความผิดชัดเจน เจ้าหน้าที่จึงขอหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 4 คน จากศาลจังหวัดสระบุรี และตามจับกุมได้ทั้งหมด

ประกอบด้วย 1.นายนันทพร หรือ โอ๊ด บุญมาก อายุ 23 ปี, 2.นายศุภกร หรือ กอล์ฟ โสภา อายุ 23 ปี, 3.นายอธิพัชร์ หรือ ก้อง อภิญญากุล อายุ 23 ปี และ 4.นายสันติ หรือ ลาภ ทิพมล อายุ 23 ปี
ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น, ย้ายหรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตาย หรือเหตุแห่งการตาย และร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นอันมีลักษณะในการโทรมหญิง
พล.ต.อ.ศรีวราห์รุดไปสอบปากคำผู้ต้องหาด้วยตัวเองในวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมา แม้ว่าทั้งหมดยังให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
แต่ก็เป็นการปฏิเสธลอยๆ ที่ไม่มีเหตุผลมาหักล้าง
ส่วนเจ้าหน้าที่มีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ชัดเจน ทำให้เชื่อได้ว่าเป็นเหตุฆาตกรรม ส่วนเหตุจูงใจก็ตามที่ศาลออกหมายจับคือรุมโทรมผู้เสียชีวิต จึงมั่นใจว่าจะดำเนินคดีได้อย่างแน่นอน
รองผบ.ตร.ยังกล่าวขอโทษครอบครัวผู้เสียหาย ที่ทางตำรวจดำเนินการได้ไม่ดีเท่าที่ควร พร้อมยืนยันจะขอตรวจสอบถึงในเรื่องของสำนวนคดีอย่างละเอียดอีกครั้ง หากพบว่าพนักงานสอบสวนทำสำนวนผิดพลาด ก็จะตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนนายตำรวจคนดังกล่าวทันที
เมื่อทุกอย่างเข้าสู่กระบวนการตามที่มันควรจะเป็น ทุกฝ่ายย่อมต้องได้รับความยุติธรรมในที่สุด