อดิศร จิตตเสวี

อดิษัยต์ พรวนพิมพ์

พิรยุทธ์ นิ่มนนท์

เรื่อง/ภาพ

หากจัดอันดับธนาคารที่ถูกคนร้ายก่อเหตุปล้นบ่อยที่สุด ธนาคารธนชาตคงยืนอยู่ในอันดับหัวแถว แม้ตำรวจจะพยายามหามาตราการป้องกัน แต่สุดท้ายก็ยังเกิดเหตุให้ต้องมาไล่จับกันเช่นเดิม

สายวันที่ 7 ก.ย. ขณะที่พนักงานของธนาคารธนชาต สาขาบางโคล่ เลขที่ 489 ถนนพระราม 3 ตรงข้ามซอยพระราม3 ที่ 24 แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กทม. กำลังง่วนอยู่กับการเตรียมรอรับลูกค้า

ปรากฏร่างชายหนุ่ม ลักษณะผอมสูง 170 ซ.ม. สวมเสื้อผ้าสีดำ เสื้อแจ๊กเกตสีดำ สะพายเป้ เดินเข้ามาภายในธนาคารทำทีว่าเป็นลูกค้า ชายดังกล่าวเดินตรงดิ่งมาที่เคาน์เตอร์ฝาก-ถอน ก่อนงัดอาวุธปืนลูกโม่สีมันวาวขึ้นมาวางบนเคาน์เตอร์ โดยมีเป้สะพายปิดบังปืนไว้

โจรหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพว่า “ขอโทษครับ” ก่อนจะสั่งให้พนักงานหน้าเคาน์เตอร์หยิบเงินสดใส่ในกระเป๋าเป้ที่เตรียมมา ก่อนจะหลบหนีออกไปจากธนาคารโดยใช้เวลาในการก่อเหตุไม่ถึง 1 นาที ก็กวาดเงินไปได้ 257,000 บาท โดยไม่มีพนักงานธนาคารติดตามหลังคนร้ายออกไป พร้อมแจ้งรปภ. ที่อยู่ด้านหน้าให้ทราบแต่ไม่พบตัวคนร้ายแล้ว

พ.ต.ท.หัสดินทร์ นพวงศ์ ณ อยุธยา สวป. สน.วัดพระยาไกร รีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุทันทีที่รับแจ้ง ก่อนที่ พล.ต.ต.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ รอง ผบช.น. จะเดินทางไปร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ

นางจันทนา ทิพย์ชัย ผู้จัดการธนาคาร ให้การว่าขณะก่อเหตุคนร้ายไม่มีการปิดบังใบหน้า โดยธนาคาร ธนชาต สาขานี้ช่วงเช้าๆ จะมีคนมาใช้บริการน้อย โดยขณะเกิดเหตุ รปภ.ที่อยู่ด้านหน้าไม่ทราบว่าเกิดเหตุการณ์ขึ้น นึกว่าเป็นเมสเซ็นเจอร์มาใช้บริการ และมีการเปิดประตูให้คนร้ายออกไปด้วย

ต่อมา พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พร้อม พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.รัชพล ชนะศรีขจร ผกก.สน.วัดพระยาไกร ประชุมฝ่ายสืบสวน บก.สส.บช.น. ตำรวจ กก.สส.บก.น.5 และฝ่ายสืบสวน สน.วัดพระยาไกร

จากการรวบรวมข้อมูลตำรวจพบว่า คนร้ายนำรถจยย.มาจอดทิ้งไว้ที่ใต้สะพานรถไฟฟ้าบีอาร์ที สะพานพระราม 9 จากนั้นเดินเท้ามาที่ธนาคารธนชาต เพื่อก่อเหตุและวิ่งกลับมาขับขี่รถที่จอดทิ้งไว้หลบหนี

กล้องวงจรปิดริมถนนบริเวณซอยประดู่ 39 ย่านถนนเจริญราษฎร์ ที่ห่างไป 1 ก.ม.สามารถจับภาพขณะคนร้ายขี่รถจยย.ยามาฮ่า รุ่นมีโอ สีแดง-ขาว ล้อสีทอง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนหลบหนีมุ่งหน้าไปบนถนนจันทน์

ตำรวจพบว่าคนร้ายชำนาญเส้นทางที่หลบหนีเป็นอย่างดี สามารถขี่จยย.หลบหลีกการตรวจหาของตำรวจไปได้ คาดว่าจะเป็นคนในพื้นที่ จึงจำกัดวงค้นหาเบื้องต้นไว้ที่รัศมีไม่เกิน 5 ก.ม. จากธนาคารที่เกิดเหตุ

พล.ต.ท.ศานิตย์เผยว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนรวบรวมหลักฐานไปยื่นขอหมายจับต่อศาลกรุงเทพใต้ ตามภาพสเกตช์และภาพของกล้องวงจรปิด ส่วนบุคคลภายในธนาคารสอบสวนทั้งหมด ได้แก่ พนักงานธนาคาร 5 คน รปภ. 1 คน แม่บ้าน 1 คน ทั้งหมด 7 คน ไม่พบพิรุธว่ามีส่วนร่วมด้วย จากคำพูดคนร้ายที่พูดกับพนักงานนั้น คาดว่าไม่ใช่มืออาชีพ แต่อาจเป็นคนที่มีปัญหาทางการเงินจึงคิดก่อเหตุ

หลังไล่ตรวจสอบวงจรปิด และลงพื้นที่ต้องสงสัยเพื่อหาข่าว ค่ำวันที่ 8 ก.ย. ตำรวจก็พบรถ จยย.ยามาฮ่า มีโอ 125 อาร์อาร์ สีแดง-ขาว ทะเบียน อบท 564 กทม. ของคนร้ายถูกจอดทิ้งไว้บริเวณลานจอดรถ ภายในโรงเรียนพระแม่มารี ถนนจันทน์ แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร กทม.

ตรวจสอบพบเสื้อกันหนาวแขนยาว มีฮู้ด สีดำคาดเทา 1 ตัว เหรียญ 1 บาท และ 2 บาท รวมกันประมาณ 50 บาท ผ้าเช็ดรถสีน้ำตาล 1 ผืน ถุงผ้าสีน้ำตาล 1 ใบ หมวกกันน็อกแบบครึ่งใบ สีดำ 1 ใบ

พล.ต.ท.ศานิตย์ พ.ต.อ.นพศิลป์ พ.ต.อ.รัชพล รีบรุดไปร่วมตรวจสอบพร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานมาเก็บรวบรวมหลักฐาน พร้อมตรวจสอบผู้ครอบครองรถ จยย.คันดังกล่าว ทราบว่าเป็นของนายวัฒนา หรือตั๊ก ภูจริต อายุ 30 ปี อาชีพช่างซ่อมบำรุงทั่วไปของอาคารหลุยส์แมนชั่น อยู่บ้านเลขที่ 205 ม.8 ต.หว้าทอง อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น

เมื่อไปตรวจสอบที่แมนชั่นดังกล่าว ก็พบว่านายวัฒนาหลบหนีไปเสียแล้ว ตรวจค้นห้องพักข้าวของเครื่องใช้ยังอยู่ครบถ้วน พบเอกสารต่างๆ และลูกกระสุนปืน .38 อีก 3 นัด เสื้อผ้าที่ใช้ในวันก่อเหตุ เมื่อนำรูปถ่ายภาพจริงมาเปรียบเทียบกับภาพสเกตช์พบว่ามีลักษณะที่ตรงกัน

จากการสอบถามนายกิตติวัฒน์ หรือเล็ก สร้อยสุวรรณ อายุ 43 ปี หัวหน้างานเปิดเผยว่า ตนรู้จักนายวัฒนามากว่า 4 ปี เป็นหัวหน้างานและเป็นคนค้ำประกันจยย.ให้จนผ่อนหมดจึงจำรถคันนี้ได้ดี

ตำรวจยังได้ข้อมูลอีกว่านายวัฒนา เป็นคนที่หน้าตาดี มีผู้หญิงมาติดพันมากหน้าหลายตา เมื่อคบได้สักระยะหนึ่ง ก็จะหลอกเอาเงิน จากนั้นก็จะเอาเงินไปเล่นการพนัน และไปคบคนอื่นต่อ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่เตรียมเรียกผู้หญิงเหล่านี้มาสอบปากคำด้วย

ท้ายนี้ พ.ต.อ.รัชพล ชนะศรีขจร ผกก.สน.วัดพระยาไกร ฝากบอกว่าใครมีเบาะแส สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ เบอร์โทร.08-1755-5547 หรือ 0-2291-5867-71

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน