นพรัตน์ คุ้มศรี

พิชัย ศรีรุ่งเรือง

เรื่อง/ภาพ

“เขาเป็นลูกน้องผม แต่ชอบพูดไม่เข้าหูขัดคอตลอดเวลา แถมยังอ้างว่าเป็นลูกชายนักมวยชกมวยเก่งอ้างใหญ่โต พูดจาดูถูกผมอยู่เรื่อย”

คำสารภาพของ นายบรรจง ม่วงสีเสียด หนุ่มวัย 41 ปี ชาว ต.ถ้ำวัวแดง อ.หนองบัว แดง จ.ชัยภูมิ ที่ก่อเหตุสังหารโหดนายประดิษฐ์ เลขนอก อายุ 49 ปี ลูกน้องคนงานก่อสร้างและยังเป็นเพื่อนบ้านอยู่ตำบลเดียวกัน ตายสยองคาบ้านทาวน์เฮาส์ในหมู่บ้านชื่อดังย่านคลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเวลาตีหนึ่งเศษ วันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา เมื่อ ร.ต.อ.ชุมพล ทรงงาม รองสว.สอบสวน สภ.คลองหลวง รับแจ้งจากชาวบ้านว่า เกิดเหตุทะเลาะวิวาทของคนงานก่อสร้างภายในบ้านพักที่อยู่ระหว่างปรับปรุงต่อเติมในหมู่บ้านดังกล่าว คาดว่าจะมีผู้บาดเจ็บสาหัส

จึงรีบนำกำลังรุดไประงับเหตุ พร้อม พ.ต.อ.ฤทธินันท์ ปุ้ยพันธวงศ์ ผกก. พ.ต.ท.ฐานพันธ์ เฉลิมพัชรพรกุล รอง ผกก.สส. พ.ต.ต.สามารถ เปาจีน สว.สส. ร.ต.อ.มนูญ สิงหาอาจ รองสว.สส.

แต่เมื่อไปถึงก็พบร่างไร้ลมหายใจของนายประดิษฐ์ นอนคว่ำหน้าจมกองเลือดอยู่กับพื้น มีบาดแผลถูกตีด้วยของแข็งที่ศีรษะจนแตก มันสมองไหลออกมากองด้านนอกเป็นที่สยดสยอง บริเวณหน้าบ้านยังพบจอบเปื้อนเลือดตกอยู่ 1 เล่ม

ในที่เกิดเหตุยังพบนายบรรจงและลูกน้องอีก 1 คน คือ นายปรีชา มูลมาตย์ อายุ 31 ปี ทั้งคู่อยู่ในสภาพเมาสุราอย่างหนักพูดจาไม่รู้เรื่อง แต่เสื้อผ้าเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด จึงคุมตัวไปยังสภ.คลองหลวง รอให้สร่างเมาเพื่อสอบปากคำ

เบื้องต้นเพื่อนบ้านข้างเคียงที่เป็นผู้โทรศัพท์แจ้งเหตุร้ายให้การว่า ขณะเกิดเหตุกำลังกลับเข้าบ้าน พบทั้งสามคนนั่งดื่มสุรากันบริเวณหน้าบ้าน กระทั่งตกดึกได้ยินเสียงโต้เถียงกันอย่างรุนแรง

ก่อนจะมีเสียงตะโกนเสียงดังว่า “มึงไม่รู้เหรอกูเป็นใคร”

เมื่อมองออกมาจากบ้านของตน ก็เห็นนายบรรจงใช้เท้าเหยียบศีรษะชายอีกคนที่นอนจมกองเลือดอยู่ ทำให้ทราบว่าเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นแล้วจึงรีบโทร.แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบและระงับเหตุดังกล่าว

หลังนอนพักจนสร่างเมาแล้ว นายบรรจงก็ยอมรับสารภาพต่อตำรวจแต่โดยดี ว่าเป็นคนลงมือฆ่านายประดิษฐ์ลูกน้องคนงานก่อสร้าง และเป็นเพื่อนร่วมหมู่บ้านที่ จ.ชัยภูมิ

สาเหตุเพราะมีเรื่องทะเลาะขัดแย้งกันมานานแล้ว ทั้งที่รู้จักกันมานานและทำงานร่วมกันมา

เนื่องจากผู้ตายซึ่งเป็นลูกชายของอดีตนักมวยดังในพื้นที่ ชอบพูดจาขัดคอและคอยหาเรื่องอยู่เป็นประจำ

ก่อนเกิดเหตุนายบรรจงนั่งดื่มสุรา กับนายปรีชาลูกน้องอีกคน โดยมีนายประดิษฐ์ร่วมวงอยู่ด้วย แรกๆ ที่เริ่มกินก็พูดคุยกันด้วยดี

แต่พอตกดึก ทั้งหมดดื่มสุราจนเมา เต็มที่แล้ว นายบรรจงให้การอ้างว่า นายประดิษฐ์ผู้ตายก็เริ่มพูดจาไม่เข้าหูอีกจนมีปากเสียงกัน ก่อนจะแยกย้ายกันไปนอนพักบริเวณโรงรถบ้านที่เกิดเหตุ

ด้วยความแค้นใจ และเก็บกดมานาน นายบรรจงจึงเดินไปคว้าจอบที่หลังบ้านมากระหน่ำสับศีรษะนายประดิษฐ์ไม่ยั้งจนตายสยองคาที่ กะโหลกแตกมันสมองกระจายไปทั่วบริเวณ

จากนั้นก็นำไม้ถูพื้นมาเช็ดล้างคราบเลือดไปจำนวนหนึ่ง แต่ว่าหมดแรงจึงนั่งพักบริเวณหน้าบ้าน กระทั่งมีเพื่อนบ้านโทร.แจ้งตำรวจดังกล่าว

เมื่อได้คำรับสารภาพของผู้ต้องหาเสร็จสรรพ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวนายบรรจงไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ บริเวณบ้านที่เกิดเหตุ โดยลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่ตั้งวงสุราร่วมกัน กระทั่งลงมือสังหารโหดลูกน้องตัวเองที่กำลังนอนหลับสนิทจากฤทธิ์สุรา

จากนั้นคุมตัวกลับไปที่สภ.คลองหลวง เพื่อรวบรวมหลักฐานและของกลางทั้งหมดประกอบสำนวนส่งฝากขังต่อศาล ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

คดีนี้นับเป็นอีกหนึ่งอุทาหรณ์ถึงโทษภัยของน้ำเมา ที่เมื่อดื่มเข้าไปเกินขนาดอาจทำให้ขาดความยับยั้งชั่งใจ จนต้องกลายเป็นฆาตกรไปในที่สุด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน