อธิคม สิงขรณ์

เรื่อง/ภาพ

กลางดึกคืนวันที่ 16 ก.ย. เกิดคดีสยองขวัญขึ้นภายในบ้านเลขที่ 48 ม.4 ต.เทพนิมิต อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ของ นายบุญเสริม พิศพรรณ์ อายุ 36 ปี เหตุการณ์เปิดฉากขึ้นเมื่อนายสมคิด พิศพรรณ์ อายุ 33 ปี ผู้เป็นน้องชายซึ่งพักอยู่บ้านใกล้ๆ กัน รวมทั้งเพื่อนบ้านใกล้เคียงได้ยินเสียงปืนดังสนั่นออกมาจากบ้านหลังดังกล่าวจำนวน 3 นัด

เจ้าตัวรีบวิ่งมาดูที่บ้านพี่ชายด้วยความเป็นห่วงเกรงว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้น แต่เมื่อ มาถึงพบว่าบ้านเงียบเชียบ ประตูบ้านถูกล็อกจากด้านใน จึงตะโกนเรียกพี่ชายซึ่งอยู่ในบ้านกับลูกสาววัย 9 และ 5 ขวบ แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ นายสมคิดตัดสินใจอ้อมไปที่หลังบ้าน ก่อนงัดประตูด้านหลังบ้านเข้าไป

ภาพที่เห็นทำเอาเจ้าตัวถึงกับยืนช็อกตัวเย็นวาบ เมื่อเข้าไปเจอร่างไร้วิญญาณของนายบุญเสริม พิศพรรณ์ อายุ 36 ปี เจ้าของบ้าน นอนหงายพิงอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าที่อยู่กลางบ้าน มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองยาวเข้าที่ปาก กระสุนระเบิดทะลุกะโหลกศีรษะด้านหลัง เศษกะโหลกและมันสมองกระจายเกลื่อนพื้น โดยยังมีอาวุธปืนลูกซองยาวทูตมรณะวางพาดอยู่ตรงกลางหว่างขา

ใกล้ๆ กันนั้นพบศพของ ด.ญ.ประภัสสร พิศพรรณ์ อายุ 5 ขวบ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองเข้าที่หน้าอกจำนวน 1 นัด นอนเสียชีวิตอยู่หน้าทีวี ในที่เกิดเหตุยังพบร่างของ ด.ญ.นภศร พิศพรรณ์ อายุ 9 ขวบ ถูกยิงที่บริเวณหน้าอก 1 นัด นอนหายใจรวยรินอยู่ไม่ห่างกัน

หลังตั้งสติได้นายสมคิดรีบนำร่างของหลานสาวส่งโรงพยาบาลโป่งน้ำร้อน แต่บาดแผลของหนูน้อยนั้นสาหัสมาก สุดท้ายจึงเสียชีวิตลงหลังจากถึงโรงพยาบาลได้ไม่นาน

พลันที่ ร.ต.อ.ชนินทร์ ธรรมศานติบูรณ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านแปลง รับแจ้งเหตุร้ายจากศูนย์วิทยุกู้ภัย สมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรีจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยพ.ต.อ.ชัชวาล โตโสภณ ผกก.สภ.บ้านแปลง เจ้าหน้าที่วิทยาการกองพิสูจน์หลักฐาน และตำรวจชุดสืบสวน

เจ้าหน้าที่ พฐ.ตรวจสอบคราบเขม่าดินปืนที่มือผู้ตายและที่อาวุธปืนลูกซองยาว รวมทั้งเก็บปลอกกระสุนปืนจำนวน 3 ปลอกไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ ที่ประตูและผนังยังมีข้อความเขียนขอโทษและระบายความในใจ ซึ่งคาดว่านายบุญเสริมเป็นผู้เขียนเอาไว้ก่อน ก่อเหตุสลด

จากการสอบสวนนายสมคิดให้การว่า ก่อนเกิดเหตุพี่ชายซึ่งมีอาชีพเป็นช่างก่อสร้างกับทำสวนลำไย และยังเป็นเจ้าหน้าที่อาสา ชรบ. (ชุดรักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้าน) มีปากเสียงกับ น.ส.สาวิกา หนองขอน อายุ 35 ปี ภรรยาอย่างรุนแรงเรื่องหึงหวง ทำให้น.ส.สาวิกาพาลูกสาวทั้งสองคนหนีออกไปอยู่กับผู้เป็นยาย

ก่อนเกิดเหตุนายบุญเสริมตามไปง้อคืนดีแต่ไม่สำเร็จ จึงพาตัวลูกสาวทั้งสองคนกลับมาบ้าน จากนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 3 นัด เมื่อมาดูจึงพบว่าพี่ชายก่อเหตุยิงลูกสาวทั้งสองคนและยิงตัวตาย แต่ด.ญ.นภศรยังมีลมหายใจอยู่ เลยรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล ก่อนเสียชีวิตในที่สุด

พ.ต.อ.ชัชวาลเผยว่า ปืนลูกซองยาวกระบอกดังกล่าวเป็นของหน่วยงานต้นสังกัดมอบให้กับเจ้าหน้าที่ ชรบ. โดยนาย บุญเสริมใช้ปากอมปลายกระบอกปืน และใช้นิ้วเท้าเหนี่ยวลั่นไกปลิดชีพตนเอง อย่างไรก็ตาม ได้ประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุไว้ตรวจสอบอย่างละเอียด พร้อมกันนี้จะได้เชิญตัวผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งน.ส.สาวิกา ภรรยาของผู้เสียชีวิต ตลอดจนพยานแวดล้อม มาให้ปากคำเพิ่มเติม ในการสรุปหาสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง

วันรุ่งขึ้นร.ต.อ.ชนินทร์เชิญตัวน.ส.สาวิกา ซึ่งอยู่ในอาการโศกเศร้าและร่ำไห้อยู่ตลอดเวลามาสอบถามถึงต้นสายปลายเหตุของเรื่องราวสลดดังกล่าว น.ส.สาวิกาเผยด้วยความเสียใจว่า สาเหตุมาจากเรื่องหึงหวง เนื่องจากนายบุญเสริมสามีนั้นมีพฤติกรรมขี้หึง มักจะระแวงว่าตัวเองจะปันใจมีคนอื่น ทำให้ที่ผ่านมามีปากเสียงทะเลาะกันบ่อยครั้ง

ล่าสุดคืนที่ผ่านมาก็เกิดมีปากเสียงทะเลาะกับนายบุญเสริมอย่างรุนแรง ตนจึงตัดสินใจพาลูกหนีมาหลบที่บ้านญาติ ต่อมานายบุญเสริมได้ตามมาง้อขอคืนดีที่บ้าน แต่ตนเองเกรงจะเกิดความไม่ปลอดภัยจึงไม่ยอมกลับไป

“นายบุญเสริมโมโหพาตัวลูกสาวทั้งสองคนกลับมาบ้านเพื่อหวังใช้เป็นเครื่องต่อรองให้กลับไปที่บ้าน แต่ไม่คาดคิดว่าเหตุการณ์จะบานปลายถึงขั้นใช้ปืนยิงลูกสาวทั้งสองคนจนเสียชีวิตและยิงตัวตายดังกล่าว” น.ส.สาวิกาให้การทั้งน้ำตา

วันเดียวกันทางญาติๆ ได้รับศพของนายบุญเสริม พร้อมกับด.ญ.ประภัสสร และ ด.ญ.นภศร ลูกสาวทั้ง 2 คนจากโรงพยาบาลโป่งน้ำร้อน เพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี ที่วัดบ้านแหลม ต.เทพนิมิต อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ด้วยยังทำใจไม่ได้ที่หนูน้อยทั้งสองคนต้องมาเสียชีวิตด้วยฝีมือพ่อแท้ๆ ของตัวเอง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน