พิรยุทธ์ นิ่มนนท์

อดิศร จิตตเสวี

อรรถพันธ์ นิธิธีรโชติ

เรื่อง/ภาพ

ศึกระหว่างเด็กช่างกล ที่ลุกลามบานปลาย ถึงขั้นไม่รู้หน้าไม่รู้จักก็ฆ่ากันได้ กลายเป็นปัญหาใหญ่ของสังคม เด็กที่ก่อเหตุส่วนหนึ่งยอมรับว่า มาจากการต้องการได้รับการยอมรับจากพรรคพวกเพื่อนฝูง ต้องการเป็นหัวโจกเป็นผู้นำกลุ่ม จึงต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยการไล่ตบหัวเข็มขัด เสื้อช็อป ของนักเรียนโรงเรียนคู่อริ ที่หนักสุดถึงขั้นฆ่าเพื่อล่าแต้ม

แนวคิดอันตรายนี้ถูกปลูกถ่ายจาก รุ่นสู่รุ่น ทำให้กลายเป็นปัญหาที่ยากจะแก้ไข

ค่ำวันที่ 19 ก.ย. ก็เกิดเหตุขึ้นอีก เมื่อร.ต.อ.นุลักษณ์ บุญฤทธิ์ รองสารวัตร (สอบสวน) สน.ลาดพร้าว รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงเสียชีวิตบนถนน เสรีไทยขาออก ใกล้แยกนิด้า แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4 พ.ต.อ.ภาสกร รัตนปนัดดา ผกก.สน.ลาดพร้าว พ.ต.ท.นนท์ นุมบุญนำ รองผกก.ป. พ.ต.ท.ธีรยุทธ ใหม่แปง รองผกก.สส. พ.ต.ท.สำรวย แสนสม รองผกก.(สอบสวน) เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์ หลักฐาน แพทย์นิติเวช ร.พ.ตำรวจ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

บนถนนช่องทางขวาก่อนถึง แยกนิด้า 100 เมตร พบศพ นายศิวกร สอิ้งรัมย์ อายุ 19 ปี ชาว จ.บุรีรัมย์ เป็นนักเรียนของวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งหนึ่งย่านบางนา และทำงานอยู่ที่ โตโยต้าบัสส์ สาขาเสรีไทย มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่บริเวณศีรษะ ใกล้กันพบรถจยย.ฮอนด้า เวฟ สีขาว คาดแดง ทะเบียน 1 กก 8661 บุรีรัมย์ ล้มอยู่ นอกจากนี้ยังมีเพื่อนของผู้ตาย ซึ่งเป็นคนซ้อนท้ายยืนรอให้ปากคำอยู่ด้วยสีหน้าตกใจ

จากการสอบสวนเพื่อนผู้ตาย ทราบว่า ผู้ตายขี่รถ จยย. โดยมีเพื่อน ซ้อนท้ายมาด้วยกัน ขณะนั้นมีคนร้าย เป็นชาย 2 คน ขี่รถจยย.มาประกบ ก่อนใช้อาวุธปืนอีโบ๊ะหรือปืนลูกซองสั้น แบบไทยประดิษฐ์ จ่อที่หัวแล้วถามว่า “เฮ้ยมึงเรียนที่ไหน” เพื่อนผู้ตายตอบไปว่า “ไม่ได้เรียนเพิ่งกลับมาจากต่างจังหวัด” ก่อนที่คนร้ายจะยิงใส่ แต่เพื่อนผู้ตายหลบทันกระสุนจึงไปถูกนายศิวกรเสียชีวิต และยืนยันว่าจดจำใบหน้าผู้ก่อเหตุได้เนื่องจากพูดคุยกันเป็นเวลานาน

พล.ต.ต.นันทชาติ เปิดเผยว่า มูลเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งสาเหตุไว้ 3 ประเด็น ยังไม่ตัดเรื่องใดทิ้งทั้งเรื่องความขัดแย้งระหว่างสถาบัน ทะเลาะวิวาท และยิงผิดตัว ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานรวมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อเตรียมขอศาลออกหมายจับ

ขณะที่ นางราตรี สอิ้งรัมย์ อายุ 44 ปี แม่ของผู้ตาย กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตนมีลูกชาย 2 คน นายศิวกรเป็นคนโตหลังทราบข่าวรู้สึกใจสลาย เนื่องจากที่ผ่านมาลูกชายเพิ่งเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ได้แค่ 4-5 เดือน เพื่อมาเรียนหนังสือและหางานทำ เพื่อส่งตัวเองเรียนด้วย เนื่องจากทางบ้านมีฐานะยากจน โดยลูกชายเป็นคนดี ไม่ดื่มสุรา และไม่เคยทะเลาะกับใครมาก่อน ตอนนี้ยังไม่ทราบสาเหตุว่าเหตุใดลูกชายจึงถูกยิงเสียชีวิต

ตำรวจใช้เวลาแค่ 2 วัน ก็จับกุมตัว 2 คนร้ายไว้ได้ โดยวันที่ 21 ก.ย. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น แถลงข่าวจับกุม นายพิสุทธิ์ หรือเลาะ จานก่อบุญ อายุ 19 ปี ชาวจังหวัดนครนายก และนายแดง (นามสมมติ) อายุ 16 ปี พร้อมของกลางรถจยย. ยี่ห้อฮอนด้า ดรีม สีเขียว ไม่ติดแผ่นป้าย จำนวน 1 คัน โดยทั้งคู่เรียนอยู่ชั้นปี 1 วิทยาลัยเทคนิคชื่อดังย่านบางกะปิ

พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวว่า หลัง เกิดเหตุตำรวจสืบสวนและ ไล่ตรวจสอบภาพวงจรปิดตามถนน จนทราบว่าคนร้ายที่ร่วมกันก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงนายศิวกรเสียชีวิตจำนวน 2 คน คือนายพิสุทธิ์ ซึ่งภายหลังก่อเหตุหลบหนีไปกบดานอยู่ที่คลอง 15 อ.องครักษ์ จ.นครนายก และนายแดง ซึ่งหลบหนีไปอยู่ที่ตลาดเสรีไทย จึง ขออนุมัติศาลออกหมายจับ ก่อนจะสามารถติดตามจับกุมตัวมาได้

พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวต่อว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 2 ให้การรับสารภาพว่านายพิสุทธิ์เป็นคนยิง ซึ่ง เจ้าตัวอ้างว่าเป็นการเข้าใจผิด คิดว่า ผู้ตายเป็นนักเรียนโรงเรียนคู่อริ จึงจะไปเอาหัวเข็มขัด โดยชักปืนออกมาขู่ จนปืนเกิดลั่น

ขณะที่อาวุธปืนนั้นเจ้าตัวอ้างว่า เป็นของเพื่อนนายแดงเพิ่งยืมมาพก เป็นวันแรก และเพิ่งก่อเหตุเป็นครั้ง แรกเพราะปกติจะเป็นแค่คนขับขี่รถจักรยานยนต์เท่านั้น โดยหลังเกิดเหตุ ได้ขี่รถจยย. ไปบริเวณท่าเรือคลอง แสนแสบ ท้ายหมู่บ้านร่มไทร ซอย เสรีไทย 38 ก่อนนำอาวุธปืนไปโยนทิ้งลงคลอง ก่อนหลบหนีไปจนกระทั่งถูกตำรวจตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว

ภายหลังแถลงข่าวตำรวจคุมตัว ผู้ต้องหาไปทำแผนฯที่จุดเกิดเหตุและจุดที่คนร้ายทิ้งปืน ก่อนนำตัวสอบสวนดำเนินคดีข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่น, พยายามฆ่าผู้อื่น, ร่วมกันมีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร” ต่อไป

แม้จะใช้ชีวิตคนอื่นเป็นสะพาน อัพเกรดขึ้นมายืนเป็นหัวโจกได้สำเร็จ แต่ก็ต้องไปชดใช้กรรมในคุกหมดอนาคต คุ้มหรือไม่ก็คิดดูเอาแล้วกัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน