คอลัมน์ สดจากสนามข่าว
ย้อนคดีระทึกเมืองพัทยา – พัทยา เมืองท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของเมืองไทย จุดมุ่งหมายอันดับต้นๆ ของชาวต่างชาติ ในบรรยากาศแห่งการพยายามฟื้นตัวจากพิษโรคระบาดโควิด-19 ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินย่อมเป็นเรื่องสำคัญที่นักท่องเที่ยวจะตัดสินใจเลือกกลับมา
เมื่อปัญหาอาชญากรรมเป็นอุปสรรคสำคัญ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องเตรียมพร้อมรับมือกับอาชญากรรมทุกรูปแบบ

นาทีชิงปืน
ค่ำวันที่ 2 พ.ย. พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.เขมรินทร์ พิศมัย ผกก.สภ.เมืองพัทยา นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ชุดสืบสวนหลายสถานีตำรวจ รวมกว่า 50 นาย เข้าปิดล้อมคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
หลังมีเหตุชาวต่างชาติคลุ้มคลั่งไล่ทำร้ายชาวบ้านและใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นเหตุให้นายทิวากร กฤษมณี อายุ 31 ปี ผู้สื่อข่าวถูกลูกหลงเข้าที่ส้นเท้าซ้ายจำนวน 1 นัดได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้รีบปฐมพยาบาล ก่อนเคลื่อนย้ายไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลกรุงเทพ-พัทยา

ตร.เตรียมพร้อม
เจ้าหน้าที่ตำรวจปิดกั้นสถานที่เกิดเหตุ และห้ามผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องออกห่างจากพื้นที่ เนื่องจากเกรงว่าจะได้รับอันตรายเพราะผู้ก่อเหตุมีอาวุธปืน ก่อนจะกระจายกำลังปิดล้อมทั่วบริเวณอาคาร พร้อมกับส่งทีมขึ้นไปเจรจา รวมทั้งให้เพื่อนชาวต่างชาติของผู้ก่อเหตุช่วยเจรจาเกลี้ยกล่อม

เช็กอาวุธ
พ.ต.อ.กรวัฒน์เปิดเผยต้นสายปลายเหตุดังกล่าวว่า ผู้ก่อเหตุชื่อ นายไมเคิล อายุ 25 ปี สัญชาติอเมริกา โดยช่วงเวลา 16.30 น.ได้ไปใช้บริการสนามยิงปืนที่เขตพื้นที่ อ.ห้วยใหญ่ โดยทางสนามได้ใส่กระสุนปืนขนาด 9 ม.ม.จำนวน 10 นัด โดยมีครูฝึกคอยยืนประกบ แต่ขณะที่นายไมเคิลยิงเป้าไป 2 นัด กลับหันปืนยิงใส่ครูฝึกจำนวน 2 นัด จากนั้นวิ่งไปขี่รถจยย.หลบหนีไปทางสุขุมวิท ฝ่าไฟแดงตรงแยกอัยการจอมเทียน เจ้าหน้าที่อาสาจอมเทียนได้ขี่รถไล่ไป ทางนายไมเคิลก็ได้ยิงปืนใส่ทางเจ้าหน้าที่ 2 นัด ก่อนขี่หลบหนีหายไป

วิ่งหลบหนี
จนกระทั่งช่วงเวลา 23.30 น. ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพัทยารับแจ้งว่าพบผู้ก่อเหตุอยู่ในอาการคลุ้มคลั่งไล่ทำร้ายชาวบ้านอยู่บริเวณหน้าคอนโดมิเนียม จึงนำกำลังไปจับกุม แต่ปรากฏว่าเมื่อตำรวจมาถึงก็พยายามเจรจาให้วางอาวุธและยอมมอบตัว แต่ผู้ก่อเหตุกลับยิงใส่ตำรวจ 3-4 นัด ก่อนที่หัวกระสุนจะแฉลบไปโดนขาของผู้สื่อข่าวที่กำลังเฝ้าดูและรายงานสถานการณ์อยู่จนบาดเจ็บ หลังจากนั้นผู้ต้องหาได้วิ่งขึ้นไปหลบอยู่ภายในห้องของตัวเองบนคอนโดมิเนียม ส่วนสาเหตุการก่อเหตุครั้งนี้เบื้องต้นทราบว่าผู้ก่อเหตุมีอาการเครียดเรื่องส่วนตัว
ตัดภาพกลับมาที่คอนโดฯ ที่เกิดเหตุ แม้จะผ่านไปนานกว่า 3 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเจรจาให้ฝรั่งคลั่งมอบตัวได้ สุดท้ายเจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจจะบุกเข้าจับกุม ชุดปฏิบัติการเรียกประชุมวางแผนอีกครั้ง ถึงขนาดนำภาพจากกล้องวงจรปิดที่สนามยิงปืนมาไล่นับกันเลยว่าเจ้าตัวลั่นไกไปกี่นัดแล้ว และยังเหลือกระสุนอยู่อีกกี่นัดเพื่อความไม่ประมาท
ก่อนจะเปิดปฏิบัติการจับกุมตามยุทธวิธีที่ได้ฝึกซ้อมกันมาด้วยความระมัดระวัง กระทั่งสามารถเข้าไปตรวจสอบในห้องพักได้ ก่อนพบว่านายไมเคิลใช้ปืนยิงตัวเองเสียชีวิตอยู่ภายในห้องนอน ก่อนเจ้าหน้าที่จะบุกเข้าชาร์จเพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์
ขณะที่ในส่วนของสาเหตุแม้ยังไม่แน่ชัดแต่การตรวจสอบประวัติพบว่านายไมเคิลมาพักอาศัยที่เมืองพัทยา โดยมีภรรยาชาวไทย 1 คน แต่ช่วงโควิดนั้นไม่สามารถเดินทางกลับบ้านได้ แต่ตอนที่อยู่ที่พัทยานั้นนายไมเคิลมีพฤติกรรมชอบเสพยาเสพติด และมีโรคประจำตัว โดยเมื่อ 2 อาทิตย์ก่อนเจ้าตัว ก่อเหตุทำร้ายภรรยาโดยใช้อาวุธมีดจี้คอภรรยา จนภรรยาทนไม่ไหวต้องเลิกราไป จนมาก่อเหตุดังกล่าว นอกจากนี้ ยังทราบว่าเมื่อ 2 วันก่อนพ่อแม่ของนายไมเคิลได้เดินทางมาถึงประเทศไทยแล้วแต่ยังอยู่ในช่วงกักตัวของรัฐ ที่กทม. ภายหลังที่นายไมเคิลยิงตัวเอง เสียชีวิต ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้ทั้งพ่อและแม่ทราบรายละเอียดเรื่องดังกล่าวแล้ว
ที่ฝึกฝนกันมาตลอดก็เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถระงับเหตุได้อย่างรวดเร็ว และไม่เกิดความสูญเสีย