คอลัมน์ สดจากสนามข่าว

ผ่าปฏิบัติการล่าข้ามจว. – เช้ามืดวันที่ 20 ธันวาคม 2563 ตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 (ภ.4) ชุดสืบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ตำรวจสืบสวนจังหวัดสุพรรณบุรี กว่า 100 นาย เข้าปิดล้อมรีสอร์ตแห่งหนึ่งบริเวณริมถนนเลี่ยงเมือง บ้านดอนบม ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น เพื่อจับกุม นายวรวิทย์ หรือ บอย เตียวเจริญกิจ พร้อมช่วยเหลือน้องปอ อดีตภรรยา เพื่อปิดฉากการไล่ล่าระทึกตลอด 5 วัน

นายวรวิทย์ หรือ บอย เตียวเจริญกิจ

ย้อนไปเมื่อวันที่ 15 ธ.ค. นายวรวิทย์บุกเข้าทำร้ายน้องปอ อดีตภรรยาสาว พนักงานบริษัทเงินติดล้อ ย่านพัฒนาการ ถึงที่ทำงาน โดยใช้อาวุธปืนข่มขู่ไม่ให้ใครช่วยเหลือ ก่อนลักพาตัวออกไปจากที่ทำงานอย่างอุกอาจ โดยใช้รถฮอนด้า ซีวิค สีเทา ป้ายทะเบียน ศฎ 3934 กทม. ก่อนทำร้ายร่างกายโชว์ครอบครัวอดีตภรรยาผ่านทางวิดีโอคอล จนสภาพหน้าตาบวมช้ำ สร้างความทุกข์ใจให้กับครอบครัวเป็นอย่างมาก ซึ่งหลังเกิดเหตุตัวแทนของบริษัทได้เข้าแจ้งความที่ สน.คลองตัน

กระทั่งค่ำวันที่ 18 ธ.ค. ตำรวจพบรถเก๋ง ฮอนด้า ซีวิค สีเทา แหกโค้ง พุ่งลงข้างทาง ใกล้อ่างเก็บน้ำกระเสียว อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี เเต่เมื่อเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ กลับไม่พบคนขับรถ จึงตรวจสอบและพบว่า รถคันดังกล่าวถูกนำป้ายทะเบียนมาสวม เเละเก็บป้ายทะเบียนจริงไว้หลังรถ คือ ป้ายทะเบียน ศฎ 3934 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถยนต์ของนายบอย

ทำร้ายก่อนเซลฟี่โชว์

จากนั้นตำรวจชุดสืบสวนติดตามร่องรอยจนพบว่าหลังจากรถตกข้างทาง นายบอยฉุดกระชากอดีตภรรยาไปตามถนน จากนั้นได้จี้รถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีเงิน หมายเลขทะเบียน บต 1209 สุพรรณบุรี จากนายวิม สุขสันติสุวรรณ และ นางละมัย อู่อรุณ ลูกเขยกับแม่ยาย พร้อมบังคับพาทั้งคู่ขับมากดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม ในอำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ก่อนมุ่งหน้าไปยังอำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี

โดยช่วงสายที่ 19 ธ.ค. ภาพจากกล้องวงจรปิด CCTV จับภาพรถกระบะคัน ดังกล่าวขับมุ่งหน้าเข้ามายังเขตพื้นที่เชื่อมระหว่าง อำเภอห้วยคต กับ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตั้งด่านจุดตรวจจุดสกัด ตามจุดที่คาดว่านายบอยนั้นจะขับผ่าน โดยขอความร่วมมือผู้ที่ขับขี่ผ่านยังจุดตรวจให้ลดกระจกเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด แต่ก็ไม่พบตัว

มารดาและลูกชายกล่อม

ตํารวจไล่แกะรอยนายบอยจนได้ข้อมูลว่าได้ปล่อยตัวนายวิมและนางละมัยไว้ริมถนนในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น พร้อมกับทิ้งรถกระบะคันที่ชิงไปแล้วเดินเท้าหนี เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเหตุผลที่นายบอยหลบหนีไปจังหวัดขอนแก่นเพราะเป็นบ้านแม่ และที่ตัดสินใจทิ้งรถ และตัวประกันแล้วเดินเท้าหลบหนี น่าจะโทร.บอกให้เพื่อนหรือ คนรู้จักที่ขอนแก่นให้มารับตัวพาหลบหนี ต่อไป

ชิงรถกระบะหนีต่อ

ต่อมาทราบว่าเจ้าตัวหลบเข้ามาเช่าห้องพักหมายเลข A8 ภายในรีสอร์ตดังกล่าวคาดว่าตัวนายบอยและอดีตภรรยายังคงอยู่ภายในห้องพัก พร้อมกับอาวุธปืนที่พกติดตัวมาด้วย

ตัดภาพกลับมาที่การปิดล้อมตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ตำรวจสืบสวนภาค 4 ตำรวจจังหวัดสุพรรณบุรี จึงปิดล้อมรีสอร์ตไว้ เพื่อรอให้นายบอยออกมาจาก รีสอร์ต ก่อนจะเข้าจับกุมตัว

ที่ตำรวจต้องใช้ความระมัดระวังไม่บุ่มบ่ามบุกเข้าไปเพราะยังมีอดีตภรรยาอยู่ภายในห้องพักด้วยกัน ต่อมาตำรวจได้นำตัวภรรยาคนปัจจุบันมาพูดคุยกับนายบอย แต่ไม่เป็นผล รวมถึงครอบครัวของนายบอยเดินทางมาพูดคุยก็ไม่เป็นผลเช่นกัน นายบอยยังคงเก็บตัวอยู่ภายในห้องพักเท่านั้น

วงจรปิดนาทีฉุด

ต่อมาเวลาประมาณ 13.45 น. นายบอยจึงยอมมอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ หลังจากที่มารดาและลูกชายคนโตที่เกิดกับภรรยาใหม่ ได้มาพูดคุยเกลี้ยกล่อมนานกว่า 1 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวมาที่ สภ.ย่อยเมืองเก่า จากนั้น พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ ผู้บัญชา การตำรวจภูธรภาค 4 ได้เดินทางมาร่วมสอบปากคำนายบอยด้วยตนเอง

จากการสอบสวนนายบอยให้การว่า ตนถูกกีดกันจากญาติของฝ่ายภรรยาคนใหม่มาโดยตลอด แต่ที่เจ็บใจคือญาติของอดีตภรรยาฟ้องจับตนเองและแม่ในข้อกล่าวหายักยอกทรัพย์ จึงเป็นจุดแตกหักระหว่างญาติของอดีตภรรยา ไม่เกี่ยวกับเรื่องหึงหวง

ตำรวจล้อมโรงแรม

หลังสอบสวน เจ้าหน้าที่ประสาน พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ ผบก.น.5 พ.ต.อ.ฤทธี ปานดำ ผกก.สน.คลองตัน เดินทางมารับตัวนายบอยขึ้นเครื่องบินกลับไปดำเนินคดีต่อไป

การประสานงานกันอย่างเยี่ยมยอด จึงเป็นปฏิบัติการไล่ล่า ที่จบลงด้วยความสำเร็จอย่างสมบูรณ์แบบ

 

สราวุฒิ ศรีเพ็ชรสัย

สุพล บุญชื่นชม

เอกพงษ์ พุทธา

จักรพันธ์ นาทันริ

เรื่อง/ภาพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน