คอลัมน์ สดจากสนามข่าว
เปิดคำสารภาพ‘ป๋าสอบ’ อ้างพิษโควิดทำตกงาน – “โควิด-19 ที่ระบาดทำอาบอบนวดที่ทำงานเชียร์แขกต้องปิด ทำให้มีงานทำบ้างไม่มีงานทำบ้าง โดยเฉพาะการระบาดรอบที่สองส่งผลกระทบไม่มีรายได้ เลยเกิดอารมณ์ชั่ววูบปล้นทอง”
คำสารภาพที่ออกจากปากนายคุณสอบ ดอกแก้วกลาง หรือที่รู้จักในวงการคนกลางคืนว่า ‘ป๋าสอบ’ ชายวัย 63 ปี ชาว อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา เมื่อถูกตำรวจตามไปรวบตัวที่อุบลราชธานี ที่ก่อเหตุบุกเดี่ยวใช้ปืนจี้ชิงทองรูปพรรณในห้างที่โคราชได้ไม่กี่ชั่วโมง
ย้อนไปเมื่อช่วงค่ำวันที่ 19 ม.ค. พนักงานสอบสวน สภ.โนนไทย รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนบุกจี้ชิงทองคำรูปพรรณที่ห้างเยาวราชกรุงเทพฯ ในห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส สาขาอำเภอโนนไทย เมื่อนำกำลังรุดไปตรวจสอบ
พบพนักงานร้านยังอยู่ในอาการตื่นตระหนก สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า มีคนร้ายเป็นชายสวมเสื้อแขนยาวสีเขียวอ่อน มีฮู้ดคลุมศีรษะ และสวมหน้ากากอนามัยปกปิดใบหน้าไว้มิดชิด นุ่งกางเกงขายาว สีแดง ถือปืนพกสั้นไม่ทราบขนาด เข้าไปจี้ชิงทองภายในร้านทอง ทำเอาพนักงานอยู่ภายในร้านหลายคนต่างตกใจร้องวิ่งหนีเอาชีวิตรอด

วงจรปิดนาทีลงมือ
จากนั้นคนร้ายกระโดดเข้าไปในร้านและสามารถคว้าเอาสร้อยคอทองคำไปหลายเส้นใส่กระเป๋าผ้าที่เตรียมไว้ เป็นสร้อยทองคำจำนวน 119 เส้น แยกเป็นสร้อยทองน้ำหนัก 1 บาท จำนวน 57 เส้น และสร้อยทองน้ำหนัก 1 สลึง จำนวน 62 เส้น น้ำหนักทองรวม 72 บาท 50 สตางค์มูลค่ากว่า 1 ล้าน 9 แสนบาท
ก่อนที่จะขี่รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า มีโอ สีน้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน หลบหนีมุ่งหน้าสู่ ต.สำโรง อ.โนนไทย

ป๋าสอบ
ตํารวจไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายหลบหนี สะกดรอยไปจนพบรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้เป็นพาหนะจอดอยู่ จึงปิดล้อมเข้าตรวจค้น
เจ้าของบ้านหลังดังกล่าวให้เบาะแสว่า ‘ป๋าสอบ’ ซึ่งเป็นเพื่อนกันมาขอหยิบยืมรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว อ้างจะไปทำธุระ แล้วนำรถมาคืน ก่อนขับรถยนต์นิสสันสีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กธ 1072 ระยอง ออกไปได้ไม่นาน
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบประวัติป๋าสอบ พบว่ามีอาชีพเป็นพนักงานเชียร์แขกตามอาบอบนวด และสถานบันเทิงต่างๆ โดยโยกย้ายไปทำงานในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ และเพิ่งกลับเข้าพื้นที่มาไม่นาน

ห้างทองที่เกิดเหตุ
จากเบาะแสที่เจ้าหน้าที่สืบทราบตัวป๋าสอบมีเพื่อนสนิทที่เป็นคนแวดวงกลางคืนด้วยกัน อยู่ใน จ.อุบลราชธานี จึงคาดว่าน่าจะไปหาเพื่อนรายดังกล่าว เพื่อหาช่องทางหลบหนีออกไปกบดานในประเทศเพื่อนบ้าน จึงประสาน บก.ภ.จว.อุบลราชธานี ช่วยตรวจสอบอีกทางหนึ่งแล้วสิ่งที่ตำรวจสันนิษฐานก็เป็นจริง
ช่วงเที่ยงวันถัดมา 20 ม.ค. พล.ต.ต.สมพจน์ ขอมปรางค์ ผบก.ภ.จว.อุบลราชธานี พร้อม พ.ต.อ.ชาญชัย อินรา ผกก.สส.บก.ภ.จว.อุบลราชธานี นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.ภ.จว.อุบลราชธานี ไปตรวจสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ริมถนนพโลชัย ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี

ตร.แกะรอยจนพบพาหนะ
ผ่านไปไม่นานก็มีรถยนต์นิสสันตรงตามเบาะแสขับเข้าไปจอดในลานจอดรถ ก่อนที่ป๋าสอบจะลงมาจากรถเดินตรงไปหาเพื่อนที่ยืนรออยู่ก่อนหน้า เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม
ทันทีที่เห็นตำรวจป๋าสอบก็ถึงกับหน้าซีดยอมจำนนพาไปตรวจยึดทองของกลาง และปืนปลอมที่เก็บไว้ในรถแต่โดยดี
คํ่าวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนก็ไปรับตัวป๋าสอบจากอุบลฯ กลับถึง สภ.โนนไทย ให้ พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผบช.ภาค 3 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ฐากูร นัทธีศรี รองผบช.ภาค 3, พล.ต.ต.พรชัย นลวชัย ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา, พล.ต.ต.ชูสวัสดิ์ จันทร์โรจน์กิจ ผบก.สส.บช.ภาค 3 และ พ.ต.อ. อิษฎ์ บุญญะฤทธิ์ ผกก.สภ.โนนไทย ร่วมกันสอบปากคำ ก่อนทั้งหมดจะร่วมกันแถลงข่าวจับกุมตัว
โดยป๋าสอบสารภาพว่า เดิมทำงานเป็นพนักงานเชียร์แขกตามสถานอาบอบนวดและผับบาร์ของวงการคนกลางคืน และเคยมาทำงานอยู่ที่ จ.อุบลราชธานี เมื่อหลายปีก่อน ต่อมาย้ายไปทำงานที่ จ.นครสวรรค์

จนมุมที่อุบลฯ
กระทั่งเจอโรคติดเชื้อโควิด-19 ทำให้มีงานทำบ้างไม่มีงานทำบ้าง โดยเฉพาะการระบาดรอบที่สองส่งผลกระทบไม่มีรายได้ ประกอบกับด้วยอารมณ์ชั่ววูบตัดสินใจเอาปืนปลอมบุกจี้เอาทองรูปพรรณหวังนำไปขายใช้เป็นเงินทุนใช้จ่ายเลี้ยงชีพในช่วงนี้
หลังก่อเหตุชิงทองขี่รถจักรยานยนต์ที่ยืมคนรู้จักไปคืนให้เจ้าของ ก่อนมาที่รถของตัวเองเปลี่ยนเสื้อผ้าตบตาเจ้าหน้าที่ขับหลบหนีมุ่งหน้ามาหาเพื่อนที่ชื่อนายไก่ที่ทำงานอยู่สถานบันเทิงที่จังหวัดอุบลราชธานี โดยหวังจะมาขอพักอาศัยด้วย 2-3 วัน ก่อนหาลู่ทางข้ามชายแดนไปประเทศเพื่อนบ้าน
แต่ยังไม่ทันได้พูดคุยก็ถูกตำรวจตามแกะรอยบุกเข้าจับตัวไว้ได้ทันควัน โดยทองรูปพรรณที่ชิงมาทั้งหมดยังอยู่ครบยังไม่ได้นำไปขายแม้แต่เส้นเดียว
หลังจากนี้ป๋าสอบคงไม่ต้องกังวลเรื่องต้องหาเงินเลี้ยงปากท้องแล้ว เพราะหลวงท่านต้องนำตัวไปเลี้ยงดูอยู่ในตะรางอีกหลายปี