คอลัมน์ สดจากสนามข่าว

ปิดคดีปล้นกรุงไทย6แสน – ตัวอย่างก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน ไม่ว่าจะคิดทำผิดคิดร้ายอะไรที่ไม่ถูกครรลองอาญาบ้านเมือง ล้วนหนีไม่พ้นเงื้อมมือของตำรวจไทยไปได้

แต่บรรดาเหล่าร้ายที่ก่อกรรมทำเข็ญมักตีหน้าเศร้าเล่าเรื่องทุกข์ถึงความจำเป็นทำให้ต้องกลายเป็นอาชญากร

ล่าสุดหนุ่มวัย 36 ก็อ้างพิษโควิดทำติดหนี้สินบานเบอะจนต้องเป็นโจรปล้นธนาคาร

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงหัวค่ำวันที่ 24 ม.ค. ร.ต.อ.เทวินทร์ ศรีพั่ว รองสว. (สอบสวน) สน.ลาดพร้าว รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธชิงทรัพย์ธนาคารกรุงไทย ภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านบางกะปิ ถนนลาดพร้าว แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ

ผู้กองเทวินทร์รีบรายงานเหตุร้ายแจ้งผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นทันที ก่อนนำกำลังรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อม พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น ผบก.น.4 พ.ต.อ.รุ่งสกุล บุญกระพือ ผกก.สน.ลาดพร้าว เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่สายตรวจ และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน

สดจากสนามข่าว

คุมตัวทำแผนฯ

ที่เกิดเหตุเป็นสาขาของธนาคารกรุงไทย ตั้งอยู่บนชั้นที่ 3 ของห้างสรรพสินค้าดังกล่าว พบเหล่าพนักงานธนาคารต่างตื่นตระหนกกับเหตุระทึกที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ

หนุ่มแบงก์สาวแบงก์สลับกันให้การว่า ธนาคารปิดทำการเมื่อเวลา 18.00 น. แต่ยังมีพนักงานบางส่วนตรวจสอบความถูกต้องของการทำธุรกรรมการเงินของลูกค้าจนเสร็จสิ้น

จู่ๆ มีคนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 27-28 ปี รูปร่างเตี้ย สวมเสื้อแขนยาวสีดำ กางเกงขายาวสีดำ มีถุงผ้า ใส่หมวกสีดำ สวมหน้ากากอนามัย ใช้อาวุธปืนจี้บังคับให้พนักงานรายหนึ่งที่เพิ่งเดินออกจากธนาคารไป ให้ย้อนกลับเข้าไปในธนาคารอีกรอบ

สดจากสนามข่าว

พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. นำทีมบุกจับ

 

แล้วใช้ปืนขู่บังคับให้เปิดตู้เซฟใส่ถุงผ้าได้เงินไป 6 แสนบาท จากนั้นคนร้ายวิ่งหนีหายไป แต่มีพยานเห็นว่าหลบหนีออกไปทางหลังห้าง เจ้าหน้าที่วิทยุสกัดจับแต่ยังไร้วี่แวว

ส่วนพยานแวดล้อมที่เห็นเส้นทางหลบหนีให้เบาะแสว่า เมื่อชิงเงินเสร็จก็ออกจากธนาคาร คนร้ายหนีลงบันไดหนีไฟข้างหลังไปยังชั้น 1 แล้วขึ้นสะพานลอยเชื่อมไปยังห้างที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน หลังจากนั้นก็ไม่พบตัวและยังไม่ทราบชนิดพาหนะที่ใช้หลบหนี

หลังระดมตำรวจนครบาลมือดีไล่ล่าอยู่แค่ 3 วัน พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พร้อม พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผบช.น.ดูแลงานสืบสวน พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น ผบก.น.4 ชุดสืบสวนบก.น.4 และชุดสืบสวน สน.ลาดพร้าว ก็บุกไปจับสุวิทย์ สิทธิแสน อายุ 36 ปี ในห้องพักเลขที่ 317 อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งใน ซ.ลาดพร้าว 138 ถ.ลาดพร้าว คลองจั่น บางกะปิ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 27 ม.ค. พร้อมเงินสดที่เหลือแค่แสนกว่าบาทเท่านั้น

สดจากสนามข่าว

นาทีจนมุม

สอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพอ้างสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสมรณะ ‘โควิด-19’ ทำให้ไม่มีรายได้จากงานประจำที่เป็นเซลส์ขายนาฬิกาประจำห้างดังแห่งหนึ่งในย่านบางนา ประกอบกับมีหนี้สินจากบัตรเครดิตจำนวนมากจนมองไม่เห็นทางออก

ไปนั่งดูลาดเลาที่ธนาคารดังกล่าว ก่อนฉวยจังหวะที่พนักงานคนหนึ่งเดินออกมาใช้ปืนพกปลอมจี้ตัวเข้าไปก่อเหตุ

เมื่อได้เงินมาแล้วก็หลบหนีไปฝั่งตรงข้าม เรียกแท็กซี่ให้ไปส่งที่ซอยโชคชัย ก่อนต่อรถอีกหลายทอดไปในหลายจุดทั่วกรุงเทพฯ เพื่อลวงให้ตำรวจหลงทาง ก่อนกลับมาที่ห้องพักซึ่งอยู่ไม่ไกลห้างที่ก่อเหตุ กระทั่งถูกตำรวจตามรวบในที่สุด ส่วนปืนปลอมที่ใช้ก่อเหตุ โยนทิ้งไประหว่างทางโดยจำไม่ได้ว่าบริเวณใด

สดจากสนามข่าว

มองจากระเบียบห้องผู้ต้องหาเห็นห้างเป้าหมายได้ชัดเจน

ด้านเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนบก.น.4 และสน.ลาดพร้าว ที่ร่วมกันทำงานเผยว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่กระจายกำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อหาเส้นทางหลบหนีของคนร้าย กระทั่งพบเบาะแสเส้นทางหลบหนีที่เชื่อมโยงกัน

ระหว่างนั้นได้รับการประสานจากธนาคารกรุงไทยอีกสาขา ว่ามีผู้ไปเปิดบัญชีเงินฝากใหม่ แต่ในจำนวนเงินดังกล่าวมีธนบัตรใหม่หมายเลขตรงกับเงินบางส่วนที่คนร้ายจี้ชิงไปจากสาขาเดอะมอลล์ บางกะปิ

เมื่อไปตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และเปรียบเทียบรูปพรรณแล้วพบว่าเป็นบุคคลเดียวกัน จึงรวบรวมหลักฐานขออนุมัติหมายจับจากศาล แล้วตามไปรวบตัวได้ในที่สุด

อีกหนึ่งบทเรียนเตือนใจผู้คิดหวังจะรวยทางลัด สุดท้ายไม่พ้นต้องเข้าไปกินข้าวแดงอยู่ในซังเต

 

พนม คงเจริญ

พิรยุทธ นิ่มนนท์

สมศักดิ์ ชฏารัตน์

สราวุฒิ ศรีเพ็ชรสัย

เรื่อง/ภาพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน