สดจากสนามข่าว

ภูษณิศา สัญญารักษกุล กฤษณะ เชิญธงไชย เรื่อง-ภาพ

ยาเสพติดไม่ต่างกับเชื้อมะเร็งร้าย ปราบอย่างไรก็ไม่หมดไม่สิ้น ไม่ใช่เฉพาะในเมืองไทยแต่เป็นหมือนกันหมดทั่วทั้งโลก ซ้ำร้ายยังลามไปแทบจะทุกวงการ ไม่เว้นแม้ในวัดวาอาราม ที่พระสงฆ์จำนวนหนึ่งอาศัยร่มเงาของศาสนา ตั้งตัวเป็นเอเยนต์ใช้วัดเป็นแหล่งซ่องสุมขายยาบ้า

สร้างความเสื่อมเสียให้คณะสงฆ์ที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ เข้าตำรา ปลาเน่าตัวเดียว ทำเหม็นไปทั้งข้อง” กลายเป็นภาระของเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องตามสืบสวนจับกุม ล่าสุดตำรวจภูธรภาค 5 สามารถจับกุมพระนอกรีตได้ 2 ราย

รายแรกเมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 18 ต.ค. ตร.ชุดปราบปรามยาเสพติดกก.สส.ภ.จว.ลำปาง นำโดย พ.ต.ท.ปิยะราช ความเพียร สว.ปฏบัติราชการ กก.สส.ภ.จว.ลำปาง ร่วมกับ พ.ต.ต.ทองพูล โพธินาค สว.สส.สภ.แม่ทะ จ.ลำปาง พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ขยายผลจากการจับกุมขี้ยาคนหนึ่งพร้อมยาบ้า 10 เม็ด ซึ่งสารภาพว่าซื้อยาบ้ามาจากพระอาท (ไม่ทราบฉายา) ซึ่งเป็นพระลูกวัด อยู่ที่วัดศรีอ้วน หมู่ 3 ต.นาครัว อ.แม่ทะ จ.ลำปาง ผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์

ตร.จึงล่อซื้อยาบ้าผ่านทางไลน์ จากพระอาท จำนวน 200 เม็ด เป็นเงิน 12,000 บาท และจะนัดมารับยาบ้าที่วัดศรีอ้วน พร้อมโอนเงินมัดจำครึ่งหนึ่งส่งไปให้ก่อน ส่วนอีกครึ่งหนึ่งให้ไปจ่ายตอนรับยา

สืบสวนภาค 5 ค้นบ้านหนุ่มขี้ยา

กระทั่งถึงเวลานัดรับยาที่วัดดังกล่าว เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่ซุ่มรออยู่ก่อนถึงวัดศรีอ้วน ก่อนจะไลน์ไปหาพระอาท นัดแนะเอายาบ้ามามอบให้บริเวณศาลาข้างวัด จากนั้นวางแผนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปลอมตัวเป็นขี้ยาไปรับสินค้าและกำลังอีกชุดหนึ่งซุ่มสังเกตอยู่ห่างๆ

รออยู่สักพักมีพระเดินถือกระติกน้ำออกมา เจ้าหน้าที่ชุดที่ซุ่มอยู่ได้แสดงตัวเข้าจับกุมทันที ส่วนพระก็ดิ้นรนพยายามหลบหนีแต่ไม่รอด จนท.ให้ขี้ยามาชี้ตัวว่าเป็นพระอาทจริง พร้อมกับนำหลักฐานการพูดคุยผ่านทางไลน์ และหลักฐานการโอนเงินล่อซื้อยาบ้ามาเป็นหลักฐาน พระอาทจึงยอมรับสารภาพ

จากการสอบสวนพระอาท รับว่าชื่อจริงคือ นายยศพัฒน์ รัชนีกรไกรลาศ อายุ 37 ปี เป็นชาว จ.ภูเก็ต ตรวจค้นในกระติกน้ำพบถุงขนมขบเคี้ยว 1 ถูก ภายในมีซองพลาสติกแบบรูดปิดสีดำอยู่ พบยาบ้าเม็ดสีส้ม 200 เม็ด

เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งพระครูสิริชัยพิพัฒน์ เจ้าคณะอำเภอแม่ทะ เจ้าอาวาสวัดศรีอ้วน เข้าร่วมตรวจสอบด้วย ก่อนนำตัวพระอาทไปตรวจค้นบนกุฏิ และพบยาบ้าซุกซ่อนในกระเป๋าอีก 189 เม็ด จึงได้นำตัวไปลาสิกขา

นายยศพัฒน์สารภาพว่า จะสั่งซื้อยาบ้าผ่านทางเฟซบุ๊ก และทางไลน์ จากเอเยนต์ยาบ้าคนหนึ่ง สั่งยาบ้ามาครั้งละ 200-400 เม็ด แต่ไม่เคยเห็นหน้าเอเยนต์ โดยก่อนที่จะนำยาบ้ามาส่ง จะให้ลูกน้องมาเอาเงินก่อนแล้วเอเยนต์ก็จะนำยาบ้ามาโยนทิ้งไว้ตามบริเวณวัด จากนั้นนำยาบ้ามาขายต่อครั้งละ 200 เม็ดก่อนจะมาถูกจับดังกล่าว

อีกรายเมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 19 ต.ค. ตำรวจชุดสืบสวนภูธรภาค 5 นำโดยพล.ต.ต.จารึก ลิ้มสุวรรณ ผบก.สส.ภ.5 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชินวิช วิชัยธนพัตน์, พ.ต.อ.วีรชน บุญทวี, พ.ต.อ.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบก.สส.ภ.5, พ.ต.อ.รัฐพล น้อยช่างคิด ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.5, พ.ต.ท.จิรัฎฐ์ โรจน์บวรวิทยา รอง ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.5

จับกุม พระธนาธิป สุทธปัญโญ หรือ นายธนาธิป สุทธวาสน์ อายุ 24 ปี พระลูกวัดศรีทรายมูล ต.หนองจ๊อม อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ และนายณัฐวัฒน์ สิทธิเป็ง อายุ 32 ปี ทั้งคู่เป็นชาว ต.หนองจ๊อม อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ พร้อมของกลางยาบ้า 206 เม็ด โดยจับกุมได้บริเวณริมถนนหมายเลข 121 (วงแหวนรอบ 3) สันกำแพง-ดอยสะเก็ด ต.สันปูเลย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ และภายในวัดศรีทรายมูล เบื้องต้นแจ้งข้อหา “มียาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 2 คนให้การยอมรับสารภาพ

ก่อนการจับกุมตำรวจรับแจ้งจากสายลับว่าสามารถติดต่อซื้อยาบ้าจากผู้ค้ารายย่อยรายหนึ่งได้ โดยนัดหมายส่งมอบยากันบริเวณถนนวงแหวนรอบ 3 ต.สันปูเลย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ เมื่อไปตามนัดหมายพบนายณัฐวัฒน์ขับรถยนต์มาจอดโดยมีลักษณะตรงตามที่สายลับแจ้งไว้จึงแสดงตัวเข้าจับกุม

พระธนาธิปจนมุมคากุฏิ-ยาบ้าของกลาง

นายณัฐวัฒน์พยายามขับรถยนต์หลบหนี แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดจับเอาไว้ได้ สอบสวนให้การยอมรับว่ายาบ้าที่จะมาส่งมอบให้นั้นไม่ได้เอามาด้วย แต่จะมารับเงินสดก่อนแล้วจึงกลับไปเอายามาส่งอีกครั้ง ทั้งยังรับว่าได้เสพยาบ้ามาด้วย

ชุดจับกุมนำตัวนายณัฐวัฒน์ไปตรวจค้นที่บ้านพัก พบยาบ้า 6 เม็ดซุกซ่อนอยู่ภายในห้องนอน สอบสวนให้การเพิ่มเติมว่าเก็บยาบ้าอีกส่วนหนึ่งไว้กับพระธนาธิป พระลูกวัดศรีทรายมูล ที่เป็นผู้ร่วมขบวนการด้วย

เมื่อเดินทางไปตรวจสอบพบพระธนาธิปอยู่ในวัด ตรวจค้นในกุฏิก็พบของกลางยาบ้าจำนวน 1 ถุง หรือ 200 เม็ด พระธนาธิปสารภาพว่ามียาบ้าไว้จำหน่ายจริง โดยแบ่งขายให้กับวัยรุ่นในพื้นที่ จึงควบคุมตัวให้เจ้าอาวาสสึกให้ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่โจ้ จ.เชียงใหม่ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน