สดจากสนามข่าว
กฤษณ์ สนใจ, ทวีศักดิ์ เดชชู เรื่อง/ภาพ
“ไม่มีพ่อแม่ที่ไหนไม่รักลูก” คำกล่าวนี้อาจจะใช้กับพ่อแม่ปกติทั่วไปได้ แต่สำหรับ นายสนั่น ดีเอม อายุ 64 ปี อาจไม่ตรงนัก ด้วยความที่เป็นคนโมโหร้าย ขนาดลูกในไส้แท้ๆ บทโมโหขึ้นมาก็ลงมือฆ่าได้
เหตุการณ์สยองเกิดขึ้นเมื่อค่ำวันที่ 21 ต.ค. เมื่อร.ต.อ.กษิติทัด ฉ่ำชื่น รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.โคกตูม จ.ลพบุรี รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงเสียชีวิตที่บ้านเลขที่ 63 หมู่ 12 บ้านหนองเสา ต.โคกตูม อ.เมือง จ.ลพบุรี จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อนรุดไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูลพบุรี
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้สูง 2 ชั้น ที่บันไดบ้านพบรถตู้หรูยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลพาร์ด สีขาว หมายเลขทะเบียน 4กษ 3876 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ ที่ประตูฝั่งคนขับเปิดออก พบศพ นายทินกร เชื้อวงศ์ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9 หมู่ 12 ต.โพธิ์เก้าต้น อ.เมือง จ.ลพบุรี นอนเสียชีวิตอยู่ จากการตรวจสอบพบมีบาดแผลถูกยิงเข้าที่กลางแสกหน้า 1 นัด
ส่วนที่บริเวณล้อหลังพบศพ น.ส.จีรนันท์ ดีเอม อายุ 38 ปี ซึ่งเป็นภรรยาของนายทินกร มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่หน้าอกซ้าย 1 นัด ในที่เกิดเหตุยังพบปลอกกระสุนปืนขนาด 11 ม.ม. ตกอยู่ 2 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนเพื่อนผู้ตายที่นั่งร่วมวงเหล้าในที่เกิดเหตุเล่าว่า นายทินกรผู้ตายทำงานเป็นพนักงานขับรถผู้บริหารโรงงานไก่แห่งหนึ่งในจังหวัดสระบุรี โดยวันนี้เป็นวันหยุดจึงแวะมาหาและได้ตั้งวงดื่มเหล้ากันอยู่ใต้ถุนบ้านตั้งแต่ช่วงเย็น ขณะที่ภรรยาและลูกทั้ง 2 คนของผู้ตาย ก็นั่งทานข้าวอยู่ใกล้กัน
กระทั่งเวลาประมาณ 18.30 น. นายสนั่น ดีเอม อายุ 61 ปี เป็นพ่อตาของนายทินกรเดินเข้ามาหาด้วยอาการมึนเมา พร้อมกับพูดคุยทวงถามขอคืนที่ดินบริเวณบ้าน แต่ตกลงกันไม่ได้ ฝ่ายพ่อตาก็พูดข่มขู่ว่าจะเอาปืนมายิง จากนั้นก็เดินกลับไปที่บ้าน
หลังจากนั้นไม่นานนายสนั่นเดินกลับมาอีกครั้ง พร้อมถืออาวุธปืนมาด้วย นายทินกรเห็นท่าไม่ดีรีบลุกจากวงเหล้าไปที่รถเพื่อจะขับหลบหนี แต่ขณะกำลังเปิดประตูรถก็ถูกพ่อตาดึงตัวเอาไว้ จนมีการต่อสู้กัน จังหวะนั้นน.ส.จีรนันท์ เดินไปเพื่อจะห้ามปรามพ่อของตนเอง แต่ไม่ทันนายทินกรถูกพ่อตาจ่อยิงเข้าแสกหน้าจนล้มฟุบลงไปกองกับพื้น
น.ส.จีรนันท์เห็นดังนั้นจึงคว้าโทรศัพท์มาเพื่อจะกดบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ทำให้นายสนั่นไม่พอใจมาก สั่งลูกสาวให้หยุดถ่ายและอย่ามายุ่ง แต่น.ส.จีรนันท์ไม่ยอมหยุด นายสนั่นจึงหันปืนยิงใส่ลูกสาวจนเสียชีวิตไปอีกคน
พยานให้การอีกว่า ระหว่างเกิดเหตุ หลานสาววัย 12 ปี ของ นายสนั่นได้ยกมือไหว้ร้องขอไม่ให้ตาฆ่าพ่อกับแม่ แต่นายสนั่นก็ไม่ฟังเสียงซ้ำยังหันปากกระบอกปืนมาจ่อที่หลานสาวจะยิงทิ้งอีกคน แต่หลานสาวไหว้ขอชีวิตไว้จึงรอดมาได้
โดยก่อนที่นายสนั่นจะหลบหนีได้หันมาขู่ว่าห้ามบอกใครว่าตนเป็นคนฆ่า ไม่เช่นนั้นจะกลับมายิงทิ้งทั้งพี่และน้อง จากนั้นเจ้าตัวก็เดินไปที่บ้านที่อยู่ปากทาง ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป
สำหรับนายสนั่นเป็นคนมีนิสัยโหดร้าย เคยก่อเหตุยิงคนตาย เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ถูกตัดสินโทษจำคุก 22 ปี ติดคุกได้ 7 ปี และ พ้นโทษมาได้ 3 ปี จนมาก่อเหตุยิงลูกเขยกับลูกสาว เสียชีวิตดังกล่าว
ภายหลังเกิดเหตุร้าย พ.ต.อ.อุกฤษ ภู่กลั่น รอง ผบก.ภ.จว.ลพบุรี สั่งให้ชุดสืบสวนเฝ้าจับตาดูตามบ้านญาติพี่น้อง ด้วยคาดว่านายสนั่นน่าจะยังหลบหนีอยู่ในพื้นที่ โดยมีญาติพี่น้องคอยช่วยเหลือ
แล้วก็ไม่ผิดหวัง เมื่อชุดที่ติดตามน้องชายของนายสนั่น รายงานว่าพบเบาะแสว่าน้องชายเป็นคนพานายสนั่นหลบหนีไปที่บ้านร้าง หลังหนึ่ง ม.7 ต.ดอนดึง อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี จึงวางแผนจับกุม
เที่ยงวันที่ 25 ต.ค. กำลังชุดสืบสวนเข้าโอบล้อมบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งในการจับกุมในครั้งนี้ให้เป็นไปอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้มีการสูญเสีย แต่นายสนั่นไหวตัวทราบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจปิดล้อม จึงได้หลบหนีเข้าไปซุกอยู่ในป่าอ้อย
ตำรวจระดมกำลังกว่า 50 นายปิดล้อมและใช้โทรโข่งพูดเจรจา ให้มอบตัว จนเมื่อเวลา 15.10 น. นายสนั่นทนความกดดันไม่ไหว จึงยอมออกมามอบตัว พร้อมกับอาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุ
นายสนั่นให้การอย่างไม่สะทกสะท้านว่า โกรธที่ลูกสาวและลูกเขย ร่วมกันโกงทั้งที่ดินของตนเอง และเงินที่ได้จากการทำไร่ไปเป็นจำนวนมาก เมื่อทวงถามก็บ่ายเบี่ยงมาตลอด วันเกิดเหตุไปทวงอีก
ทั้งคู่แสดงความไม่พอใจต่อหน้าเพื่อนและญาติที่นั่งดื่มสุรากันอยู่ อีกทั้งพยายามขับรถหนี ตนเกิดโมโหเลยจ่อยิงหน้าผากลูกเขยเป็นศพแรก และลั่นไกสังหารลูกสาวที่ไม่ฟังคำขอร้องที่ไม่ให้ถ่ายภาพ
เพราะความโมโหร้ายของนายสนั่น สุดท้ายก็พาเจ้าตัวกลับเข้าไปอยู่ในคุกอีกครั้งจนได้

