พรพิทักษ์ คงพุฒิกุล

เรื่อง/ภาพ

“ชีวิตคู่ก็คล้ายลิ้นกับฟัน” ย่อมมีกระทบกันบ้างเป็นธรรมดา ทว่าหากมันบ่อยครั้งหรือรุนแรงมากเกินไป ก็มีสิทธิ์ทำให้คู่ชีวิตต้องร้างราเลิกกันได้

แต่เมื่อฝ่ายหนึ่งต้องการหนีจากความรุนแรง ส่วนอีกฝ่ายไม่ยอมยังตามรังควาน สุดท้ายคงต้องจบลงด้วยโศกนาฏกรรม

เช่นเดียวกับคู่สามี-ภรรยา เจ้าหน้าที่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นคู่หนึ่ง ที่จบปัญหาส่วนตัวด้วยความตายของฝ่ายหนึ่ง ส่วนอีกฝ่ายก็ต้องเข้าไปใช้ชีวิตส่วนที่เหลือในคุกตะราง

เหตุสลดครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเช้ามืดวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา เมื่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองหนองบัวลำภู รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้บาดเจ็บสาหัสในพื้นที่บ้านหาดสวรรค์ เขตเทศบาลเมืองหนองบัวลำภู จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ. สวัสดิ์ เตียวิรัตน์ รอง ผบก.ภ.จว.หนองบัวลำภู พ.ต.ท.ศิริพงษ์ พหลชัยชูพงษ์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองหนองบัวลำภู พ.ต.ท.พุฒิพัฒน์ พนมชัยจิรกุล รอง ผกก.(สอบสวน) ตำรวจสายตรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน

ที่เกิดเหตุอยู่หน้าบ้านชั้นเดียวริมถนน บริเวณหน้าประตูพบคราบเลือด พบปลอกกระสุนและหัวกระสุนขนาด 11 ม.ม. ตกอยู่ ส่วนริมรั้วในบ้านพบนาฬิกาสายหนังสีน้ำตาลตกอยู่ 1 เรือน

ส่วนผู้บาดเจ็บทราบชื่อ น.ส.สุวิกา พรมมินทร์ อายุ 32 ปี เจ้าหน้าที่สำนักปลัดอบจ.หนองบัวลำภู ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าขมับซ้าย ถูกส่งรักษาที่ร.พ.หนองบัวลำภูไปก่อนหน้าแล้ว แต่อาการสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

สอบสวนทราบว่า ผู้ตายมาเช่าแมนชั่นฝั่งตรงข้ามที่เกิดเหตุอาศัยได้เพียง 1 เดือน ก่อนเกิดเหตุมีพยานได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ และเห็นชายร่างใหญ่วิ่งตามผู้ตาย ที่วิ่งหนีออกจากแมนชั่นไปยังหน้าบ้านที่เกิดเหตุ

ก่อนฝ่ายชายจะใช้อาวุธ ปืนจ่อยิง 2 นัด จนผู้ตายล้มจมกองเลือด จากนั้นคนร้ายรีบขับรถกระบะโตโยต้า สีขาว หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

เจ้าหน้าที่สอบปากคำญาติผู้ตายทราบว่า น.ส.สุวิกาทำงานที่ อบจ.หนองบัวลำภู แต่สามี คือ นายสุรเดช ชัยธิสาร อายุ 41 ปี เป็นปลัดอบต.แห่งหนึ่ง ในพื้นที่ จ.เชียงราย

ก่อนหน้านี้ผู้ตายได้ตั้งครรภ์ กระทั่งใกล้ถึงกำหนดคลอดจึงลาคลอดไปอยู่กับสามีที่เชียงราย

แต่เกิดปัญหาทะเลาะกันเรื่องความหึงหวง เคยขู่ฆ่าผู้ตายหลายครั้ง หลังจากคลอดแล้วผู้ตายพาลูกไปฝากให้แม่เลี้ยงดู ที่ อ.วังสามหมอ จ.อุดรธานี

ส่วนตัวเองกลับมาทำงานที่ อบจ.หนองบัวลำภู แต่ต้องย้ายที่อยู่หลายครั้ง เพราะถูกสามีตามมารังควาน กระทั่งเกิดเหตุดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบจากเฟซบุ๊กของผู้ตายและนายสุรเดช พบว่า นายสุรเดชมีรูปร่างสูงใหญ่และเป็นเจ้าของรถโตโยต้า รุ่นรีโว่ สีขาว ทะเบียน ผจ 3585 เชียงราย ตรงกับคนร้ายตาม คำให้การของพยาน

รวมถึงมีภาพถ่ายที่สวมนาฬิกาแบบเดียวกับที่ตกอยู่ในจุดเกิดเหตุ จึงรวบ รวมหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา

ต่อมาช่วงค่ำวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่พบรถคนร้ายจอดอยู่ใต้ต้นก้ามปูริมถนนสายบ้านโนนสูงเปลือย-สว่างพัฒนา ต.โพธิ์ชัย อ.เมืองหนองบัวลำภู

โดยที่นายสุรเดชนอนหลับอยู่ที่เบาะคนขับในสภาพเมามาย จึงคุมตัวไปสอบสวนที่สภ.เมืองหนองบัวลำภู ในรถยังพบปืนสั้นไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก กระสุน 11 ม.ม. อีกจำนวนหนึ่ง และกระดาษเขียนเป็นจดหมายลาตาย 2 แผ่น

หลังสร่างเมานายสุรเดชก็รับสารภาพว่า ขับรถจาก จ.เชียงราย มาหาผู้ตาย แต่โทรศัพท์ติดต่อไม่ได้จึงเกิดอารมณ์โกรธ

กระทั่งมาถึงแมนชั่นผู้ตายประมาณตีสี่ เรียกผู้ตายมาเปิดประตูเข้าไปพูดคุยในห้อง แต่เมื่อหยิบโทรศัพท์ผู้ตายมาตรวจสอบ พบข้อความแช็ตไลน์กับชายอื่น จึงมีปากเสียงกันโดยได้บังคับให้ผู้ตายขึ้นรถ แต่อีกฝ่ายวิ่งหนีทำให้ขาดสติจึงก่อเหตุดังกล่าว

หลังก่อเหตุก็ขับรถวิ่งหาที่พัก แต่ไม่มีจึงไปซื้อเหล้ามากินแล้วนั่งเขียนจดหมายลาตาย ตั้งใจจะฆ่าตัวตาย แต่ด้วยความเหน็ดเหนื่อยที่ขับรถมาจาก จ.เชียงราย เลยง่วงหลับไปจนถูกตำรวจจับกุมตัวได้

เช้าวันรุ่งขึ้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ก็ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดย พล.ต.ต.สุรชัย ควรเตชะคุปต์ รรท.ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ และพล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง รอง ผบช. ไปควบคุมอย่างใกล้ชิด ก่อนส่งศาลฝากขังเพื่อดำเนินคดีต่อไป

ปิดฉากเรื่องพิศวาสฆาตกรรมไปอีกหนึ่งคดี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน