หนึ่งฤทัย หนูสวัสดิ์
เรื่อง/ภาพ
กลางดึกคืน “ฮัลโลวีน” วันที่ 31 ต.ค. ที่ผ่านมา พ.ต.ท.วิเชียร ทะน้อม สว.สอบสวน สภ.เมือง จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุพบศพหญิงสาวเสียชีวิต ภายในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ที่ ต.ท่าระหัด อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี
ภายหลังรับแจ้งเหตุจึงรีบรายงานให้ ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.สมพร พุกหอม ผกก.สภ.เมือง พ.ต.ท.ตะวัน วัฒนรังสรรค์ สวป. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ทั้งของโรงพักและกก.สส.ภ.จว.สุพรรณบุรี แพทย์เวร ร.พ.ศูนย์เจ้าพระยายมราช จนท.กองพิสูจน์หลักฐาน และจนท.สมาคมกู้ภัยเณรแก้วทางหลวงสุพรรณบุรี

ภายในห้องที่เกิดเหตุ พบศพ น.ส.ชนัญชิดา หนูเอียด อายุ 41 ปี อยู่หมู่ 8 ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เจ้าของห้องนอนหงายอยู่บนเตียง สภาพศพสวมชุดนอนลายการ์ตูน มีผ้าห่มคลุมอยู่ บริเวณปากมีรอยเลือดไหลออกมาจำนวนมาก รวมทั้งที่รอบลำคอมีรอยช้ำ สีเขียวคล้ำ
ขณะที่ในห้องยังเปิดไฟ เปิดทีวีและแอร์ ไว้เป็นปกติ พบขวดเบียร์แช่ไว้ในตู้เย็น และมีขวดวอดก้าอยู่ในห้อง 1 ขวด ที่โต๊ะข้างเตียงนอนพบสมุดไดอารี่เก็บนามบัตร และโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อซัมซุง รุ่นเจ 7 วางอยู่ และมีกุญแจรถกระบะยี่ห้อเชฟโรเลต 1 พวง วางไว้บนโต๊ะ ในห้องไม่พบร่องรอยของการต่อสู้ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
จากการชันสูตรศพ คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 20 ช.ม. โดยไม่พบร่องรอยถูกข่มขืน แต่ก็พบความผิดปกติน่าสงสัยหลายอย่าง

ตํารวจพบว่า ผ้าห่มที่คลุมคนตายกลับเป็นผ้าปูที่นอน ขณะที่นำผ้าห่มสลับไปเป็นผ้าปูที่นอนแทน และเลือดที่ไหลออกมาจากปากก็มีปริมาณมากผิดปกติ อีกทั้งมีพยานเห็นผู้ตายมีปากเสียงทะเลาะกับชายหนุ่มต้องสงสัยก่อนจะหายเงียบไป
ขณะที่น.ส.ไก่ (นามสมมติ) อายุ 37 ปี เพื่อนผู้ตายเล่าว่า ผู้ตายมีอาชีพรับเหมาก่อสร้าง โดยจะรับงานก่อสร้างในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี โดยเคยมีแฟนแต่ก็เลิกราไปหลายปีแล้ว และเมื่อหลายเดือนก่อนก็ได้มาเช่าอพาร์ตเมนต์แห่งนี้อยู่
ผู้ตายเล่าให้ฟังว่าปัจจุบันคบหากับหนุ่มช่างไม้เฟอร์นิเจอร์รายหนึ่ง อายุประมาณ 30 ต้นๆ โดยฝ่ายชายจะนั่งรถตู้จากบ้านใน อ.หนองหญ้าไซ มาหาที่อพาร์ตเมนต์เป็นประจำ แต่ระยะหลังมักมีปากเสียงกัน เพราะฝ่ายชายเป็นคนขี้หึง ระแวงว่าผู้ตายจะตีจาก
น.ส.ไก่ให้การอีกว่า ช่วง 2 วันที่ผ่านมา ตนก็พยายามติดต่อผู้ตายแต่ติดต่อไม่ได้ จึงให้น้องชายขับรถมาดูที่อพาร์ตเมนต์ พบว่าห้องล็อกแต่ก็ได้ยินเสียงทีวีเปิดอยู่ จึงไปแจ้งกับทางอพาร์ตเมนต์ให้นำกุญแจสำรองไปเปิด ก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าเสียชีวิตเสียแล้ว เชื่อว่าต้องถูกฆาตกรรมแน่นอน
ด้าน พ.ต.ท.เทิดไทย สุขไทย รอง ผกก.สส.ภ.จว.สุพรรณบุรี เปิดเผยว่า ในห้องไม่พบร่องรอยการต่อสู้ และไม่พบร่องรอยของการถูกข่มขืน ซึ่งได้เก็บหลักฐาน พยานและรอยนิ้วมือ โทรศัพท์มือถือของผู้ตาย เพื่อทำการตรวจสอบเบอร์ที่ติดต่อครั้งสุดท้าย และจะเรียกพยานมาสอบปากคำ เพื่อทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมทั้งได้นำศพส่งชันสูตรที่นิติเวชเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอีกครั้ง
คดีนี้ผู้ต้องสงสัยเบอร์หนึ่งหนีไม่พ้นแฟนหนุ่มช่างไม้ของผู้ตายนั่นเอง ชุดสืบสวนนำภาพจากกล้องวงจรปิดของอพาร์ตเมนต์มาตรวจสอบ ก็พบภาพแฟนหนุ่มอยู่ในที่เกิดเหตุเป็นคนสุดท้าย โดยขี่รถจยย. มาที่อพาร์ตเมนต์ก่อนจะขึ้นไปหาสาวผู้ตายบนห้อง ก่อนออกจากห้องเป็นคนสุดท้ายกระทั่งมาพบศพ หญิงสาว
ชุดสืบสวนเช็กข้อมูลจนทราบว่าหนุ่มดังกล่าวชื่อ นายศักดิ์ดา ภูฆัง อายุ 35 ปี ชาว อ.หนองโพธิ์ อ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี เมื่อติดตามไปที่บ้านก็พบว่าเจ้าตัวหลบหนีไปแล้ว โดยพ่อของนายศักดิ์ดาให้การว่าลูกชายมาร้องไห้บอกว่าไม่ได้ตั้งใจ จากนั้นก็หลบหนีไป
กระทั่งค่ำวันที่ 2 พ.ย. ชุดสืบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี และชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.สุพรรณบุรี สืบทราบว่านายศักดิ์ดาหลบหนีมากบดานที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท จึงสนธิกำลังร่วมกันติดตามไปควบคุมตัวเอาไว้ได้ พร้อมรถจยย.ยามาฮ่าเฟรช สีดำ ทะเบียน กวท-293 สุพรรณบุรี
ภายหลังจับกุมตัวได้ พล.ต.ท.กิตติพงษ์ เงามุข ผบช.ภ.7 เดินทางมาสอบปากคำผู้ต้องหาด้วยตัวเองที่ ภ.จว.สุพรรณบุรี โดยนายศักดิ์ดาสารภาพว่า ลงมือฆ่าผู้ตายจริง ที่ทำไปเพราะผู้ตายไม่ยอมไปหาและโทรศัพท์มาก็ไม่รับถึง 48 สาย อีกทั้งทำตัวเหินห่างเหมือนจะตีจาก
ตนจึงโมโหขี่รถจยย.จากบ้านมาหาที่อพาร์ตเมนต์ จากนั้นก็มีปากเสียงกัน ตอนนั้นตนก็ดื่มสุรามาจนเมาและได้ขอมีเพศสัมพันธ์ด้วย แต่ผู้ตายปฏิเสธบอกว่าเหม็นกลิ่นเหล้า ด้วยความโมโหจึงบีบคอจนผู้ตายแน่นิ่งไปและใช้สันมือตีซ้ำที่คอผู้ตาย
“ผมนึกว่าแค่สลบก็เลยอุ้มเขาขึ้นไปนอนบนเตียงเหมือนปกติ ห่มผ้าเอาไว้ ทำทีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จากนั้นก็ไปหยิบเงิน 300 บาทของผู้ตายแล้วขี่รถจยย.หลบหนีไป จนมารู้จากข่าวว่า ผู้ตายเสียชีวิตแล้ว จึงได้มาร้องไห้สารภาพกับพ่อ และหลบหนีไปที่ จ.ชัยนาท จนมาถูกตำรวจตามจับกุมได้ ในที่สุด?”
อีกหนึ่งบทสรุปของความรัก ที่ลงเอยกลายเป็นคดีพิศวาสฆาตกรรม