ธนโชติ เจนจัด
เรื่อง/ภาพ
“รับอะไรดีจ๊ะ” เสียงอันเจื้อยแจ้วของนางพรรณี ปัชชุนาภรณ์ อายุ 64 ปี เจ้าของร้านไท้เซียมฮวด ซึ่งขายปุ๋ย ข้าวสาร และของเบ็ดเตล็ดทั่วไป ใกล้กับสถานีรถไฟศีขรภูมิ ต.ระแง อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ที่กล่าวทักทายลูกค้าด้วยความเป็นกันเองตามปกติ โดยไม่รู้เลยว่าอีกไม่กี่อึดใจต่อมา มันจะแปลงร่างจากลูกค้าเป็นโจรร้าย
บ่ายวันที่ 5 พ.ย. พ.ต.ต.วิทวัฒน์ แก้วเหลา สารวัตร(สอบสวน) โรงพักศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีโจรบุกเข้าไปใช้อาวุธปืนและมีด จี้ชิงทรัพย์เจ้าของร้านไท้เซียมฮวด จึงรีบนำกำลังรุดไปที่เกิดเหตุ
แต่เมื่อตำรวจไปถึงหน้าร้านกลับพบว่า ไอ้โจรร้ายถูกจับมัด นอนสิ้นฤทธิ์อยู่ที่ถนนหน้าร้าน โดยมีกลุ่มลูกจ้างในร้านยืนคอย คุมเชิงอยู่ ตำรวจจึงต้องรีบนำร่างอันโชกเลือดของคนร้ายส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลก่อนที่มันจะเดี้ยงไปเสียก่อน
ขณะที่นางพรรณี ปัชชุนาภรณ์ อายุ 64 ปี เจ้าของร้านให้การเสียงสั่นว่า ก่อนเกิดเหตุมีฝนตกโปรยปราย ตนนั่งอยู่หน้าร้านคอยต้อนรับลูกค้าที่มาซื้อของตามปกติทุกวัน มีชายคนหนึ่งขี่รถมอเตอร์ไซค์ ใส่เสื้อคลุม และสวมหมวกกันน็อก มาจอดข้างร้านเดินเข้ามาทำทีเป็นมาซื้อข้าวสาร ตนเองเจ้าของร้านก็กล่าวทักทายว่ารับอะไรดี
ชายดังกล่าวบอกว่าจะมาซื้อข้าวสารจะเอาอย่างดีๆ ตนเลยเดินพาเข้าในซอกที่มีกระสอบข้าวกองอยู่เพื่อให้เลือก แต่พอชายดังกล่าวเดินตามเข้ามาใกล้ จู่ๆ ก็กลายร่างเป็นโจร ชักปืนออกมาจี้ตนบอกว่าห้ามส่งเสียงดังเอะอะโวยวาย พร้อมสั่งให้เอากระเป๋าเงินที่คาดที่เอวมาให้
ตนทำทีส่งกระเป๋าให้ไป ก่อนอาศัยจังหวะยื่นมือไปจับเยื้อแย่งปืนกับคนร้าย พร้อมทั้งร้องตะโกนเสียงดังให้คนช่วย จนมีลูกจ้างที่นั่งเย็บกระสอบปุ๋ย มัดกระสอบข้าวสารอยู่ที่ห้องข้างๆ ได้ยินจึงกรูเข้ามาช่วยแย่งปืนและจับตัวคนร้ายเอาไว้ได้

ขณะที่ นายประภาส ผมน้อย อายุ 26 ปี ผู้ที่เข้ามาช่วยบอกว่า ตนมองเห็นเจ๊สู้ ยื้อแย่งกับคนร้ายอยู่ เลยร้องตะโกนให้คนได้ยินพร้อมทั้งวิ่งเข้าไปช่วย จังหวะนั้นคนร้ายหันปืนมาทางตนพร้อมทั้งลั่นไกยิง แต่เดชะบุญที่กระสุนปืนด้านเสียงดังแป๊ก เท่านั้นเองตนเลยกระโดดเข้าแย่งปืนกับคนร้าย นายวิทยา แก้วก้อง อายุ 32 ปี เพื่อนก็วิ่งมาช่วยกันจับคนร้าย
สู้กันชุลมุนกันอยู่หน้าร้านกระทั่งมีชาวบ้านวิ่งมาช่วยกันจับ คนร้ายคงจะโดนชกไปเยอะ จนเลือดอาบไปไหนไม่ได้จากนั้น ก็ช่วยกันเอาเชือกมามัดคนร้ายแล้วแจ้งเจ้าหน้าที่มานำตัวไปดำเนิน คดี
ตำรวจสอบสวนทราบชื่อคนร้ายคือ นายวีระชาติ ชัยมั่น อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/2 ม.2 ต.เบิด อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ สวมเสื้อข้างในสีขาวคอปก คลุมด้วยเสื้อกันฝนลายพรางใส่กางเกงขายาวสีดำ ใส่รองเท้าสีดำ ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ฮอนด้าคลิก สีดำคาดแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน
ตำรวจยังตรวจพบอุปกรณ์ในการปล้น สะพายกระเป๋าสีดำ มีคีมปากยาวด้ามแดงหนึ่งอัน ไขควงด้ามจับสีเหลืองสองอัน ปืนลูกซองสั้น มีกระสุน 1 นัด
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายวีระชาติ ส่งรักษาที่โรงพยาบาล ก่อนมาสะดุดใจที่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าคลิก สีดำคาดแดง เนื่องจากมันช่างคล้ายกับรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุชิงทรัพย์ในพื้นที่หลายคดีที่ผ่านมา และยังไม่สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ จึงเค้นสอบจนนาย วีระชาติ ยอมรับว่าเคยก่อเหตุชิงทรัพย์มาแล้วถึง 6 คดี ในพื้นที่ อ.ท่าตูม, อ.ศีขรภูมิ, อ.เมือง จ.สุรินทร์ และในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์
รวมทั้งคดีสำคัญ คือคดีบุกเดี่ยวชิงเงินสด 2 ล้านบาท จากเจ้าหน้าที่สหกรณ์ออมทรัพย์อนามัยสุรินทร์ จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 130/1 ถนนโพธิ์ร้าง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ เมื่อวันที่ 10 มี.ค. ที่ผ่านมาด้วย
เหตุการณ์ครั้งนั้นจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า คนร้ายสวมหมวกกันน็อกปิดบังอำพรางใบหน้า ขับขี่รถจักรยานยนต์ ตามรถยนต์ของสหกรณ์ออมทรัพย์อนามัยสุรินทร์ จำกัด มาอย่างกระชั้นชิด และรอจังหวะคนขับรถสหกรณ์ฯจอดรถ และขนเงินใส่กระเป๋าผ้าสีเขียว กำลังจะเดินขึ้นบันไดสำนักงาน
วงจรปิดเผยอีกว่าคนร้ายจอดรถจักรยานยนต์ไว้ด้านนอกสหกรณ์ฯ ก่อนถือปืนวิ่งเข้ามาจี้ บังคับและกระชากกระเป๋าเงินไปจากคนขับรถสหกรณ์ฯ จากนั้นจึงวิ่งมาขึ้นรถจักรยานยนต์ขับหลบหนีหายเข้ากลีบเมฆไป
หลังได้ข้อมูลเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ภ.จว.สุรินทร์ รีบลงพื้นที่ร่วมกับชุดสืบสวน สภ.เมืองสุรินทร์ และชุดสืบสวน สภ.ศีรขรภูมิ ไปตรวจสอบที่บ้านของนายวีระเดช ที่บ้านเลขที่ 2/2 หมู่ 2 ต.เบิด อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ เพื่อยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับเงินที่ปล้นไป
เบื้องต้นทราบว่านำเงินที่ได้จากการ ปล้นครั้งนั้น ไปซื้อรถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน พร้อมนำเงิน 3 แสนบาท ไปใช้หนี้กองทุนหมู่บ้าน
ขณะที่นายวีระชาติให้การว่า เงินที่ได้จากการปล้นจี้แต่ละครั้ง ก็จะนำไปเล่นการพนันไฮโลตามงานศพ และเที่ยวเตร่ ตามร้านคาราโอเกะ ก่อนลงมือทำการปล้นจี้ มีการวางแผนเป็นขั้นตอน วางแผนไว้เป็นเดือน เพราะตนเองมีความรู้ระดับปริญญาตรี สาขารัฐศาสตร์ จบจากมหาจุฬาฯ มหาวิทยาลัยสงฆ์จังหวัดสุรินทร์ รู้ว่าก่อนลงมือปล้นต้องเตรียมไว้อย่างไร แต่ที่มาพลาดถูกจับเพราะอาม่าเจ้าของร้านตักข้าวสารสาดใส่หน้า ทำให้มองไม่เห็น และพยายามจะยิงคนงานแต่กระสุนด้าน พอตนวิ่งหนีออกจากร้าน ก็ถูกคนงานไล่จับและถูกประชาทัณฑ์ หมดสภาพ
ก่อเหตุไม่เคยถูกจับได้เลยจนย่ามใจ สุดท้ายก็พลาดเข้าจนได้