สุรชัย พิรักษา

เรื่อง/ภาพ

คําสอนที่ว่า “อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน” คำนี้มีกล่าวเตือนมาแต่โบราณ จวบจนปัจจุบันก็ยังคงใช้ได้อยู่ หาได้เก่าล้าสมัยไปตามกาลเวลา เรื่องนี้ น.ส.บี วัย 16 ปี นักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์รู้ซึ้งเป็นอย่างดี

ด้วยเกือบตกเป็นเหยื่อของไอ้หื่น ที่ใช้อุบายหลอกไปหวังข่มขืนกระทำชำเรา ยังดีที่เจ้าตัวรอดพ้นมาได้โดยไม่บุบสลาย แต่เหยื่อสาวอีกรายหาได้โชคดีเช่นนั้น

ย้อนไปเมื่อวันที่ 1 พ.ย. ปฐมบทของเรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นเมื่อศูนย์รับแจ้งเหตุ สภ.เมืองบุรีรัมย์ รับแจ้งทางโทรศัพท์จาก น.ส.ซี (นามสมมติ) อายุ 16 ปี นักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์ โทร.เข้ามาแจ้งเหตุร้ายด้วยเสียงสั่นว่า

เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ขณะที่กลุ่มเพื่อนๆ นักเรียนหญิง 4 คน กำลังนั่งเล่นกันอยู่ริมคูเมืองโบราณ (คลองละลม) ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ มีชายฉกรรจ์อายุประมาณ 35-40 ปี แต่งกายคล้ายตำรวจ ขี่รถจยย.ฮอนด้าคลิก สีเหลือง ไม่ติด แผ่นป้ายทะเบียน อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจมาหลอกล่อให้ช่วยไปเป็นสายล่อซื้อยาเสพติด พร้อมบอกจะให้เงินเป็นค่าจ้าง 1,000 บาท ซึ่ง น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 16 ปี และตนหลงเชื่อขี่รถจักรยานยนต์ตามชายคนดังกล่าวไป

แต่พอไปถึงบ้านตามั้ว ต.ชุมเห็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ชายคนที่อ้างเป็นตำรวจได้ออกอุบายให้ น.ส.บี เปลี่ยนไปซ้อนท้าย โดยอ้างว่าใกล้ถึงจุดหมายที่จะล่อซื้อแล้ว โดยบอก ให้ตนรีบขี่รถจักรยานยนต์นำหน้าไปก่อน

น.ส.ซีให้การอีกว่า ชายดังกล่าวอาศัยช่วงเผลอขี่รถเลี้ยวหายไป พยายามขี่รถจักรยานยนต์ตามหาแต่ก็ไม่เจอ จึงตัดสินใจขี่รถกลับมาหาเพื่อนยังจุดเดิมที่บริเวณ ริมคลองละลมโบราณ แล้วเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น ให้เพื่อนฟัง

ด้วยความเป็นห่วงจึงช่วยกันโทรศัพท์ติดต่อหา น.ส.บี ก็สามารถติดต่อได้แต่ไม่มีการรับสาย จึงพยายามโทร.อีกหลายครั้ง น.ส.บีจึงรับสาย และได้ยินเสียงร้องไห้เหมือนกับหวาดกลัว พร้อมบอกกับเพื่อนว่าถูกชายคนดังกล่าวใช้มีดจี้ไว้อยู่บริเวณป่าอ้อยและบอกห้ามพูดอะไร ก่อนจะวางสายไป เพื่อนๆ เห็นท่าไม่ดีจึงตัดสินใจโทรศัพท์แจ้งตำรวจมาให้ช่วยเหลือ

หลังได้รับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้กระจายกำลังออกติดตามค้นหา น.ส.บี โดยใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง แต่ก็ไร้วี่แวว กระทั่งต่อมาได้รับแจ้งจากเพื่อนนักเรียนหญิงกลุ่มดังกล่าวว่า ชายที่อ้างเป็นตำรวจได้ขี่รถจยย.กลับมาส่ง น.ส.บี ที่บริเวณคลองละลมแล้ว โดยไม่ได้รับอันตรายหรือถูกกระทำอนาจารแต่อย่างใด ก่อนที่ชายคนดังกล่าวจะขี่รถจยย.หลบหนีไป

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงพา น.ส.บี ไปที่ สภ. เมืองบุรีรัมย์ เพื่อสอบถามข้อมูล

ถัดมาวันที่ 4 พ.ย. พ.ต.ท.ภาณุวัฒน์ มากมูล รอง ผกก.สืบสวนภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วย พ.ต.ท.กำพล วงศ์สงวน รอง ผกก.สืบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ นำกำลัง เข้าจับกุมตัว นายชิษณุพงศ์ สอ้อนกลาง หรือ แบงก์ อายุ 35 ปี ชาวตำบลเมืองแฝก อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ คนร้ายที่ก่อเหตุ ตามหมายจับศาลบุรีรัมย์ ที่บ้านพักใน อ.ลำปลายมาศ

ระหว่างที่ตำรวจนำหมายศาลเข้าขอ ตรวจค้น นายชิษณุพงศ์ ไหวตัวเข้าไปหลบอยู่ในห้องน้ำและไม่ยอมออกมา สุดท้ายตำรวจตัดสินใจพังประตูเข้าไป จึงพบว่าอยู่กับหญิงสาวคนหนึ่ง

เมื่อหญิงสาวดังกล่าวเห็นว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริงๆ ก็รีบร้องให้ช่วยเหลือ โดยบอกว่าถูกนายแบงก์จี้ตัวมาจากตัวเมืองบุรีรัมย์ เมื่อคืนวันลอยกระทง และกักขังเอาไว้ไม่ยอมให้กลับบ้าน

ตำรวจได้คุมตัวนายแบงก์สอบสวนเครียด เนื่องจากเจ้าตัว รับสารภาพเพียงคดีเดียวตามหมายจับ แต่จากการสอบประวัติพบเคยก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง นอกจากนี้เคยก่อคดีข่มขืนนักศึกษาสาว อายุ 20 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยชื่อดัง ในท้องที่ย่าน บางหว้า กทม. เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2557 ถูกศาลตัดสินจำคุก 6 ปี สารภาพลดโทษเหลือ 3 ปี ติดไป 2 ปี 8 เดือนจึงพ้นโทษกลับมาอยู่บ้าน

พ.ต.ท.กำพลกล่าวว่า พฤติกรรมของคนร้ายน่ากลัว ทุกครั้งที่ก่อเหตุ จะอ้างเป็นตำรวจยาเสพติด แล้วตรวจค้น หรือ พาเหยื่อไปสถานที่เปลี่ยว เมื่อสบโอกาส ก็จะใช้อาวุธมีดจี้บังคับข่มขืน ตอนนี้มี ผู้เสียหายจะเข้าแจ้งความอีก 3 ราย ไม่รวมกับผู้เสียหายที่ไม่กล้าแจ้งความ คาดว่ามีอีกหลายราย

การจับกุมในครั้งนี้ตำรวจจับได้อย่างง่ายดาย เพราะมีชาวบ้านในหมู่บ้านของ ผู้ต้องหาชี้เบาะแสให้เป็นอย่างดี เนื่องจาก ผู้ต้องหาเป็นนักเลงหัวไม้ในหมู่บ้าน และ มีพฤติกรรมข่มขืนจนชาวบ้านหวาดผวา ทุกครั้งที่นายชิษณุพงศ์กลับบ้านชาวบ้าน จะปิดบ้านเข้านอนแต่หัวค่ำ

ล่าสุดมีหญิงสาว และนักเรียนที่เคย ตกเป็นเหยื่อถูกนายแบงก์ล่อลวงทั้ง ถีบรถจักรยานยนต์ล้ม ก่อนใช้มีดจี้บังคับ ฉุดกระชากไปข่มขืนในป่าและตามสถานที่เปลี่ยว เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองบุรีรัมย์ และสภ.ทะเมนชัย แล้วจำนวน 4 ราย และคาดว่าน่าจะมีหญิงสาวที่ตกเป็นเหยื่อ อีกหลายรายแต่ยังไม่กล้าเข้ามาแจ้งความ

ขณะที่นายแบงก์ถูกแจ้ง 3 ข้อหา คือ “บุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน, หน่วงเหนี่ยวกังขัง, ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ และข่มขืนใจ”

ด้านเพื่อนนักเรียนของน.ส.บี กล่าวว่า ถึงแม้เพื่อนจะไม่ได้รับอันตราย แต่จากบทเรียนในครั้งนี้ ก็อยากฝากเตือนหญิงสาว หรือนักเรียน นักศึกษา ว่าอย่าหลงเชื่อใครง่ายๆ แม้บุคคลนั้นจะอ้างตัวเป็นตำรวจ หรือ เจ้าหน้าที่หน่วยงานใดก็ตาม ควรจะตรวจสอบให้รอบคอบ เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อผู้ไม่หวังดี หรือบุคคลที่มีมาแอบอ้าง

เป็นบทเรียนที่ดีให้กับหญิงสาว ได้ตระหนักถึงภัยจากโจรหื่น ที่มันคอยจ้องหาโอกาสอยู่ทุกลมหายใจ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน