คอลัมน์ สดจากสนามข่าว : นาทีจับ”เจ๊หมู ขอนแก่น” ซิ่งเบนซ์หรูมาส่งยาไอซ์ มีบ้องลายคิกขุขายโจ๋ขี้ยา

สุพล บุญชื่นชม

เรื่อง/ภาพ

คนเราสมัยนี้ชอบมองคนที่เปลือก ไม่มองให้ลึกถึงแก่น เห็นแต่งตัวดีขับรถหรูหราก็เห็นว่าเป็นคนดี แม้แต่เจ้าหน้าที่บางครั้งก็ยังเกรงใจ ไม่ได้มองว่าเขาทำอะไรมาถึงร่ำรวย เงินทองที่ได้มานั้นได้มาจากการทำงานอย่างสุจริตหรือไม่ วันหนึ่งเมื่อเปลือกที่ปกปิดความชั่วถูกลอกออกไป เนื้อแท้อันเน่าเฟะ ก็ส่งกลิ่นโชยให้ได้เห็นกันอยู่บ่อยครั้ง

เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ที่หน้าศูนย์ปฏิบัติการ สภ. เมืองขอนแก่น (ศปก.) ดร.สมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น พร้อมด้วยพล.ต.กาจบดินทร์ ยิ่งดอน ผอ.สน.ปรน.จว.ที่ 9 (ขอนแก่น) พล.ต.ต.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ รรท.ผบช. ภาค 4 พล.ต.ต.ฉลอง ภาคย์ภิญโญ รรท.รอง ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.พรหมณัฏฐเขต ฮามคำไพ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น พ.ต.อ.นพดล เพชร์สุทธิ์ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น พ.ต.อ.จำลอง สุวลักษณ์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น พ.ต.ท. ภูสยาม ลารังสิต รอง ผกก.ป.ฯ ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม นางวลาลี อาดัม หรือ หมู อายุ 40 ปี ชาว อ.เมือง จ.ขอนแก่น ผู้ต้องหาค้า ยาเสพติดรายใหญ่

 

พร้อมด้วยของกลางยาไอซ์ น้ำหนัก 1,012.67 กรัม มูลค่าประมาณ 2,024,000 บาท ยาบ้า 4,400 เม็ด มูลค่าประมาณ 880,000 บาท ยาอี 4 เม็ด ประมาณ 2,000 บาท อาวุธปืนสั้นบีบีกันแบบดัดแปลง ใส่กระสุนขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 61 นัด รวมทั้งอุปกรณ์ประกอบการจำหน่ายยาเสพติด ตาชั่งแบบดิจิตอล ที่หนีบผมแบบใช้ความร้อน ช้อนตวง หลอดแก้วตวง ถุงพลาสติกใสแบบปิด-เปิด ถุงพลาสติกแบบซีลสุญญากาศ อุปกรณ์การเสพยา จำนวน 1 ชุด และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง รวมมูลค่ายาเสพติดประมาณ 2.9 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีรถยนต์เก๋งยี่ห้อเมอร์เซเดสเบนซ์ รุ่นซีแอลเอ 250 สีเทา ทะเบียน 4 กค 3289 กทม. มูลค่า 3,000,000 บาท เงินสดจำนวน 53,600 บาท รวมยึดทรัพย์สินรวมมูลค่า 3,053,600 บาท ที่ตรวจยึดไว้ภายหลัง ตามพระราชบัญญัติ มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534

จุดเริ่มต้นของการจับกุมคดีนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติ การปราบปรามยาเสพติด สภ.เมืองขอนแก่น นำโดย พ.ต.ท.วิชาธร พิมพ์กลม สวป. พ.ต.ต.เมธี ศรีวันนา สว.สส. รับแจ้งข้อมูลจากสายลับว่า สามารถติดต่อซื้อยาเสพติดจากเอเยนต์ใหญ่ รายหนึ่งได้ โดยเอเยนต์ดังกล่าวเป็นหญิงสาวชอบขับรถยนต์ยี่ห้อหรู มาส่งยาเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ เพื่อวางแผนจับกุม

ต่อมาวันที่ 31 ต.ค. ชุดจับกุมวางแผนล่อซื้อให้มาส่งยาให้กับสายลับบริเวณถนนหน้าอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ต.ในเมือง เขตเทศบาลนครขอนแก่น กระทั่งเวลาประมาณ 00.15 น.ของวันดังกล่าว พบ รถเก๋งยี่ห้อเบนซ์ รุ่นซีแอลเอ 250 สีเทา ทะเบียน 4 กค 3289 กทม. ลักษณะตรงตามที่สายแจ้งไว้ ขับมาหยุดที่ถนนหน้าอพาร์ตเมนต์ ดังกล่าว กำลังเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวออกจากที่ซ่อนทันที 

ตำรวจเข้าล้อมรถเบนซ์ดังกล่าวไว้ ทำเอาหญิงสาวที่เป็นคนขับถึงกับเหงื่อตก ภายหลังเจรจาสักพักหญิงดังกล่าวก็ยอมลงมาจากรถ ก่อนจะให้เจ้าหน้าที่ตรวจค้นภายในรถเบนซ์แต่โดยดี จากการตรวจค้นพบไอซ์จำนวน 2 ถุง น้ำหนักรวม 22.2 กรัม ซุกซ่อนอยู่ใต้เบาะที่นั่งคนขับ อาวุธปืนสั้นบีบีกันดัดแปลง ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก และกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 61 นัด ซุกซ่อนอยู่ในช่องเก็บของท้ายรถ

จากการสอบสวนทราบชื่อหญิงดังกล่าวคือ นางวลาลี อาดัม หรือหมู อายุ 40 ปี ชาว อ.เมือง จ.ขอนแก่น จากนั้นตำรวจขยายผลไปตรวจค้นห้องพักของนางหมู ที่คอนโดมิเนียมหรูแห่งหนึ่ง ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น พบไอซ์ซุกซ่อนอยู่ภายในห้องจำนวน 990.47 กรัม ยาบ้า 4,400 เม็ด ยาอี 4 เม็ด และพบอุปกรณ์การเสพ และสิ่งอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในการกระทำ ผิดเกี่ยวกับยาเสพติดอยู่ภายในห้อง ซึ่งนางหมูให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

พล.ต.ต.สุรชัยให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า ผู้ต้องหารายนี้ถือเป็นรายสำคัญในพื้นที่ ให้บริการด้านยาเสพติดครบวงจร มีทั้งยาบ้า ยาไอซ์ ยาอี รวมทั้งอุปกรณ์สำหรับแพ็กขาย โดยเฉพาะอุปกรณ์การเสพยาไอซ์ มีการทำเป็นลวดลายลักษณะต่างๆ ทั้งตัวโดราเอมอน แองกรี้เบิร์ด ทำให้ถูกใจกลุ่มวัยรุ่น

จากการตรวจสอบประวัติของเจ๊หมู พบว่าเป็นนักธุรกิจซื้อขาย รถหรูมือสองทั่วประเทศ และถือเป็นผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญของเมืองขอนแก่น มีลูกค้าอยู่ทุกกลุ่ม และสามารถสนองความต้องการของลูกค้า ด้วยการให้บริการยาเสพติดทุกชนิดพร้อมอุปกรณ์การเสพ ซึ่งการจับกุมได้ขยายผลจากกลุ่มผู้เสพที่เป็นวัยรุ่น นักเที่ยวกลางคืนที่เป็นลูกค้าของผู้ต้องหารายนี้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะขยายผลจับกุมเครือข่ายของเจ๊หมูต่อไป

ภายหลังแถลงข่าวตำรวจควบคุมผู้ต้องหาพร้อมด้วยของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อดำเนินคดี โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า 1.มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า, ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย 2.มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาอี) ไว้ในครอบครองเพื่อเสพโดยผิดกฎหมาย 3.มีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 4.พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต 5.เป็นผู้ขับขี่รถยนต์ขณะมีสารเสพติดในร่างกาย (เมทแอมเฟตามิน) โดยผิดกฎหมาย

นอกจากนี้ตำรวจยังขยายผลยึดทรัพย์สินมูลค่า 3,053,000 บาท เพื่อเป็นมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดอย่างจริงจัง ตามนโยบายรัฐบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และนโยบายกวาดล้างอาชญากรรมและรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ของตำรวจภูธรภาค 4 และตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่นอีกด้วย