พงษ์สันต์ เตชะเสน
ภานุภพ ยุตกิจ
เรื่อง/ภาพ
เช้าวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา จู่ๆ ก็เกิดคดีฆาตกรรมสยองขวัญขึ้นใน อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี
เมื่อนายวรวุฒิ หรือตั้ม บุญมี อายุ 23 ปี ราษฎรบ้านสมสะอาด หมู่ 4 ต.คำเจริญ อ.ตระการพืชผล เดินขึ้นสภ.ตระการพืชผล ในสภาพเมามายขอมอบตัวกับตำรวจ เพราะสำนึกผิดที่เพิ่งฆ่าน.ส.พิมพ์ สิงขรอาจ อายุ 20 ปี เมียของเพื่อนตายไปกับมือ
หลังเจ้าหน้าที่ตั้งสติได้จากพฤติกรรมสุดประหลาดของนายตั้ม ก็เริ่มรู้สึกคุ้นชื่อของเหยื่อสาวที่อ้างถึง พอเมื่อย้อนกลับไปเปิดดูบันทึกประจำวันก็พบว่า เมื่อค่ำวันที่ 12 พ.ย. มีนางสุพรรนี อินทะแสง อายุ 47 ปี มาแจ้งความว่าลูกสาวคือ น.ส.พิมพ์ ได้หายตัวไปจากบ้านพัก
เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวนายตั้มไว้รอให้สร่างเมาเพื่อสอบปากคำอย่างละเอียด พร้อมทั้งประสานไปยังนางสุพรรนี และ นายยุทธพงศ์ กวดก้อน อายุ 20 ปี สามี น.ส.พิมพ์มาให้ปากคำด้วย

เมื่อมาถึงโรงพักนายยุทธพงศ์ก็ให้การด้วยความเศร้าว่า เมื่อค่ำวันที่ 11 พ.ย.ที่ผ่านมา ชักชวนนายตั้มที่เพิ่งปลดประจำการจากการเป็นทหารเกณฑ์รับใช้ชาติกลับมาบ้านเกิด และเพื่อนฝูงอีกจำนวนหนึ่งตั้งวงดื่มสุรากันที่บ้านของนายยุทธพงศ์
กระทั่งตกดึกน.ส.พิมพ์ได้ขอตัวเข้าไปนอนพัก ส่วนนายยุทธพงศ์นั่งดื่มสุราต่อกับเพื่อนต่อจนเมามายพยุงตัวไม่อยู่ จึงเข้าไปนอนพักด้วย
แต่ก็ถูก น.ส.พิมพ์ ภรรยา ไล่ออกจากห้องมา เพราะทนเหม็นกลิ่นสุราที่คละคลุ้งไม่ไหว จึงต้องออกไปนอนอยู่หน้าห้อง
นายยุทธพงศ์ให้การอีกว่า ขณะกำลังครึ่งหลับครึ่งตื่นคล้ายได้ยินเสียงเมียสาวร้องขอความช่วยเหลือ แต่ไม่ได้สนใจอะไร เพราะว่าเมามาก
กระทั่งตื่นมาในเช้ารุ่งขึ้น บรรดาเพื่อนร่วมวงต่างแยกย้ายกันไปหมดแล้ว และไม่เห็นเมียรักอยู่ในบ้าน แต่ก็ไม่ได้ผิดสังเกตอะไร คิดว่าออกไปทำธุระข้างนอก
แต่เมื่อไม่สามารถติดต่อ น.ส.พิมพ์ได้เลยจนกระทั่งช่วงเย็น ทำให้เกิดความร้อนใจกลัวว่า จะเกิดเรื่องเลวร้ายกับภรรยาขึ้น จึงรีบไปแจ้งกับแม่ยายคือนางสุพรรนีให้แจ้งความคนหายที่ สภ.ตระการพืชผล จนมีตำรวจแจ้งกลับมาว่า นายตั้มเพื่อนรักเข้ามอบตัวสารภาพว่า ได้ฆ่าน.ส.พิมพ์ไปแล้ว

ด้านนายตั้มหลังสร่างเมาก็ให้การต่อตำรวจว่า หลังจากนั่งดวลสุราจนดึก และนายยุทธพงศ์ก็เมาพับหลับไปคาวง เพื่อนๆ จึงพากันแยกย้ายกันกลับ
นายตั้มอ้างว่า ขณะที่เข้าไปยังห้องนอนเจ้าของบ้านเพื่อเอาโทรศัพท์มือถือที่ชาร์จไฟทิ้งไว้ น.ส.พิมพ์ตื่นมาเห็นก็ด่าทอว่า อย่างสาดเสียเทเสีย ทำให้เกิดความโมโห ประกอบกับเมาสุรา จึงตรงเข้าบีบคออย่างไม่ยั้งมือจนแน่นิ่งไป
หลังตั้งสติได้ก็เกรงกลัวความผิด จึงอุ้มร่างคนตายใส่รถจักรยานยนต์ขับไปใช้หินถ่วงทิ้งไว้ในน้ำที่ฝายเก็บกักน้ำห้วยตาเทียว ตั้งอยู่บ้านศรีสุวรรณ หมู่ 9 ต.เป้า ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านเกิดเหตุ 10 กิโลเมตร
จากนั้นก็กลับบ้านไปนั่งดื่มเบียร์ต่อข้ามวันข้ามคืน ก่อนจะสำนึกผิดเข้ามอบตัวดังกล่าว

เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวไปชี้จุดทิ้งศพ ก่อนให้นักประดาน้ำงมศพขึ้นมาตรงตามคำให้การของผู้ต้องหา
แม้เจ้าตัวจะอ้างคำให้การดังกล่าว แต่เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ในวันเกิดเหตุ หลังดื่มสุราจนเมาและพากันแยกย้ายกลับบ้านไปนอน

ขณะนายวรวุฒิเดินเข้าไปเอาโทรศัพท์ที่เสียบชาร์จไว้ในห้องนอน พบ น.ส.พิมพ์ ซึ่งสวมกางเกงขาสั้นและใส่เสื้อยืด ทำให้เกิดอารมณ์ทางเพศ จึงพยายามเข้าปลุกปล้ำ
แต่น.ส.พิมพ์ไม่ยอม จึงต่อสู้และร้องให้สามีช่วย ทำให้นายวรวุฒิใช้มือบีบคอจน น.ส.พิมพ์ตาย และกลัวความผิดอุ้มร่างคนตายใส่รถจักรยานยนต์ขับไปใช้หินถ่วงทิ้งน้ำ
ตำรวจจึงตั้งข้อหานายวรวุฒิ ว่าฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และอำพรางซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ หรือเพื่อปิดบังการตาย หรือเหตุแห่งการตาย พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดมอบให้เจ้าหนักงานอัยการ ส่งฟ้องต่อศาลสถิตยุติธรรมเป็น ผู้ตัดสินว่าควรต้องชดใช้ความผิดที่กระทำลงไปอย่างไร