ตามสืบ4ปิดคดีจี้ร้านทอง แค่ 3 ช.ม.รวบโจร‘สวมวิก’ ใช้หนี้พนันบอลออนไลน์ : สดจากสนามข่าว
อะไรที่ทำให้คนเราตัดสินใจเป็นโจร โจรที่ถูกจับมักมีข้ออ้างเดิมๆ ความจำเป็นในชีวิต ไม่ได้รับโอกาสในสังคม ปัญหาหนี้สิน ติดยา ติดการพนัน

ทำทีเป็นลูกค้า
เช่นเรื่องราวของพนักงานหนุ่มคนหนึ่ง ที่กลายมาเป็นโจรเพราะติดพนัน เรื่องราวของโจรหนุ่มรายนี้เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 16.40 น. วันที่ 18 สิงหาคม 2564 ภายหลังพล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น ผบก.น.4 พร้อมด้วย พ.ต.ท.สินเลิศ สุขุม รอง ผบก.น.4 พ.ต.อ.สิทธิศักดิ์ นาคามาตย์ ผกก.สส.บก.น.4 พ.ต.อ.อรรถวินทน์ เกษแก้ว ผกก.สน.อุดมสุข พ.ต.ท.นพรุจ จิตต์มั่น รอง ผกก.สส.สน.อุดมสุข พ.ต.ท.บุญฤทธิ์ เสียงใส รอง ผกก.สส.บก.น.4 พ.ต.ท.เดโช ประสานศรี สว.กก.สส.บก.น.4 และ พ.ต.ต.พลากร สอนเวียง สว.สส.สน.อุดมสุข ร่วมกันนำกำลังตำรวจกก.สส.บก.น.4 และตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.อุดมสุข
ไปตรวจสอบเหตุจี้ชิงทรัพย์ร้านทองเพชรทองใบเยาวราช ใน ซ.กาญจนาภิเษก 39 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กรุงเทพฯ

พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น ผบก.น.4 ตรวจที่เกิดเหตุ
จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่า คนร้ายเป็นชายจำนวน 1 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดบริเวณหน้าร้าน แล้วได้ เข้ามาทำทีขอดูสร้อยคอทองคำจากพนักงานภายในร้าน จากนั้นคนร้ายได้ชักอาวุธปืนออกมาข่มขู่พนักงานร้าน โดยสามารถนำเอาทองรูปพรรณหนัก 2 บาท จำนวน 1 เส้น หลบหนีไป
พล.ต.ต.พรชัย สั่งการให้ชุดสืบสวนเปิดปฏิบัติการไล่ล่าจับกุมคนร้ายทันทีหลังทราบข้อมูลดังกล่าว ตำรวจชุดสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิด ละแวกจุดเกิดเหตุ ตลอดจนกล้องวงจรปิดตามโครงการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อติดตามคนร้ายอย่างต่อเนื่อง ผ่านไปไม่นานปรากฏว่าได้รับแจ้งจากทางร้านทองผู้เสียหายว่า มีชายต้องสงสัยนำสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท ที่มีตำหนิรูปพรรณตรงกับทองของทางร้านผู้เสียหายที่ถูกชิงทรัพย์ไป ไปขายที่ร้านทองในย่านลาดกระบัง จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบ
ตํารวจให้เจ้าของร้านทองตรวจสอบสร้อยทอง 2 บาท ก่อนได้รับการยืนยันว่าเป็นทองของที่ร้านซึ่งถูกชิงมาจริงๆ เนื่องจากมีตราสัญลักษณ์ของทางร้าน เมื่อเจ้าของร้านที่เสียหาย ตรวจสอบข้อมูลจากกล้องวงจรปิดของร้านดังกล่าว พบว่าชายที่นำทองมาขายมีตำหนิรูปพรรณคล้ายกับคนร้ายที่ก่อเหตุมาก แตกต่างเพียงทรงผมซึ่งคนร้ายที่ก่อเหตุมีผมยาวแต่คนที่มาขายทองมีศีรษะล้าน
จึงน่าเชื่อว่าคนร้ายรายนี้น่าจะสวมวิกผมมาก่อเหตุ จนทำให้ทราบชื่อคนร้ายรายนี้คือ นายสุรินทร์ พุทประเสริฐ อายุ 42 ปี พักอาศัยอยู่บ้านในซ.เฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอย 87 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กรุงเทพฯ
20.00 น. ชุดสืบสวนรีบติดตามอย่างต่อเนื่องไปตรวจสอบที่บ้านพักดังกล่าว ปรากฏว่าพบตัวนายสุรินทร์ และรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ Honda รุ่น zoomer x สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ที่ใช้ก่อเหตุจอดอยู่บริเวณหน้าบ้านพัก และพบของกลางทั้งหมด ประกอบด้วยหมวกนิรภัยสีเทา ยี่ห้อ csspace 1 ใบ กระเป๋าสะพายข้างสีเทา ยี่ห้อ Mc cooler 1 ใบ เสื้อคลุมแขนยาวสีดำ 1 ตัว รองเท้าผ้าใบสีขาว ยี่ห้อ เบรกเกอร์ 1 คู่ กางเกงขายาวสีดำ 1 ตัว โทรศัพท์มือถือยี่ห้อหัวเว่ย จำนวน 1 เครื่อง

จนมุมคาบ้าน
ส่วนวิกผมที่ใส่อำพรางตัวขณะก่อเหตุ และอาวุธปืนปลอมที่ใช้ก่อเหตุ เจ้าตัวให้การว่าโยนทิ้งระหว่างทางหลบนี้ไปแล้ว จึงคุมตัวพร้อมของกลางสอบสวนที่ กก.สส.บก.น.4 ทั้งนี้ รวมเวลาการสืบสวนติดตามจับกุมตัว หลังเกิดเหตุใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมง 20 นาที
นายสุรินทร์ ผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพว่า เป็นคนร้ายที่ก่อเหตุดังกล่าวแล้วหลบหนีมาจริง โดยมีอาชีพเป็นพนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ในย่านถนนสุคนธสวัสดิ์ แต่ด้วยที่ชื่นชอบเล่นพนันฟุตบอลออนไลน์ ที่เพิ่งเริ่มเปิดฤดูกาลมาได้เพียงไม่นาน แล้วเล่นเสียต้องไปหยิบยืมเงินผู้อื่น จนต้องเป็นหนี้สิน ไม่มีเงินใช้หนี้ จึงคิดอยากหาเงินทางลัดด้วยการออกไปก่อเหตุชิงทรัพย์

ชักปืนจี้พนักงาน
โดยนำอาวุธปืนปลอม พร้อมสวมวิกผมเพื่ออำพรางให้ยากต่อการติดตามจับกุมของตำรวจ หลังก่อเหตุได้นำทองไปขายได้เงินมาจำนวน 53,440 บาท จากนั้นนำเงินนำไปใช้หนี้ทั้งหมด ซึ่งเจ้าตัวรับสารภาพว่าทำครั้งนี้เป็นเพียงครั้งแรกเท่านั้น เมื่อตรวจสอบข้อมูลประวัติอาชญากรรมไม่พบการกระทำความผิดมาก่อนแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจต้องสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง เบื้องต้นแจ้งข้อหา “ชิงทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกในการพาทรัพย์นั้นไป” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.อุดมสุข ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ปิดคดีได้อย่างรวดเร็ว เพราะการทำงานอย่างหนักของตำรวจ รวมทั้งแลกเปลี่ยนข้อมูลกันในเครือข่ายร้านทอง หาใช่เพราะโชคช่วยไม่
พนม คงเจริญ, ชลัช วิรุฬเดช
เรื่อง/ภาพ