สดจากสนามข่าว
ผ่าชนวนสยองพิจิตร ผู้คุมคลั่ง-ฆ่ายกครัว ญาติเมียดับ4สาหัส3
ผ่าชนวนสยองพิจิตรผู้คุมคลั่ง : บ่ายโมงวันที่ 8 ก.ย. 2564 พ.ต.อ.สมนึก มากมี และพ.ต.อ.ชูศักดิ์ แจ่มฟ้า รอง ผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดพิจิตร พร้อมด้วย พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป ผกก.สภ.เมืองพิจิตร พ.ต.ท.บุญยัง บุญเอี่ยม รอง ผกก.สอบสวน ร่วมกันนำกำลังสายตรวจและฝ่ายสืบสวน รีบเดินทางไประงับเหตุสยอง หลังร.ต.ท.หญิง ศิราณี บัวพันธ์ ร้อย เวร สภ.เมืองพิจิตร รับแจ้งมีเหตุยิงกัน มีผู้เสียชีวิตหลายราย ที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ หมู่ 10 ต.คลองคะเชนทร์ อ.เมืองพิจิตร

ชันสูตรศพเบื้องต้น
ที่เกิดเหตุ เป็นบ้าน 2 หลังปลูกใกล้กันแต่มีกำแพงอิฐบล็อกกั้นเอาไว้ โดยหลังแรกเลขที่ 92 พบศพนายธีรวัตร วงค์จันแดง อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 90/3 หมู่ 10 ต.คลองคะเชนทร์ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 ม.ม. เข้าบริเวณลำตัวหลายจุด นอนอยู่กลางห้อง และพบด.ช.อายุ 9 ขวบ อยู่บ้านเลขที่เดียวกัน ถูกยิงเข้าบริเวณลำตัวหลายนัด บาดเจ็บสาหัส
ส่วนบ้านอีกหลังพบปลอกกระสุนตกอยู่จำนวนมาก โดยพบศพอีก 3 ศพ อยู่กลางบ้าน มีนางลำพึง สนเจริญ อายุ 67 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขาด 9 ม.ม. หลายแห่ง อยู่ในห้อง นายแดง มากมูล อายุ 59 ปี ป่วยติดเตียง และนายธีรเดช หรือเอ สนเจริญ อายุ 37 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาดเดียวกันพรุนไปทั้งร่าง และพบผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 3 ราย มีน.ส.กาญจนา กุลมัย อายุ 39 ปี น.ส.มุติตา สนเจริญ อายุ 18 ปี และด.ญ.อายุ 5 ขวบ เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัย นำตัวผู้บาดเจ็บทั้ง 2 บ้านรวม 4 ราย ส่งตัวรักษาที่ร.พ.พิจิตร

นายพุทธวรรณ มั่นปาน ผู้ก่อเหตุ
จากการสอบสวนพบมือปืนที่ก่อเหตุคือ นายพุทธวรรณ มั่นปาน อายุ 55 ปี ผู้คุมเรือนจำ จังหวัดพิจิตร อยู่บ้านเลขที่ 90 หมู่ที่ 10 ต.คลองคะเชนทร์ ถือปืนขนาด 9 ม.ม. ยืนรอมอบตัวอยู่ในบ้าน จึงควบคุมตัวมา สอบสวน
นางลำภู มั่นปาน ภรรยาของนาย พุทธวรรณ ผู้ก่อเหตุให้การว่า ก่อนก่อเหตุหลังจากนายพุทธวรรณออกเวรที่เรือนจำจังหวัดพิจิตร กลับมาบ้านลงจากรถยนต์ได้เดินปรี่เข้าไปหลังบ้าน จากนั้นได้ยินเสียงปืนดังสนั่น จึงวิ่งออกไปดู พบว่านายพุทธวรรณ สามี ใช้อาวุธปืนยิงนายธีรวัฒน์ หรืออาร์ม ซึ่งเป็นสาวประเภทสอง ซึ่งเป็นลูกเลี้ยงของตนจนเสียชีวิต และยิงหลานชายได้รับบาดเจ็บ
จากนั้นได้กระโดดข้ามรั้วไปก่อเหตุยิงนายแดง พ่อตา ที่ป่วยติดเตียง นางรำพึง แม่ยาย และนายธีรเดช น้องชายจนเสียชีวิต และยิงน.ส.กาญจนา หลานสะใภ้ ซึ่งเป็นภรรยาของนายธีรเดช น.ส.มุติตา หลานสาว 2 คน ได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังจากก่อเหตุ นายพุทธวรรณพยายามยิงตัวตาย แต่ตนเกลี้ยกล่อมจนยอมมอบตัวในที่สุด

สอบสวนที่เกิดเหตุ
พ.ต.อ.สมนึกกล่าวว่า จากการสอบสวนทราบว่า นายพุทธวรรณ ผู้ก่อเหตุได้ทะเลาะกับคนในครอบครัว โดยเฉพาะนายธีรเดช ซึ่งปกติเป็นคนพูดจาเสียงดัง มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด อีกทั้งปัญหาที่สะสมมานานกับครอบครัวของภรรยา
วันรุ่งขึ้นที่ สภ.เมืองพิจิตร พ.ต.ท.บุญยัง บุญเอี่ยม รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.เมืองพิจิตร ได้นำตัว นายพุทธวรรณ ผู้ต้องหามาสอบปากคำ โดยมี นายกิจชัย บุญปู่ ทนายความร่วมรับฟังการสอบสวน โดยใช้เวลาประมาณ 3 ช.ม. โดยขณะที่นำผู้ต้องหากลับไปยังห้องขัง สภ.เมืองพิจิตร นายพุทธวรรณพูดกับผู้สื่อข่าวที่มาดักรอสัมภาษณ์สั้นๆ ว่า “ขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิต”
ขณะที่ในการสอบสวน นายพุทธวรรณให้การรับสารภาพว่า สาเหตุทั้งหมดมาจากการทะเลาะวิวาท เกี่ยวกับที่ดินทางฝ่ายภรรยา และสะสมมานานโดยเฉพาะกับนายธีรวัฒน์ ลูกเลี้ยงและพ่อตาแม่ยาย ในวันเกิดเหตุ เพิ่งออกเวรจากทำงานที่เรือนจำมาและกำลังจะพักผ่อน แต่นายธีรวัฒน์ ลูกเลี้ยง เปิดเพลงเสียงดังรบกวน จึงให้ภรรยาไปบอก แต่ลูกเลี้ยงก็ไม่ฟังแล้วด่าคำหยาบคาย จนเกิดบันดาลโทสะใช้อาวุธปืน ก่อเหตุดังกล่าว

พฐ.เก็บหลักฐาน
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหา นายพุทธวรรณ 4 ข้อหา ได้แก่ ข้อหาฆ่า ผู้อื่นฯ พยายามฆ่า พกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะและยิงปืนในที่สาธารณะ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพยายามฆ่าผู้อื่น ก่อนนำส่งฝากขังโดยทางพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัวในคดีนี้ ในเบื้องต้นทางทนายความแจ้งว่าจะไม่ยื่นขอประกันตัว ก็เป็นเรื่องของผู้ต้องหา
ส่วนทนายความของผู้ต้องหา กล่าวว่า คดีนี้การต่อสู้คดีเป็นไปตามข้อเท็จจริงตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และช่วงนี้จะยังไม่มีการขอยื่นประกันตัว
ความขัดแย้งที่ไม่ได้รับการแก้ไข ซ้ำยังมีการเติมเชื้อไฟอยู่เป็นระยะๆ ในที่สุดก็กลายเป็นไฟกองใหญ่ที่เผาผลาญทุกสิ่ง