ธานี ทวีเกิด

ณัฐวุฒิ ทิพย์ประโภชน์

เรื่อง/ภาพ

เช้ามืดวันที่ 6 ธ.ค. พ.ต.อ.ไมตรี ฉิมเฉิด รรท.ผบก.กองปราบปราม สั่งการให้ พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก. ป. พ.ต.ท.อนรรฆ ประสงค์สุข พ.ต.ท.บุญลือ ผดุงถิ่น รองผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.นฤทธิ์ ผูกจิตร สว.กก.2 บก.ป. นำกำลังเจ้าหน้าที่เปิดปฏิบัติการตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในข้อหา “พรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปี ไปจากบิดามารดา ผู้ปกครองหรือดูแล เพื่อการอนาจาร โดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย, พาบุคคลอายุเกิน 15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปี ไปเพื่อการอนาจาร”

กำลังกองปราบฯ ลงพื้นที่ตรวจค้นเป้าหมายพร้อมกัน 14 จุด ทั้งใน อ.เสนา, ท่าเรือ, บางปะอิน, บางบาล และอ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา

ผลการตรวจค้นสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ทั้งหมด 10 ราย ประกอบด้วย นายวุฒิ จิตร์โสภา อายุ 55 ปี นายช่างโยธาเทศบาลอโยธยา, นายอโนทัย วีระสัย อายุ 50 ปี อาชีพขับจยย.รับจ้าง, นายจำเนียร แซ่ลี้ อายุ 53 ปี ช่างทำกุญแจ, นายธนกฤต วินัยกิจ อายุ 41 ปี, นายวีระพงษ์ วงพิมล อายุ 36 ปี, นายคชา พงษ์จำรัส อายุ 28 ปี, นายธนวรรธน์ หรือสันติ บรรเทาทุกข์ ลูกเขยนักการเมืองท้องถิ่นรายหนึ่ง, นายวีรพันธ์ ศิริพัฒนพงษ์, นายไพบูลย์ วาริพินทุ และ นายเจิมพงษ์ พิพัฒสัจจา

เบื้องหลังการบุกจับกุมใหญ่ครั้งนี้ เป็นการขยายผลจากกรณี นางปวีณา หงสกุล พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณา หงสกุลเพื่อเด็กและสตรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองปราบปราม บุกเข้าช่วยเหลือเด็กหญิงอายุ 15 ปี ที่ถูก น.ส.ปา (นามสมมติ) อายุ 20 ปี ซึ่งเป็นอาเลี้ยง (น้องสาวของพ่อเลี้ยง) บังคับพาตัวมาขายบริการทางเพศให้ นายวิชัย เพ็ญสวัสดิ์ อายุ 61 ปี อดีตข้าราชการครู ที่โรงแรมปิยะแมนชั่น ต.ไผ่ลิง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อค่ำวันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา กระทั่งนำมาสู่การขยายผลขอหมายจับผู้ที่เคยซื้อบริการต่อศาลอาญา ก่อนจะเปิดปฏิบัติการจับกุมครั้งใหญ่ข้างต้น

ครั้งนั้น นางปวีณา เปิดเผยว่า ทางมูลนิธิได้รับการขอความช่วยเหลือจาก น.ส.แก้ว(นามสมมติ) ซึ่งเป็นแม่ น.ส.เอ อายุ 15 ปี ว่าลูกสาวถูก น.ส.ปา ซึ่งเป็นอาเลี้ยง หลอกและบังคับข่มขู่พาไปขายบริการทางเพศ ในจ.พระนครศรีอยุธยา นานกว่า 7 เดือน จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม เข้าให้การช่วยเหลือจับกุม

ส่วน น.ส.แก้ว ก็ให้ข้อมูลว่าแยกทางกับสามีเมื่อตอน ลูกสาวอายุประมาณ 5 ขวบ ต่อมาตนมีสามีใหม่ และพาลูกสาวมาอยู่ด้วยที่บ้านสามีใหม่ โดยตนมีบุตรกับสามีใหม่อีก 1 คน และช่วงประมาณต้นปี 2560 สามีใหม่ถูกจับยาเสพติด จึงนำลูกสาวไปฝากไว้ให้อยู่กับย่าเลี้ยง ซึ่งเป็นแม่ของสามีใหม่ ที่ห้องเช่าย่าน อ.พระนครศรีอยุธยา เนื่องจากตนต้องเข้าทำงานเป็นกะเช้า กลางคืน หากปล่อยให้ลูกสาวอยู่ที่บ้านเพียงลำพังเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย และตนจะแวะไปเยี่ยมลูกทุกอาทิตย์

ต่อมาช่วงเย็นของวันที่ 13 พ.ย. ลูกสาวโทรศัพท์มาบอกตนว่าถูกน.ส.ปา อาเลี้ยง บังคับข่มขู่พาไปขายบริการทางเพศ มานานกว่า 7 เดือนแล้ว บังคับให้รับแขกกว่า 3 คนต่อวัน หากไม่ทำจะถูกด่าทอและทำร้ายทุบตี เงินที่ได้มาน.ส.ปา จะเก็บไว้ทั้งหมด หากมีแขกติดต่อมาซื้อบริการในช่วงวันธรรมดาต้องหยุดเรียนเพื่อไปขายบริการด้วย

พ.ต.อ.อรุณกล่าวว่า คดีนี้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม จนสามารถขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมได้อีก 14 ราย ซึ่งกลุ่มผู้ต้องหามีความหลากหลายทางอาชีพ มีทั้งข้าราชการองค์กรปกครองท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ พ่อค้า เซียนพระลูกจ้าง และคนขับจยย. รับจ้าง

ผู้ต้องหาอีก 4 รายมีที่เป็นตำรวจในพื้นที่จ.พระนครศรีอยุธยา ยศ ร.ต.ท. อายุ 58 ปี ด้วย ทราบว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการลาพัก ไม่สามารถติดต่อได้ ทั้งนี้ผู้ต้องหาทั้งหมดมี 5 รายที่ให้การยอมรับสารภาพว่าเคยซื้อบริการจากผู้เสียหายในราคา 500-800 บาท ส่วนอีก 5 รายที่ยังคงให้การปฏิเสธ และขอไปให้การในชั้นศาลเท่านั้น ซึ่ง ไม่ได้กังวลเพราะพยานหลักฐานที่มีอยู่ในขณะนี้ก็ถือว่ามีความหนาแน่นพอ

ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 7 ธ.ค. นาย ธงชัยเฉลิมพล ถ้อยคำดี อายุ 43 ปี อาชีพธุรกิจส่วนตัว หนึ่งในผู้ถูกออกหมายจับ ก็เข้ามอบตัวโดยให้การปฏิเสธ ก่อนตำรวจนำตัวทั้ง 11 คนไปขออำนาจ ศาลอาญาฝากขังผัดแรก พร้อมคัดค้านการประกันตัว

“จากคำให้การของผู้เสียหาย ประกอบ กับหลักฐานที่พบ ยังมีผู้ต้องหารายอื่นๆ นอกเหนือไปจากผู้ที่ถูกออกหมายจับไว้แล้ว ที่เข้าข่ายต้องถูกดำเนินคดีด้วย ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานเพื่อขอออกหมายจับต่อไป” พ.ต.อ.อรุณกล่าว

ขณะเดียวกันตำรวจสอบสวนผู้ต้องหาที่รับสารภาพ ให้การว่าจะมีการติดต่อกับน.ส.ปา ผ่านเฟซบุ๊กและไลน์ โดยนัดแนะนำเด็กหญิงมาส่งตามโรงแรมต่างๆ ใน ต.ข้าวเม่า อ.พระนครศรีอยุธยา รวมทั้งโรงแรมม่านรูดอื่นๆ ทั้งยังรับอีกว่าสั่งซื้อบริการเด็กหญิงหลายครั้งตั้งแต่ 4 จนถึง 8 ครั้ง แต่คิดว่าเด็กอายุ 19 ปีแล้ว

แทนที่จะสำนึกว่าการซื้อบริการหญิงสาวเป็นสิ่งผิดกฎหมาย กลับคิดว่านึกว่าหญิงสาวอายุ 19 แล้ว หรือคิดว่า “โตแล้ว ซื้อได้ไม่ผิด”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน