สุรศักดิ์ หริ่มสืบ
เรื่อง/ภาพ
ธรรมดาของโจรผู้ร้าย จะบุกเข้าปล้นบ้านใครก็ต้องดูลู่ทาง ดูลาดเลา รู้ว่าเจ้าของบ้านเป็นใคร ทำอาชีพอะไร จะได้ไม่บุกเข้าไปชนตอ โดยเฉพาะบ้านที่เจ้าของบ้านเป็นเจ้าหน้าที่รัฐส่วนใหญ่ล้วนพยายามหลีกเลี่ยงไม่เข้าไปยุ่ง
แต่จะด้วยความไม่รู้ หรือความประมาทก็ยากจะรู้ได้ ที่ทำให้ นายมนตรี บุญเช็ค อายุ 32 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 6 ต.หนองแม่ไก่ อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง ย่ามใจ บุกเข้าไป ก่อเหตุในบ้านของ น.ส.พรนิภา คงใหญ่ อายุ 43 ปี ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 3 อ.แสวงหา จ.อ่างทอง จนถูกยิงจนเดี้ยง ก่อนจะถูกจับกุมตัวได้เพียงชั่วเวลาไม่นาน
น.ส.พรนิภาเปิดเผยเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อราวเที่ยงคืนวันที่ 9 ธ.ค. ขณะที่ตนกำลังนอนหลับสนิทอยู่ บนเตียง จู่ๆ ก็รู้สึกอึดอัดเหมือนมีอะไรมากดทับที่คอจนสะดุ้งตื่นขึ้นมา ก่อนที่จะเห็นคนร้ายเป็นชายสวมหมวกไอ้โม่งปิดบังใบหน้า
คนร้ายตะคอกถามหาทรัพย์สินว่าซ่อนเอาไว้ที่ไหน นอกจากนี้ ยังถามหาปืนประจำตัวของตนด้วยว่าเอาไปไว้ที่ไหน ตนตั้งสติได้จึงโกหกไปว่าจำไม่ได้ ก่อนที่คนร้ายจะหันไปตะโกนเรียกเพื่อนอีกคนหนึ่งซึ่งอยู่นอกบ้าน บอกว่าไม่มีปืน ซึ่งตนก็มองไม่เห็นว่าเป็นใคร อยู่ตรงไหน หรือมีตัวตนจริงหรือไม่
ตนถูกจับมัดมือ มัดเท้า มัดปาก และพูดขู่ตนว่าอย่าขัดขืน ไม่เช่นนั้นจะถูกเพื่อนที่อยู่นอกบ้านแทงเอา จากนั้นคนร้ายก็ลงไปรื้อค้นทรัพย์สินของตนที่ชั้นล่างของบ้าน

จังหวะนั้นตนพยายามแกะเชือกที่มัดไว้จนหลุด พยายามมองหาคนร้ายอีกคนแต่ ไม่เห็นมี จึงคว้าปืนประจำตัวที่ซุกเอาไว้ใต้หมอนออกมา ช่วงที่กำลังจะเดินออกไปคนร้ายเดินสวนขึ้นมาพอดี
ตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าคนร้ายมีอาวุธหรือไม่ แต่พอคนร้ายเห็นตนก็ปรี่ตรงเข้ามาจนเกือบจะถึงตัว ตนจึงตัดสินใจยิงสวนเข้าไป คนร้ายเบี่ยงหลบ ตนเลยรีบวิ่งลงไปชั้นล่างเพื่อจะขอความช่วยเหลือ
แต่คนร้ายกลับพยายามจะพุ่งเข้าใส่ตนอีกครั้ง ตนจึงตัดสินใจยิงซ้ำเข้าไปอีกก่อนที่คนร้ายจะวิ่งหลบหนีออกไปทางหน้าต่าง ซึ่งเป็นจุดที่คนร้ายใช้ปีนเข้ามาบ้านของตน สำหรับคนร้ายนั้นตนเองก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเป็นใครเหมือนกัน
ภายหลังเกิดเหตุ พล.ต.ต. สุรินทร์ ทับทันบุบผา ผบก.ภ.จว.อ่างทอง พร้อมด้วย พ.ต.อ.กฤติเดช ศิริจันทร์นนท์ ผกก.สภ.แสวงหา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.อ่างทอง เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภาค 1 ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พล.ต.ต.สุรินทร์สั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข่าวและประชาสัมพันธ์ไปยังโรงพยาบาลต่างๆ ว่าหากมีคนได้รับบาดเจ็บจากการถูกยิงให้รีบแจ้งกลับมาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ
จนกระทั่งในวันที่ 11 ธ.ค. ตำรวจรับแจ้งจากโรงพยาบาลอ่างทองว่ามีคนถูกยิงมารักษาตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไปตรวจสอบพบว่าผู้บาดเจ็บคือ นายมนตรี บุญเช็ค อายุ 32 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 6 ต.หนองแม่ไก่ อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง จึงนำกำลังไปควบคุมตัวไว้ก่อนในฐานะผู้ต้องสงสัย
ชุดสืบสวนอีกส่วนนำกำลังไปตรวจสอบบ้านพักของนายมนตรี ในการตรวจสอบที่บ้านพักและพื้นที่รอบบ้าน พบรอยเลือดหยดอยู่ในบ้านและบริเวณข้างบ้านเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังพบชิ้นส่วนเครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ และเครื่องสูบน้ำ ซุกซ่อนอยู่
ตำรวจตรวจสอบบริเวณบ่อน้ำข้างบ้าน เห็นฝากระโปรงรถโผล่อยู่จึงประสานให้เจ้าหน้าที่สมาคมนักวิทยุสมัครเล่นกู้ภัยอ่างทอง นำกำลังนักประดาน้ำมางมตรวจสอบจนพบชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์จำนวนหนึ่งถูกทิ้งไว้ในบ่อ จึงนำขึ้นมาเก็บไว้เป็นหลักฐาน
พล.ต.ต.สุรินทร์กล่าวว่า คดีนี้หลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่ และประสานไปยังโรงพยาบาลต่างๆ ให้แจ้งข้อมูลหากมีคนได้รับบาดเจ็บจากการถูกยิงไปรักษาตัว จนกระทั่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามหาตัวโดยได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้หนึ่งคน หลังจากก่อเหตุแล้วหลบหนีเข้าไปในบ้านของตัวเองและให้ทางญาตินำตัวไปส่งโรงพยาบาล

ตอนนี้ตำรวจอายัดตัวผู้ต้องหาไว้แล้วคือนายมนตรี ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการถูกยิงโดยนายมนตรีนั้นได้แจ้งกับทางแพทย์ที่รักษาว่าได้รับบาดเจ็บจากการถูกเหล็กแทง แต่เมื่อทางโรงพยาบาลเอกซเรย์ดูกลับ พบว่า นายมนตรีนั้นถูกยิงที่แขนจำนวน 2 นัด กระสุนฝังใน จึงอายัดตัวและทำการสอบสวน เบื้องต้นนายมนตรีไม่ยอมรับ แต่เมื่อสอบเค้นจึงยอมรับสารภาพ แต่ทรัพย์สินที่ได้มากระเด็นหายไประหว่างขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี
นายมนตรีรับว่าก่อเหตุเพียงคนเดียว โดยแกล้งตะโกนหลอกผู้เสียหายเพื่อให้เข้าใจผิดว่ามีผู้ร่วมก่อเหตุด้วย หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสืบสวนขยายผลจากหลักฐานที่พบในบ้านว่านายมนตรีเคยก่อเหตุที่ไหนมาบ้าง เพื่อดำเนินคดีต่อไป
คิดว่าเหยื่อเป็นผู้หญิงแล้วจะเชื่องเป็นแมว ที่ไหนได้ดันมาเจอแม่เสือสาวเข้าให้ ไม่ตายก็บุญแล้ว