สะท้อนถึงสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี
สำหรับความคาดหวังของประชาชนทั่วไปที่หาซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อจะได้ลุ้นมีโชค
หากถูกรางวัลใหญ่ ก็ชีวิตเปลี่ยน เหมือนอย่างที่มีข่าวคนถูกรางวัลใหญ่กันบ่อยครั้ง
แต่แทนที่คนถูกรางวัล จะยินดี ขึ้นเงิน แล้วเสพสุข ใช้เงินทองตามความต้องการ
ก็เกิดมีเรื่องราวให้ปวดหัวขึ้นอีก เมื่อมีคนอ้างว่าเป็นเจ้าของตัวจริง และแจ้งความดำเนินคดี
ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้ามาคลี่คลาย ด้วยการใช้เทคนิคทางวิทยาศาสตร์
เพื่อให้การสรุปผลเป็นไปอย่างเที่ยงตรง เจ้าของสลากต้องได้รับสิทธิ์ที่พึงมี
ส่วนผู้ที่แอบอ้าง หรือพยายามสร้างเรื่องให้วุ่นวาย ก็ต้องรับผิดชอบเช่นกัน
อย่างกรณีร.ต.ท.ที่ถูกลอตเตอรี่ 30 ล้านบาท ที่ฮือฮากันในขณะนี้
หรือกรณีหนุ่มบุรีรัมย์ ที่อ้างว่าถูกรางวัล 12 ล้าน รวมถึงยายที่นนทบุรีที่อ้างว่าทำลอตเตอรี่หายในงานวัด
ก็ต้องพิสูจน์ตรวจสอบ เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏ

พลิกคดีหวยอลเวง30ล้าน
กรณีหวยอลเวง 30 ล้าน ปรากฏในความรับรู้ของสังคม เนื่องจากเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. นายปรีชา ใคร่ครวญ ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนแห่งหนึ่งในจ.กาญจนบุรี เข้าแจ้งความที่สภ.เมืองกาญจนบุรี
โดยระบุว่าร.ต.ท.จรูญ วิมูล ข้าราชการตำรวจเกษียณ ขโมยลอตเตอรี่ที่ถูกรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 พ.ย. 2560 หมายเลข 533726 จำนวน 5 คู่เป็นเงิน 30 ล้านบาทไป
นายปรีชาเปิดเผยที่มาที่ไปของเหตุการณ์ครั้งนี้ว่า ตนจะซื้อลอตเตอรี่เป็นประจำทุกงวด และตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. และ 16 ต.ค. ก็จะซื้อสลากกินแบ่งที่มีเลขท้าย 26 ซึ่งถือเป็นเลขมงคลไว้ตลอด
จนกระทั่งก่อนถึงงวดวันที่ 1 พ.ย. ก็โทรศัพท์สั่งซื้อลอตเตอรี่กับแม่ค้าที่เคยซื้อกันมากว่า 5 ปี จนรู้จักมักคุ้น ให้เก็บสลากกินแบ่งเลขท้าย 26 ไว้ให้ และบอกว่าไม่ว่ามีกี่ชุดก็เหมาหมด
ต่อมาวันที่ 26 ต.ค. แม่ค้าลอตเตอรี่โทรศัพท์มาบอกว่า หาเลขท้าย 26 ให้ได้แล้ว มีทั้งหมด 4 ชุด ชุดละ 5 ใบ จึงเดินทางมาเอาที่ตลาดนัดเรดซิตี้ จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 31 ต.ค. เวลาประมาณ 16.00 น.
เมื่อจ่ายเงินเรียบร้อย ก็เอาสลากฯ ทั้งหมดใส่กระเป๋าเสื้อ แล้วเดินซื้อของตามตลาดนัด จากนั้นก็ไปรับลูกสาวกลับบ้าน เมื่อถึงบ้านก็ควักลอตเตอรี่ออกจากกระเป๋าเสื้อ เพื่อเอาไปเก็บ แต่ปรากฏว่ามีลอตเตอรี่เพียงแค่ 3 ชุดเท่านั้น ซึ่งจำได้ว่าชุดที่หายไปคือหมายเลข 533726 จึงโทรศัพท์ไปถามแม่ค้า เขาก็ยืนยันว่าให้มาแล้วแน่นอน ก็ไม่ได้คิดอะไร
จนมาวันที่ 1 พ.ย. ตนป่วยไม่ได้ไปทำงาน ตอน 4 โมงครึ่ง หลังลอตเตอรี่ออก แม่ค้าก็ขับรถมาหาตนที่บ้านเพื่อแสดงความยินดี บอกว่าเราถูกรางวัลที่ 1 แต่ไปหายังไงก็ไม่พบ คนขายกลับไปเช็กต้นขั้วก็ยืนยันว่าตนถูกรางวัลที่ 1 แน่นอน
จึงไปแจ้งความที่สภ.เมืองกาญจน์ แล้วนำใบแจ้งความไปแจ้งต่อกองสลากฯ
กระทั่งวันที่ 28 พ.ย. กองสลากฯ แจ้งมาทางตำรวจ และตำรวจก็ประสานตนไปพบ เนื่องจากมีคนนำสลากฯ รางวัลที่ 1 จำนวน 1 ชุดไปขึ้นรางวัล พบว่าเป็นร.ต.ท.จรูญ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงประสานให้มาพบตามที่นัดหมาย และได้เจรจากันโดยมีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่เป็นคนไกล่เกลี่ยเจรจา เพราะไม่ต้องการขึ้นศาล เนื่องจากเป็นข้าราชการเหมือนกัน แต่เมื่อเจรจาไม่รู้เรื่องจึงต้องแจ้งความดำเนินคดี
ขณะที่น.ส.พัชริดา พรมตา แม่ค้าลอตเตอรี่ ระบุว่า มั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์ว่าลอตเตอรี่เป็นของนายปรีชา เนื่องจากลอตเตอรี่เลขดังกล่าวอยู่ที่แผงของตน จากนั้นนางรัตนาพร สุภาทิพย์ อายุ 58 ปีแม่ค้าอีกคนที่เปิดแผงในตลาดเรดซิตี้ มาถามหามีเลขท้าย 26 หรือไม่ ก็ตอบว่ามี 3 ชุด ลงท้ายด้วย 326, 226, และ 726 เพื่อนก็เอาไปให้ลูกค้า
เป็นข้อมูลจากฝั่งผู้กล่าวหา

แจ้งกลับกันนัว-ลามบิ๊กตร.
ขณะที่ร.ต.ท.จรูญ ที่ถูกแจ้งความดำเนินคดี เผยว่า ยืนยันว่าสลากที่ถูกรางวัลเป็นของตน โดยช่วงเย็นวันที่ 31 ต.ค. ตนไปจ่ายกับข้าวที่ตลาดนัดเรดซิตี้ แวะซื้อลอตเตอรี่เลขท้าย 26 เมื่อถึงแผงค้าพบเลขท้าย 26 อยู่ 2 ชุด จึงซื้อมา 1 ชุด 5 ใบ เป็นเงิน 500 บาท และไม่ได้สนใจว่าเลขข้างหน้าเป็นอะไร หวังแค่ถูกเลขท้าย 2 ตัวเท่านั้น
ต่อมารู้ตัวว่าถูกรางวัลที่ 1 ก็ตอนเพื่อนส่งไลน์ให้ดู จึงนำลอตเตอรี่ไปถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานไปตรวจทางอินเตอร์เน็ต จนมั่นใจว่าถูกรางวัลใหญ่ 30 ล้าน จึงพากันไปปรึกษาผู้จัดการธนาคารกรุงไทย สาขากาญจนบุรี
โดยผู้จัดการแบงก์ ก็ไปเป็นพยานเพื่อขึ้นรางวัลในวันที่ 3 พ.ย. ได้รางวัล 29,850,000 บาท ผู้จัดการธนาคารเองก็เป็นคนเอาเข้าบัญชีให้ จากนั้นก็ถอนเงิน 3 บ้านบาทไปปิดบัญชีบ้าน แล้วก็ถอนอีก 2.5 ล้านซื้อรถ เป็นของขวัญวันเกิดลูก
ต่อมามีคนโทรศัพท์มาอ้างว่าสลากฯ ที่ตนนำไปขึ้นเงินเป็นของเขาที่ทำหายไป พร้อมสั่งอายัดบัญชีแล้วเชิญตนไปโรงพัก จึงเดินทางไปพบ ก็พบคู่กรณีอ้างว่าเป็นเจ้าของสลากฯ ตัวจริง เขาก็เกลี้ยกล่อมให้ยอมรับว่าไปเก็บของเขามา
“บอกว่าเป็นคนธรรมะธัมโม เป็นคนจิตใจดี แบ่งปัน เรื่องราวที่เกิดขึ้นเหมือนทำบุญด้วยกันมา ให้เรายอมรับผิด เดี๋ยวเขาจะให้ 15 ล้าน แบ่งกันคนละครึ่ง ผมก็ไม่ยอม เพราะเป็นคนซื้อมาเอง และอยากฝากบอกเจ้าหน้าที่ที่สั่งอายัดบัญชีให้ตรวจสอบให้ดีเสียก่อน เพราะทำให้ผมและครอบครัวกลายเป็นจำเลยสังคม”
ต่อมาวันที่ 11 ธ.ค. ร.ต.ท.จรูญ และนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความ เข้าแจ้งความที่สภ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อแจ้งความดำเนินคดี นางรัตนาพร และน.ส.พัชริดา 2 แม่ค้าลอตเตอรี่ ในข้อหาจำหน่ายสลากเกินราคา เนื่องจากพบว่าขายสลากฯ ชุด 5 ใบราคา 700 บาท เท่ากับใบละ 140 บาท ซึ่งถือว่าแพงมาก
และขอให้สอบสวนว่ารับสลากฯ มาจากยี่ปั๊วซาปั๊ว ที่ไหน ถึงมีราคาแพงขนาดนี้
นอกจากนี้ยังพิจารณาว่าจะแจ้งความกลับนายปรีชา ในข้อหาแจ้งความเท็จ เพราะร.ต.ท.จรูญยืนยันว่าซื้อมาเองจริง เท่ากับว่าต้องมีคนให้การเท็จ
และจะยื่นหนังสือต่อพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ให้ตรวจสอบกรณีมีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่พยายามเข้ามาเคลียร์คดี มีการนัดหมายให้ไปพบกันที่บ้านพัก ซึ่งดูไม่เหมาะสม
ล่าสุดตร.สั่งตั้งกรรมการสอบให้รู้ผลใน 30 วัน
เป็นข้อต่อสู้ของผู้ถูกกล่าวหา
ซึ่งต้องรอดูว่าผลสรุปจะเป็นอย่างไร

สุพรรณ-ยายทำหายในวัด
นอกจากนี้เรื่องนี้ ยังมีกรณีหวย 12 ล้านบาท ที่พันธ์ศักดิ์ เสือชุมแสง หรือปื๊ด อายุ 31 ปี ชาวต.หัวถนน อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ เข้าแจ้งความสภ.นางรอง เมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา ระบุว่าตัวเองถูกรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 ส.ค. หมายเลข 715431 จำนวน 2 คู่ เป็นเงิน 12 ล้านบาท
โดยตามซื้อมาตลอดจากเลขรถจักรยานยนต์ แต่ถูกขโมยไปหลังจากเอาไว้ที่บ้านพัก
ขณะที่มีคนนำไปขึ้นเงินเมื่อวันที่ 23-24 ส.ค. คือนายวิทยา ธนทรัพย์สิน และนางขวัญศิริ ธนทรัพย์สิน สามีภรรยาชาวอ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด
ทั้งคู่ยืนยันว่าซื้อจากแม่ค้าเร่ ที่อ.นางรอง ขณะแวะกินข้าว และทั้งหมดถูกรางวัล 3 ใบ 18 ล้านบาท ไม่ใช่ 12 ล้าน แต่นายวิทยา มาขึ้นเงิน 12 ล้าน ส่วนอีกใบ เป็นนางขวัญศิริ ขึ้นรางวัล 6 ล้านบาท

และมีรูปถ่ายลอตเตอรี่ที่ถูกรางวัลมาเป็นหลักฐานยืนยัน
จนกระทั่งต้องส่งไปตรวจดีเอ็นเอ ในที่สุดผลก็ออกมา โดยวันที่ 12 ธ.ค. พ.ต.อ.สมภพ สังข์กรทอง ผกก.สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ แถลงผลคดีว่า จากหลักฐานผลตรวจดีเอ็นเอบนสลากกินแบ่งรัฐบาลชุดที่ถูกรางวัลงวดดังกล่าว ไม่พบลายนิ้วมือแฝงของนายพันธ์ศักดิ์ แต่มีลายนิ้วมือของนายวิทยา และนางขวัญศิริ
สรุปได้ว่ารางวัลดังกล่าวเป็นของนายวิทยา อย่างถูกต้องคือ 18 ล้านบาท
ด้านนายพันธ์ศักดิ์ ยอมรับผลดีเอ็นเอ และอยากจะขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะสลากกินแบ่งฯ ของตนได้หายไปจริง ไม่มีเจตนาใส่ร้ายแต่อย่างไร และขอรับผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ว่าเป็นการเข้าใจผิด
นอกจากนี้ยังมีกรณีนางประดับ จันทร์อ่วม อายุ 72 ปี ชาวสามชุก สุพรรณบุรี ที่เข้าร้องกองปราบปราม ระบุว่า สลากรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 ธ.ค. หายไปขณะเดินเที่ยวงานวัดแห่งหนึ่งในอ.สามชุก เมื่อวันที่ 29 พ.ย. ต่อมามีคนเก็บได้แล้วเอาไปขึ้นเงิน
ซึ่งนางประดับได้พยายามติดต่อบอกว่าหากเอามาคืนจะแบ่งเงินให้ 1 ล้านบาท แต่คู่กรณีไม่ยอมขอเป็น 3 ล้าน ทำให้ตกลงกันไม่ได้
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บดีเอ็นเอเพื่อนำไปพิสูจน์
ใช้เวลาไม่นาน ความจริงก็จะปรากฏ