คอลัมน์ แฟ้มคดี

คลี่ปมปล่อยเสี่ยโจ้ปัตตานี ทั้งที่ศาลสั่งคุก 1 ปี 9 เดือน แจงปมอัยการไม่สั่งฟ้อง ผบช.ภ.9 รับมีตร.ซุกหมาย

เรียกได้ว่าเป็นเรื่องช็อกกระบวนการยุติธรรมไทยกันไปเลย

สำหรับกรณีเสี่ยโจ้ นักธุรกิจชื่อดังชายแดนใต้ ที่มีคดีติดตัวยาวเป็นหางว่าว ทั้งเรื่องการค้าน้ำมันเถื่อน ไม้เถื่อน ฟอกเงิน หรือกระทั่งปลอมดวงตราผ่านแดนที่ศาลพิพากษาไปแล้ว

ถูกจับได้คาร้านก๋วยเตี๋ยว หลังหลบซ่อนเจ้าหน้าที่อยู่หลายปี จนผบช.ก.เปิดแถลงข่าวอย่างยิ่งใหญ่

แต่สุดท้ายหลังนำตัวส่งอัยการสั่งฟ้องคดีฟอกเงิน แต่อัยการสั่งไม่ฟ้อง และไม่สามารถหาหมายจับอื่นๆ มาอายัดตัวได้ ทั้งที่เคยถูกศาลพิพากษาจำคุกไปก่อนหน้านี้

สุดท้ายก็เดินตัวปลิวออกไป จนวันรุ่งขึ้นถึงจะหาหมายจับมาได้ และบุกค้นที่บ้านพัก ก็ไม่พบตัวเสียแล้ว

คดีนี้เลยเป็นที่จับตามองจากสังคมว่ามีใครช่วยเหลือเกี้ยเซี้ยกันหรือไม่ ขณะที่ผบ.ตร.สั่งตั้งกรรมการสอบ

จนผบช.ภาค 9 ก็ต้องออกมายอมรับว่ามีการซุกหมายจับจริง

ส่วนผลการสืบสวนพาดพิงถึงใครบ้างนั้น คงต้องรอบทสรุปต่อไป

แฟ้มคดี

ผบช.ก.แถลงใหญ่

•ป.จับเสี่ยโจ้คาร้านก๋วยเตี๋ยว

เหตุการณ์นี้ปรากฏเป็นที่รับรู้ในสังคมเมื่อวันที่ 5 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยพล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. นำทีมกองปราบปราม แถลงผลการจับกุมเสี่ยโจ้ หรือนายสหชัย เจียรเสริมสิน อายุ 53 ปี หรือที่รู้จักกันในวงการว่า ‘เสี่ยโจ้ ปัตตานี’ เจ้าพ่อค้าน้ำมันเถื่อนภาคใต้ที่โด่งดัง

เคยถูกบุกค้นบ้านพบโพยส่วยจ่ายถึงหน่วยงานภาครัฐหลายหน่วยงาน แต่สุดท้ายก็เรื่องเงียบ ไม่มีการสรุปว่ามีใครกันบ้างที่รับส่วยจากเสี่ยโจ้

โดยพล.ต.ท.จิรภพระบุว่า เป็นการจับกุมตามหมายจับ ศาลจังหวัดสงขลาที่ จ.60/2564 ลงวันที่ 23 ก.พ.2564 ข้อหา “ร่วมกันฟอกเงิน” หลังจับกุมตัวได้ขณะนั่งกินก๋วยเตี๋ยวในตลาดกลางคืน ย่านห้วยขวาง แขวงและเขตดินแดง กทม. เมื่อคืนวันที่ 4 พ.ย.

พร้อมระบุที่มาที่ไปว่า สืบเนื่องจากปี 2555 ชุดปราบน้ำมันเถื่อน ตร. จับกุมเรือลักลอบขายน้ำมัน ขณะลักลอบขายน้ำมันเถื่อน ที่บริเวณน่านน้ำ จ.สงขลา ยึดของกลางน้ำมันเถื่อน 2 พันลิตร และเงินสด 48 ล้านบาท จากนั้นจึงขยายผลจับกุม ‘เสี่ยโจ้’ นำตัวไปตรวจค้นที่พักพบเอกสารซื้อขายน้ำมันเถื่อน 400-500 ล้านลิตร จำหน่ายไปกว่า 1 หมื่นครั้ง พนักงานสอบสวนจึงมีความเห็นสั่งฟ้องไป และส่งไปที่อัยการสูงสุด ขณะนี้คดียังไม่เสร็จสิ้นอัยการอยู่ระหว่างสั่งสอบเพิ่มเติม

ต่อมาปี 2558 พนักงานสอบสวน บก.ปอศ. เห็นว่าการค้าน้ำมันเถื่อนเป็นความผิดมูลฐานฟอกเงิน จึงมีการออกหมายจับเมื่อปี 2564 จนนำไปสู่การจับกุมเสี่ยโจ้ได้ย่านห้วยขวาง ทั้งนี้ จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ ตลอดข้อกล่าวหา

พล.ต.ท.จิรภพกล่าวอีกว่า นอกจากนี้พบว่า ‘เสี่ยโจ้’ ยังมีอีกคดีที่ศาลพิพากษาแล้ว คือ ข้อหาทำขึ้น ปลอมขึ้น ซึ่งดวงตรา รอยตรา หรือแผ่นตรวจลงตรา อันใช้ในการตรวจลงตรา สำหรับเดินทางระหว่างประเทศ

โดยพฤติการณ์แห่งคดี ตั้งแต่ 17 มิ.ย.2557 ชุดปฏิบัติการปราบปรามภัยแทรกซ้อนต่อความมั่นคง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า บุกตรวจหจก.สินทรัพย์ทวีค้าไม้ของนายสหชัย และคุมตัวนายสหชัย ไปสอบสวนในคดีความมั่นคง เพื่อสอบสวนเกี่ยวกับการค้าน้ำมันเถื่อน รวมทั้งการเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้กับขบวนการก่อความไม่สงบ

ซึ่งก็พบหลักฐานแผ่นตรวจลงตราเข้าเมืองปลอมจำนวนมาก คาดว่าเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายไม้ พนักงานสอบสวนสั่งฟ้อง ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาจำคุก 1 ปี 9 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ส่วนศาลฎีกายกคำร้องจำเลย แต่เสี่ยโจ้กลับสามารถหลบหนีหายตัวไป ยังไม่เคยติดคุกตามคำพิพากษา

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ติดตามล่าตัวเสี่ยโจ้มาโดยตลอด พบว่าเป็นผู้กว้างขวาง มีประวัติเดินทางเข้า-ออกประเทศเพื่อนบ้านตลอด พบใช้หนังสือเดินทางของกัมพูชา หลบเลี่ยงการตรวจสอบของตม. ซึ่งจะต้องขยายผลต่อไป ซึ่งจากข้อมูลของเจ้าหน้าที่ เสี่ยโจ้ มีคดีติดตัวถึง 14 คดี ตั้งแต่ปี 2546-2561

ให้ความมั่นใจว่าต้องดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดแน่นอน!??

แฟ้มคดี

สอบเครียด

•อัยการไม่ฟ้อง-ต้องปล่อยตัว

แต่แล้วก็เกิดเรื่องปาฏิหาริย์ขึ้นจนได้ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวเสี่ยโจ้ ส่งอัยการจังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 6 พ.ย. แต่สุดท้ายก็ถูกปล่อยตัวไป แม้มีคดีติดตัวยาวเป็นหางว่าวก็ตาม!??

โดยพล.ต.ท.จิรภพชี้แจงว่า เมื่อตำรวจจับกุมเสี่ยโจ้ในความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน ก็ได้ตรวจสอบในระบบหมายจับค้างเก่า ไม่พบว่าเสี่ยโจ้มีหมายจับที่อื่น รวมทั้งไม่พบหมายจับคดีค้างเก่าในข้อหาปลอมแปลงเอกสาร ที่ศาลจังหวัดปัตตานีมีคำพิพากษาจำคุก 1 ปี 9 เดือน

แต่จากการสืบสวนก็เชื่อว่ายังมีหมายจับในคดีดังกล่าว ช่วงค่ำวันที่ 5 พ.ย. จึงทำหนังสือสอบถามไปยังศาลจังหวัดปัตตานีว่ามีหมายดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องของทางธุรการทำให้ศาลไม่เจอสำนวนหรือหมายจับ ตำรวจจึงนำตัวผู้ต้องหาส่งอัยการในคดีฟอกเงิน

ซึ่งอัยการสั่งไม่ฟ้อง และระบุว่าไม่มีอำนาจควบคุมตัว จนต้องปล่อย ‘เสี่ยโจ้’ ออกไปอย่างลอยนวล

ขณะที่นายประยุทธ เพชรคุณ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ชี้แจงว่า ตำรวจได้คุมตัว เสี่ยโจ้ ไปส่งอัยการสงขลา ตามหมายจับในคดีฟอกเงินและค้าน้ำมันเถื่อน จากนั้นอัยการจังหวัดสงขลามีคำสั่งไม่ฟ้อง เสนอให้อธิบดีอัยการภาค 9 พิจารณา ซึ่งก็เห็นด้วยกับคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา

ทั้งนี้ ก่อนจะปล่อยตัวเสี่ยโจ้ เพราะไม่มีอำนาจควบคุมตัว ได้ถามตำรวจที่คุมตัวเสี่ยโจ้ มาส่งแล้วว่า ผู้ต้องหามีคดีอื่นๆ อีกหรือไม่ เพื่ออายัดตัว หรือส่งตัวไปดำเนินคดี แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันกับอัยการจังหวัดสงขลาว่าผู้ต้องหาไม่มีคดีอื่นๆ จึงต้องปล่อยตัวไป

ซึ่งไม่ใช่ว่าคดีนี้จะสิ้นสุด เพราะต้องส่งความเห็นเสนอให้ผบ.ตร.พิจารณา ว่าเห็นด้วยกับคำสั่งไม่ฟ้องของอัยการหรือไม่ ถ้าเห็นด้วยคดีก็ยุติ แต่ถ้าไม่เห็นด้วยก็ส่งอัยการสูงสุดชี้ขาด

นอกจากนี้ยังระบุว่า คดีเสี่ยโจ้ที่อยู่ในความรับผิดชอบของอัยการจังหวัดปัตตานีอีก 5 สำนวน ทุกคดียุติหมดแล้ว!??

และคล้อยหลังจากการปล่อยตัว ‘เสี่ยโจ้’ ไปไม่กี่ชั่วโมง ช่วงเย็นวันที่ 6 พ.ย. ศาลจังหวัดปัตตานี ก็ส่งหมายจับในคดีที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว 1 ปี 9 เดือน ให้กับกองปราบฯ จนได้

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ไม่รอช้า บุกเข้าค้นบ้านเสี่ยโจ้ ในช่วงเช้าของวันอาทิตย์ที่ 7 พ.ย. แต่ไม่เจอตัว และเชื่อว่ามีโอกาสสูงที่จะหลบหนีไปต่างประเทศแล้ว

ไม่รู้จะได้เจอตัวกันอีกหรือไม่!??

แฟ้มคดี

ค้นโรงไม้ปี57

•ผบช.ภ.9รับตร.ซุกหมายจับ

ขณะที่ศาลจังหวัดปัตตานี ออกแถลงชี้แจงว่า ตามที่ปรากฏข่าวเผยแพร่ตามสื่อมวลชนต่างๆ กรณีนายสหชัย หรือโจ้ เจียรเสริมสิน ได้รับการปล่อยตัวไปหลังจากพนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง

สำนักงานศาลยุติธรรม ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ปรากฏว่า ศาลจังหวัดปัตตานีมีคำพิพากษา ในคดีหมายเลขแดงที่ 2777/2557 เมื่อวันที่ 9 ต.ค.2557 ให้ลงโทษจำคุกนายสหชัย หรือโจ้ มีกำหนด 1 ปี 9 เดือน ในความผิดเกี่ยวกับเอกสาร ความผิดเกี่ยวกับดวงตราฯ แต่นายสหชัย หรือโจ้ หลบหนีจากการควบคุมของเจ้าพนักงานไปในวันดังกล่าว

ศาลจังหวัดปัตตานีจึงได้ออกหมายจับ ที่ 223/2557 ลงวันที่ 9 ต.ค.2557 และส่งหมายจับฉบับดังกล่าวให้แก่ผบภ.ภ.จว.ปัตตานี และผกก.สภ.บ้านแหลม แล้ว ตามหนังสือศาลจังหวัดปัตตานี ที่ ศย.309.007/8711 และ ศย.309.007/8712 ลงวันที่ 9 ต.ค.2557 ตามลำดับ

ทั้งเมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน ศาลจังหวัดปัตตานี ก็ออกหมายจับ ที่ 68/2558 ลงวันที่ 26 พ.ค. 2558 เพื่อจับนายสหชัยหรือโจ้ มารับโทษตามคำพิพากษาด้วยแล้ว

และได้ส่งหมายจับฉบับใหม่นี้ให้ ผบก.ภ.จว.ปัตตานี และผกก.สภ.บ้านแหลม แล้วเช่นกัน ตามหนังสือศาลจังหวัดปัตตานี ที่ ศย.309.007/4128 และ ศย.309.007/4129 ลงวันที่ 26 พ.ค.2558 ตามลำดับ

ด้านพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. สั่งให้สอบสวนข้อเท็จจริง พร้อมระบุว่า บช.ภาค 9 รายงานว่า ศาลส่งหมายจับมาแล้วจริงตั้งแต่ 9 ต.ค. 57 เบื้องต้นจากการพูดคุยกันอาจมีเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในข่ายที่จะต้องถูกสอบสวนข้อเท็จจริงทางวินัย ซึ่งทางจเรตำรวจแห่งชาติจะพิจารณาประมวลเรื่องเสนอมาว่ามีใครบ้าง

ส่วนคดีของเสี่ยโจ้ เบื้องต้นมี 14 คดี สอบเสร็จแล้ว 11 คดี เหลือ 3 คดี คือ 1.เรื่องการสอบเพิ่มเติมกรณีค้าน้ำมันเถื่อนหมื่นกว่ารายการ 2.การฟอกเงิน ที่อัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง ซึ่งตร.จะมีความเห็นแย้งไป และ 3.คดีที่อยู่ในการสอบสวนของปปท.

ด้าน พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9 เผยว่าตรวจสอบแล้ว ศาลจังหวัดปัตตานี ส่งหมายจับมาจริง ตำรวจรับหมายจริง แต่ตำรวจไม่ได้นำมาจับกุมแต่นำไปเก็บไว้ เรื่องนี้ ผบ.ตร. สั่งการให้ภาค 9 ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบขึ้นอย่างเร่งด่วน เพื่อดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือ พร้อมกันนี้ได้สั่งกำชับให้จับกุมตัวเสี่ยโจ้มาดำเนินคดีให้ได้ ขณะนี้พอรู้ตัวแล้วว่าเสี่ยโจ้หลบหนีไปไหน รอการยืนยันอีกครั้งก่อนจับกุม

หากจับตัวไม่ได้ ก็เสื่อมเสียถึงองค์กรตำรวจอย่างแน่นอน!!

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน