สิทธิพงษ์ เจริญใจ
เรื่อง/ภาพ
“ผมรับงาน เพื่อตอบแทนบุญคุณผู้มีพระคุณ” คำรับสารภาพที่ออกจากปากของ นายวรวุฒิ หรือ วุฒิ มีพัฒน์ อายุ 31 ปี มือปืนที่ก่อเหตุยิง นายศุภชนิน คมขำหนัก อายุ 54 ปี เสี่ยรับเหมาคนดังบนเกาะสมุยเสียชีวิต
ย้อนไปเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 15 ธ.ค. ศูนย์วิทยุสื่อสาร สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี รับแจ้งเหตุฆ่ากันตาย ด้วยอาวุธปืน ภายในซอยเฉวง 14 ม.6 ต.บ่อผุด
พ.ต.ท.ศิรชัย เกิดศรี รองผกก.สส. พ.ต.ท.เด่นดวง ทองสีสุก รอง ผกก.ป. ร.ต.อ.รัฐกาญจน์ จันทร์รงค์ รองสารวัตรสอบสวน รีบนำกำลังตำรวจชุดสืบสวน สายตรวจหาดเฉวง รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที่ที่รับ รายงาน
ที่เกิดเหตุอยู่ริมถนนห่างจากปากซอยเฉวง 14 เข้าไปด้านในประมาณ 200 เมตร พบกลุ่มชาวบ้านออกมามุงดูและวิพากษ์วิจารณ์กับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ

บริเวณพงหญ้าพบศพ นายศุภชนิน คมขำหนัก อายุ 54 ปี ชาวจังหวัดพิษณุโลก สภาพศพถูกรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่งพีซีเอ็กซ์ สีแดง-ดำ หมายทะเบียน 1 กฌ 6358 สุราษฎร์ธานี ล้มทับอยู่
ตรวจสอบพบถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. เข้าบริเวณชายโครงด้านขวา ทะลุหลัง จำนวน 7 นัด บนถนนพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. ตกกระจายเกลื่อนบนพื้นถนน จำนวน 7 ปลอก และมีรอยไถลลื่นของรถจักรยานยนต์
ตำรวจสืบสวนทราบว่าผู้ตายเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ในอำเภอเกาะสมุย กำลังก่อสร้างบ้านพักตากอากาศให้กับลูกค้าชาวต่างชาติอยู่ 3 ไซต์งานบนเกาะสมุย

ต่อมา นายอาศิระ คมขำหนัก อายุ 24 ปี บุตรชายผู้ตาย มาที่เกิดเหตุพร้อมให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า 08.30 น. พ่อขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านไปไซต์งานก่อสร้างที่ซอยเขาพระ ม.1 ต.บ่อผุด ซอยซันเดย์ ม.1 ต.บ่อผุด และชายหาดแม่น้ำ ต.แม่น้ำ แต่มาถูกยิงเสียชีวิตดังกล่าว
“เท่าที่ทราบพ่อไม่เคยเล่าว่ามีเรื่องหรือบาดหมางกับใคร จึงไม่รู้ว่าสาเหตุที่พ่อถูกยิงมาจากสาเหตุอะไร” ลูกชายผู้ตายกล่าว
ตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้ที่เกิดเหตุ พบเบาะแสคนร้าย 2 คน ใช้รถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ สีบรอนซ์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ใส่เสื้อสีดำ สวมหมวกแก๊ปสีดำทั้ง 2 คน หลังก่อเหตุขับรถหลบหนีไปทางตลาดดาวซีฟู้ด ก่อนหายไปทาง สภ.บ่อผุด
ชุดสืบสวนและชุดป้องกันปราบปรามไล่กล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายหลบหนีจนไปพบว่ารถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุขี่เข้าไปในซอยพูลสวัสดิ์ ม.3 ต่อมาผู้ต้องสงสัยได้เปลี่ยนรถจักรยานยนต์อีกคันขี่ออกมา

จึงแกะรอยต่อไปจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้ง 2 คน สวนทราบชื่อว่านายวรชัย หรือ กาย แก้วสงวน อายุ 27 ปี เป็นคนขี่จักรยานยนต์ และนายวรวุฒิ หรือวุฒิ มีพัฒน์ อายุ 31 ปี มือปืน ขณะเข้าไปหลบซ่อนตัวในบ้านพักภายในซอยพูลสวัสดิ์
พร้อมยึดอาวุธปืนพกสั้น ยี่ห้อกล็อก 19 ขนาด 9 ม.ม. พร้อมกับเสื้อผ้าที่ 2 ผู้ต้องหาใช้สวมใส่ขณะก่อเหตุ ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายวรวุฒิ ไปค้นที่บ้านพักยังได้อาวุธปืนขนาด 11 ม.ม. อีก 1 กระบอก

ตํารวจนำตัวทั้งคู่ไปสอบปากคำที่ สภ.บ่อผุด ทั้งคู่รับสารภาพแต่ โดยดี นายวรวุฒิบอกว่าเป็นคนยิงเอง เพื่อตอบแทนบุญคุณผู้มีพระคุณ แต่ไม่ยอมปริปากว่าใครเป็นผู้มีพระคุณ และปมสังหารมาจากเรื่องอะไร
ต่อมา ร.ต.อ.รัฐกาญจน์ จันทร์รงค์ รองสารวัตรสอบสวน พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องควบคุมตัว 2 ผู้ต้องหา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ
โดยจุดแรก ที่ผู้ต้องหานัดเจอกันภายในซอยพูลสวัสดิ์ เพื่อนำรถจักรยานยนต์จำนวน 2 คันไว้สับเปลี่ยน พร้อมมีการเตรียมเสื้อผ้าไว้สวมใส่ พร้อมนำอาวุธปืน เพื่อไปเฝ้าสังเกตการณ์รอเหยื่อที่ออกมาจากบ้านพัก
จุดที่สอง ภายในซอยเฉวง 14 ที่เกิดเหตุ ที่นายศุภชนิน คมขำหนัก อายุ 54 ปี ผู้ตาย ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านพักมาถึงกลางซอย จากนั้นนายวรชัย ผู้ต้องหาที่เป็นคนขี่รถจักรยานยนต์ พานายวรวุฒิ มือปืนที่นั่งซ้อนท้าย ลงมือลั่นไกยิงนายศุภชนิน 7 นัด จนเสียชีวิตคาที่ก่อนหลบหนี