เร่งคลี่ปมไฮโซสาวดับ
ญาติไม่เชื่อลงมือฆ่าตัว
ตร.จ่อสรุป-เปิดหลักฐาน
ที่เกิดเหตุ-ห้องปิดตาย : แฟ้มคดี
เป็นเรื่องที่ถูกจับตาอย่างใกล้ชิด สำหรับเหตุการณ์เสียชีวิตของไฮโซสาว กัลยรัตน์ อัครเดชเดชาชัย หรือ ไฮโซแบงค์ เจ้าของธุรกิจความงามชื่อดัง เมื่อเกือบ 3 เดือนก่อน
ที่จู่ๆ เรื่องก็ถูกเปิดเผยออกมาว่าไม่ได้เสียชีวิตเพราะโรคมะเร็ง เหมือนข้อมูลที่ออกมาก่อนหน้านี้
แต่เป็นเหตุการณ์เสียชีวิตที่ผิดธรรมชาติ มีบาดแผลในร่างกายร้ายแรงถึง 2 แห่ง
ซึ่งครอบครัวของไฮโซสาวก็ยิ่งคาใจ เมื่อตำรวจสรุปคดีเป็นการฆ่าตัวตาย แต่ไม่ได้แจ้งความคืบหน้าใดๆกับครอบครัว
นำมาซึ่งการยื่นหนังสือสอบถามความคืบหน้าคดีต่อผกก.สน.ทองหล่อ
ขณะที่ฝ่ายตำรวจ เปิดเผยผลชันสูตรพลิกศพว่าเสียชีวิตจากการสำลักเลือดจากบาดแผลที่ลำคอ ขณะที่การแจ้งความคืบหน้าได้ติดต่อสามีโดยตลอด แต่ไม่ได้แจ้งให้ครอบครัวฝ่ายหญิงทราบ
ไม่เพียงแค่นั้นยังมีหลักฐานสำคัญ นั่นก็คือที่เกิดเหตุภายในห้องน้ำบ้านพักของไฮโซสาวที่ถูกล็อกจากด้านใน แถมเป็นประตูแบบโบราณที่ล็อกจากข้างนอกไม่ได้

ใบมรณบัตร
จึงเป็นเหตุให้สรุปว่าเป็นการฆ่าตัวตาย
ส่วนเรื่องผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการคงต้องรอดู รวมทั้งท่าทีของครอบครัวว่าจะยอมรับหรือไม่!!!
จี้สางคดีไฮโซดังดับปริศนา
เหตุการณ์นี้ปรากฏเป็นข่าวขึ้นมาเมื่อ วันที่ 23 พ.ย. โดย นายไตรรัตน์ ณ พัทลุง อายุ 80 ปี และ น.ส.กิรัติมา ณ พัทลุง อายุ 45 ปี พ่อและน้องสาวของ นางกัลยรัตน์ อัครเดชเดชาชัย หรือที่รู้จักในแวดวงสังคมว่า ไฮโซแบงค์ เจ้าของธุรกิจความงาม อิมเมจินี่ และเดซี่ ดีว่าคลินิก ที่เสียชีวิตในบ้านพักซอยสุขุมวิท 23 เมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา เข้ายื่นหนังสือต่อ พ.ต.อ.ดวงโชติ สุวรรณจรัส ผกก.สน.ทองหล่อ
เพื่อสอบถามถึงการสรุปสำนวนสาเหตุการเสียชีวิตของไฮโซแบงค์ ที่สรุปสาเหตุการเสียชีวิตว่าเป็นการฆ่าตัวตาย พร้อมนำใบมรณบัตรจากสำนักงานเขตวัฒนา ที่ระบุสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากการ ‘สำลักโลหิตจากบาดแผลถูกของมีคมบริเวณลำคอ’ มาแสดงด้วย

บรรยากาศงานศพ
โดยน.ส.กิรัติมาระบุว่า หลังจากที่พี่สาวเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจสรุปเบื้องต้นว่าเกิดจากการฆ่าตัวตาย ซึ่งครอบครัวไม่ปักใจ เชื่อว่าเป็นเช่นนั้น เพราะแม้พี่สาวจะป่วยด้วยโรคมะเร็งจริงตามที่สื่อนำเสนอก่อนหน้านี้ แต่เพื่อนๆ ที่ใกล้ชิด และคนที่รู้จัก พี่สาวดี ทราบดีว่าพี่สาวมีกำลังใจในการต่อสู้โรคร้ายมาโดยตลอด
พี่สาวเป็นผู้หญิงนักสู้ เข้มแข็ง มองโลกในแง่บวก ครอบครัวจึงเขียนจดหมายส่งถึงสน.ทองหล่อ เมื่อวันที่ 11 พ.ย. ร้องขอให้เร่งสอบสวนสาเหตุการตายของพี่แบงค์ และแจ้งให้ทางครอบครัวได้ทราบเพื่อขจัดข้อข้องใจ แต่ถึงตอนนี้ยังไม่มีใครติดต่อกลับมา
จนถึงขณะนี้ พี่แบงค์เสียชีวิตมาแล้วร่วม 80 วัน แต่ยังไม่ได้รับแจ้งการผลชันสูตรพลิกศพและสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงจึงต้องเดินทางมาทวงถาม
“พี่สาวเสียชีวิตในบ้านพัก ครอบครัว ตั้งปมสงสัยตั้งแต่แรก แม้ว่าการสรุปสาเหตุการเสียชีวิตเบื้องต้นของตำรวจระบุว่าเป็นการฆ่าตัวตาย แต่ลักษณะนิสัยของพี่สาวเป็นคนร่าเริง รักตัวเอง แม้จะเป็นมะเร็ง แต่พี่สาวรักษาด้วยวิธีการคีโมมา แล้ว 9 ครั้ง เหลืออีก 3 ครั้งจะสิ้นสุดกระบวนการรักษา”
นอกจากนี้ยังมีข้อสงสัยเรื่องเงื่อนเวลา และสาเหตุการเสียชีวิต โดยในใบมรณบัตร ระบุสาเหตุการตายเกิดจากสำลักโลหิตจากบาดแผลถูกของมีคมบริเวณลำคอ โดยไม่ได้ระบุว่าบาดแผลเกิดจากของมีคมชนิดไหน มีดคัตเตอร์ หรือมีดทำครัว เวลาการเสียชีวิตในใบมรณบัตร ระบุ 20.45 น. แต่ตำรวจเข้าตรวจที่เกิดเหตุตั้งแต่ 19.30 น. จึงยังสับสนว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรกันแน่
นำมาซึ่งการเข้าพบตร.เพื่อคลี่ข้อสงสัย

ไฮโซแบงค์
ครอบครัวเปิดประเด็นคาใจ
ด้านคดีครอบครัวไฮโซแบงค์ ระบุว่า ทราบว่าหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกสอบนายชวลิต อัครเดชเดชาชัย อายุ 28 ปี สามีของไฮโซแบงค์ และหุ้นส่วนทางธุรกิจ รวมทั้ง น.ส.มังคุด แม่บ้านชาวเมียนมา อายุ 20 ปี โดยที่เกิดเหตุพบมีดทำครัวและมีดคัตเตอร์อย่างละ 1 เล่ม ทั้งนี้บาดแผลผู้ตายพบที่ลำคอ 1 แผล และพบบาดแผลที่แขนซ้ายอีก 1 แผล
โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 3 ก.ย. 2564 โดยเพื่อนในวงการที่รู้จักกัน รวมทั้งดารานักแสดงทั้งหลาย ต่างพากันร่วมโพสต์แสดงความเสียใจ
ซึ่งเหตุการณ์ในช่วงนั้นทุกคนเชื่อว่าเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง ที่ไฮโซแบงค์กำลังต่อสู้อยู่ ทุกคนไม่ทราบเลยด้วยซ้ำว่าเป็นการตายผิดธรรมชาติ หรือการฆ่าตัวตายตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุ
ทั้งนี้ น.ส.กิรัติมา น้องสาวก็ยอมรับว่าครอบครัวไม่เคยบอกใคร เพื่อรอให้เรื่องคลี่คลาย แต่เมื่อเวลาผ่านมากว่า 80 วัน ยังไม่มีบทสรุปใดๆ จึงจำเป็นต้องนำเรื่องนี้ให้สาธารณชนรับรู้และรับทราบ
และยังระบุอีกว่าตั้งแต่วันเกิดเหตุ ทุกคนในครอบครัวยังไม่มีใครเห็นศพของไฮโซแบงค์ ทำให้ยังคาใจว่าฆ่าตัวตายจริงหรือไม่
ตั้งแต่เกิดเรื่องยังไม่ได้คุยกับสามีพี่สาว แต่ทราบว่าสามีพี่สาวเป็นคนโทร.ไปแจ้งเหตุ ซึ่งยังไม่รู้ว่าวันเกิดเหตุมีใครอยู่ในบ้านบ้าง
สำหรับเรื่องทรัพย์สินของพี่สาวจะไปยื่นศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก 1 ในผู้จัดการมรดกต้องเป็นครอบครัวด้วย ขอให้ศาลพิจารณาแบ่งทรัพย์สินเป็น 2 ส่วน คือสินส่วนตัวและสินสมรส
พร้อมระบุว่าจากการเข้าพบผกก.สน.ทองหล่อ เพื่อถามความ คืบหน้า ตำรวจชี้แจงสาเหตุการสรุปสำนวนการเสียชีวิตล่าช้าว่าเกิดจากผลการพิสูจน์หลักฐานประกอบต่างๆ ผลชันสูตรศพผลพิสูจน์ หลักฐานการเสียชีวิตอย่างละเอียด ยังไม่ส่งถึงพนักงานสอบสวน
จึงเป็นเหตุผลที่ยังไม่เรียกครอบครัว พ่อแม่ น้องสาว ผู้ตายสอบปากคำ พร้อมระบุว่า ถ้าได้ผลเป็นทางการแล้ว มีประเด็นสงสัยอะไรถึงจะเรียกมาสอบสวน ถ้าสอบสวนพ่อแม่ผู้ตายตอนนี้อาจไม่เกิดประโยชน์
ยังเป็นคดีที่รอบทสรุป
ชี้ฆ่าตัวเพราะเป็นห้องปิดตาย
สำหรับความเคลื่อนไหว ของฝั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ พล.ต.ต.วาที อัศวุตมางกุร ผู้บังคับการสถาบันฝึกอบรมและวิจัยการพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ในฐานะโฆษกสำนักงานพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สพฐ.ตร.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีพบศพนางกัลยรัตน์ โดยญาติๆ ไม่เชื่อว่าสาเหตุการเสียชีวิตมาจากการฆ่าตัวเองตาย ว่า คคีดังกล่าวเหตุเกิดเมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา
ผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์สถานที่เกิดเหตุภายในบ้านออกมาเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้ประสานงานให้พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ มารับแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ เพราะเป็นเรื่องที่อยู่ในสำนวนการสอบสวน
ทั้งนี้มีรายงานจากสถาบันนิติเวชวิทยา ร.พ.ตำรวจ แจ้งว่าหลังเกิดเหตุและนำศพนางกัลยรัตน์ มาผ่าพิสูจน์เบื้องต้น แพทย์ลงสาเหตุการเสียชีวิต ว่าสำลักโลหิตจากบาดแผลถูกของมีคมบริเวณลำคอ
ด้านพ.ต.อ.ดวงโชติกล่าวว่า ได้รับรายงานจากพนักงานสอบสวนว่าในส่วนของสำนวนคดีมีความคืบหน้าเพิ่มเติม หลังจากที่ได้รับผลการตรวจที่เกิดเหตุจากสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจมาในช่วงบ่ายวันที่ 23 พ.ย. ซึ่งในส่วนของผลการตรวจที่เกิดเหตุเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้
ขณะที่ในส่วนของการดำเนินคดีต่อจากนี้ยังต้องรอผลการตรวจวัตถุที่คาดว่าจะใช้ในการก่อเหตุที่เป็นมีดทำครัวและคัตเตอร์ ซึ่งขณะนี้ผลยังไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากบาดแผลตามร่างกายของศพมีร่องรอยถูกของมีคมบาดทั้งแขนและลำคอ จึงต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเป็นร่องรอยที่มาจากของมีคมชนิดใด
รวมถึงผลการชันสูตรพลิกศพ เกี่ยวกับร่องรอยบาดแผลว่ามีความสอดคล้องกับวัตถุพยานที่ดำเนินการเก็บมาจากจุดเกิดเหตุหรือไม่ ซึ่งเมื่อได้ผลการตรวจทั้งสองประเด็นเพิ่มเติมกลับมาก็จะมีการเรียกสอบพยานบุคคลเพิ่มเติมอีกครั้งเพื่อใช้ประกอบสำนวนคดี
หากครอบครัวของผู้ตายมีข้อสงสัยว่าจะไม่ใช่การฆ่าตัวตายในข้อเท็จจริงสามารถเข้าพบพนักงาน สอบสวนเพื่อแจ้งความสงสัยในประเด็นต่างๆ เพิ่มเติมได้
ส่วนที่ไม่ได้แจ้งความคืบหน้ากับครอบครัวผู้เสียชีวิต เนื่องจากเบื้องต้นตอนพบศพ เจ้าหน้าที่ทราบว่าผู้เสียชีวิตมีครอบครัว จึงแจ้งรายละเอียดไปทางสามีของผู้เสียชีวิต ไม่ได้แจ้งไปทางพ่อแม่และน้องสาว
ทั้งนี้มีรายงานจากเจ้าหน้าที่ว่าที่สรุปสาเหตุการตายมาจากการฆ่าตัวตายนั้น เนื่องจากประตูห้องน้ำที่ไฮโซแบงค์เสียชีวิตอยู่ภายใน อยู่ในลักษณะปิดล็อก ซึ่งสามารถล็อกได้จากด้านในเท่านั้น เพราะเป็นประตูขนาดใหญ่ ล็อกกลอนแบบโบราณ จึงเชื่อว่าไม่มีใครเข้าไปทำอันตรายได้
เป็นอีกหลักฐานที่ชี้ชัดว่าฆ่าตัวตาย ซึ่งต้องดูต่อไปว่าครอบครัวไฮโซสาวจะยอมรับผลสรุปชิ้นนี้หรือไม่!??