คอลัมน์ สดจากสนามข่าว
โดย…วสันต์ ทิพย์ประโภชน์ / นพรัตน์ คุ้มศรี – เรื่อง / ภาพ
ตามตร.ปทุมจับยกแก๊ง โจ๋ปล้น2ปั๊มในคืนเดียว เสพ4×100ก่อนลงมือ
วัยรุ่นเป็นช่วงแห่งการเรียนรู้ หาประสบ การณ์อยากลองสิ่งแปลกใหม่ ทำสิ่งที่ท้าทาย ทุกคนล้วนต้องการการยอมรับจากกลุ่มเพื่อนฝูง จนหลายครั้งกลายเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ยิ่งมีเรื่องของ ยาเสพติดมาเกี่ยวข้องด้วยก็ยิ่งไปกันใหญ่
เช่นเรื่องราวของแก๊งโจ๋แสบแก๊งนี้ ที่เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 2 ธ.ค. ที่ สภ.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชุมพล ชาญชนะโยธิน ผบก.จ.ปทุมธานี พ.ต.อ.มนัสเวท ทองอิ่ม ผกก.สภ.คูคต พ.ต.อ.อภิชาติ ทองแพ ผกก.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายไชยา หรือ เมฆ ทีลิ้นฟ้า อายุ 20 ปี ชาว ต.บุ่งคล้า อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์, นายณัฐวุฒิ หรือแบงก์ โคนหลัก อายุ 18 ปี ชาว ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี และเด็กชายอายุ 14 ปี 2 คน เป็น 4 คนร้ายที่ก่อเหตุปล้นทรัพย์ปั๊มน้ำมันบางจาก สาขาลำลูกกาคลองสอง ถนนลำลูกกา ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี และใช้อาวุธปืนยิงพนักงานบาดเจ็บสาหัส และชิงทรัพย์ที่ปั๊มน้ำมันเอสโซ่ ริมถนนรังสิต-นครนายก คลอง 1 พื้นที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์

ปั๊มบางจากที่เกิดเหตุ
พล.ต.ท.จิรพัฒน์เผยที่ไปที่มาของการจับกุมครั้งนี้ว่า เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.2564 เวลาประมาณ 01.10 น. ศูนย์วิทยุ สภ.คูคต ได้รับแจ้งเหตุจากสายด่วน 191 ว่า มีคนร้ายจำนวน 3 คนขับขี่รถจักรยานยนต์พร้อมใช้อาวุธปืนจำนวน 2 กระบอกเข้าไปปล้นพนักงานในปั๊มน้ำมันบางจาก สาขาคลอง 1 ถนนลำลูกกา ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี และใช้อาวุธปืนยิง น.ส.ธันยากานต์ จุลเสวก พนักงานปั๊มน้ำมัน กระสุนเข้าบริเวณใต้ราวนมขวาจำนวน 1 นัด เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บ ถูกนำตัวส่ง ร.พ.บีแคร์ โดยคนร้ายได้ทรัพย์สินเป็นโทรศัพท์มือถือจำนวน 2 เครื่อง และเงินสดจำนวน 3,550 บาท หลังก่อเหตุคนร้ายได้วิ่งขึ้นรถจักรยานยนต์แล้วหลบหนีไป
ต่อมาเวลาประมาณ 03.00 น. สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ รับแจ้งคนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธปืนที่ปั๊มน้ำมันเอสโซ่ ริมถนนรังสิต-นครนายก คลอง 1 พื้นที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ได้ทรัพย์สินเป็นเงินสดจำนวน 33,200 บาท ซึ่งจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและพฤติการณ์ก่อเหตุเชื่อว่าน่าจะเป็นคนร้ายชุดเดียวกัน

พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 สอบคนร้าย
ตํารวจชุดสืบสวนเร่งลงพื้นที่หาข่าวกลุ่มแก๊งวัยรุ่นในพื้นที่ จนทราบจากกลุ่มวัยรุ่นว่านายเมฆ ไม่ทราบชื่อ นามสกุลจริง ซึ่งเป็นคนร้ายที่ 1 กำลังจะเดินทางหลบหนีไปกับรถยนต์ขายกับข้าวพุ่มพวงของญาติไปจังหวัดชลบุรีโดยใช้รถกระบะนิสสัน ทะเบียน ผล 6686 กรุงเทพมหานคร มุ่งหน้าถนนขึ้นมอเตอร์เวย์บริเวณถนนลำลูกกา คลองสี่ จึงประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงพิเศษ เพื่อสกัดรถยนต์กระบะคันดังกล่าว จนกระทั่งสกัดจับนายเมฆได้บริเวณทางหลวงพิเศษ กิโลเมตรที่ 67 พร้อมตรวจพบอาวุธปืน ลำกล้อง 3 นิ้วแบบหักลำสีเงินขนาด .38 ที่ใช้ก่อเหตุจำนวน 1 กระบอกซุกซ่อนอยู่บริเวณใต้เบาะที่นั่งด้านหลังผู้โดยสารและตรวจพบโทรศัพท์มือถืออีกสองเครื่อง ซึ่งสอบถามผู้ต้องหารับว่าเป็นโทรศัพท์ของผู้เสียหายที่ได้ปล้นมา รวมทั้งเงินสดจำนวน 6,400 บาท เหรียญเงินจำนวน 149 บาท จึงควบคุมตัวมาสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.คูคต
ผบช.ภาค 1 กล่าวว่าอีก ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ขยายผลการจับกุมทราบว่าผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุอีกสองคนคือ นายณัฐวุฒิ หรือแบงก์ และ ด.ช. 2 คนพร้อมกับตรวจยึดอาวุธปืนปากกาขนาด .38 ที่ใช้ยิงผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ หมวกกันน็อกและเสื้อผ้าและรองเท้าที่ผู้ก่อเหตุสวมใส่ นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.คูคต เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ของกลางที่ยึดมา
จากการสอบสวนพบว่า ก่อนเกิดเหตุทั้งหมดมั่วสุมกันเสพน้ำต้มใบกระท่อมสูตร 4 คูณ 100 ที่บ้านหลังหนึ่ง จากนั้นนายไชยาชักชวนเพื่อน 2 คนออกไปก่อเหตุปล้นปั๊มน้ำมันบางจาก ก่อนกลับมาร่วมกัน นายไชยาใช้อาวุธปืนยิงลงพื้นเพื่อข่มขู่พนักงาน ส่วนเยาวชนอีกรายใช้อาวุธปืนปากกายิงใส่ถูกพนักงานหญิงบาดเจ็บก่อนหลบหนีกลับมาที่บ้าน ต่อมาเวลาประมาณ 03.00 น. หลังจากที่ ผู้ต้องหาได้ก่อเหตุในพื้นที่ สภ.คูคต ยังชักชวนด.ช.วัย 14 ออกมา ก่อเหตุชิงทรัพย์ปั๊มน้ำมันเอสโซ่ ริมถนนรังสิต-นครนายก คลอง 1 พื้นที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ โดยใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกัน ได้ทรัพย์สินเป็นเงินสดจำนวน 33,200 บาท แล้วหลบหนีไป
ต่อมาเจ้าหน้าที่จับกุมตัวเด็กชายที่ร่วมก่อเหตุได้พร้อมของกลาง และตรวจยึดรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ดำเนินคดีตามกฎหมาย ในข้อหาร่วมกันชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธปืนและหลบหนีโดยใช้พาหนะ
ขณะที่คดีที่สภ.คูคต ตำรวจแจ้งข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์ โดยใช้อาวุธปืน พยายามฆ่าและใช้พาหนะในการการหลบหนี โดยคดีนี้ยังมีผู้ต้องหาอีก 1 รายที่ยังหลบหนี สำหรับผู้ต้องหาทั้งหมดเท่าที่ตรวจสอบขณะนี้ยังไม่พบมีใครมีประวัติอาชญากรรม ผู้ต้องหาที่ 1 นั้น อายุ 20 ปี และอีกคนอายุ 18 ปี ส่วนที่เหลือเป็นเยาวชน ที่ก่อเหตุประสงค์ต่อทรัพย์ขณะก่อเหตุผู้ต้องหามีอาการมึนเมาเพราะไปมั่วสุมเสพน้ำกระท่อม และใช้ยากล่อมประสาทอมไว้ใต้ลิ้นในบ้านหลังหนึ่ง พอเมาได้ที่จึงพากันออกมาลงมือก่อเหตุ
แม้คดีนี้สามารถจับกุมได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็น่าตกใจที่คนร้ายยังเป็นเพียงแค่เด็กชาย แต่กลับห้าวเกินอายุ