คอลัมน์ สดจากสนามข่าว

โดย…อดิศร จิตตเสวี – เรื่อง/ภาพ

โครงการ‘อาสาตาจราจร’ ชวนส่งคลิปทำผิดกฎจร. ร่วมลุ้นเงิน1หมื่นทุกวัน

ปัจจุบันการขับขี่รถยนต์-รถจักรยานยนต์ ยังมีผู้ใช้รถใช้ถนนจำนวนหนึ่งขับด้วยความประมาท จนเกิดอุบัติเหตุ พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร.ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร (ศจร.ตร.) จึงมีแนวความคิดที่จะลดอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยจับมือมูลนิธิเมาไม่ขับ สวพ.91 และ จส.100 เกิดเป็นโครงการ “อาสาตาจราจร” ขึ้นมา

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ พร้อมด้วย พล.ต.ท.ปรีชา เจริญสหายานนท์ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น., พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบช.น. คุณคณาวัฒน์ วงศ์แก้ว ผู้แทนคณะทำงานเสริมสร้างจิตสำนึกในการใช้รถใช้ถนนจากคลิปวิดีโอ (VDO) ของวุฒิสภา, คุณหมอแท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ ผู้แทนสถานีวิทยุพิทักษ์สันติราษฎร์ สวพ.91 สถานีวิทยุ จส.100 ร่วมกันเผยความเป็นมาเป็นไปของโครงการ “อาสาตาจราจร” ว่า นายกรัฐมนตรี อยากเห็นการจัดระเบียบการจราจรที่ดีขึ้น เพื่อสร้างความปลอดภัยและ ลดอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์

วัตถุประสงค์ของโครงการอาสาตาจราจร อยากให้ประชาชนร่วมกันทำหน้าที่พลเมืองดีในการตรวจตราการกระทำผิดกฎหมายจราจร โดยเปิดช่องทางให้ประชาชนส่งคลิปกล้องหน้ารถหรือคลิปจากมือถือ ที่บันทึกเหตุการณ์การทำผิดกฎจราจรที่สำคัญ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อประชาชนโดยส่วนรวม โดยสามารถส่งคลิปมายัง 4 ช่องทาง ได้แก่ ศูนย์โซเชี่ยลมีเดีย ศปก.ตร., สวพ.91, จส.100 และเพจมูลนิธิเมาไม่ขับ หลังได้รับข้อมูลจะรวบรวมส่งต่อไปยังสถานีตำรวจพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย โดยมีรางวัลให้

เมื่อประชาชนก็มีมือถืออยู่แล้วสามารถถ่ายได้เลย เราอยากเห็นการบังคับใช้กฎหมายดีขึ้น ทางพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. จึงได้สั่งการให้ตน ในฐานะ ผอ.ศจร.ตร. กำหนดมาตรการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ขับขี่ฯ ที่ฝ่าฝืนกฎหมายและเป็นอันตรายต่อผู้อื่น โดยเน้นกวดขัน จับกุมผู้กระทำผิดใน 4 ข้อหาสำคัญ ได้แก่ ขับรถ ย้อนศร, ขับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร, ขับรถจักรยานยนต์บนทางเท้าและขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว

แต่หากพฤติการณ์การกระทำผิดตามข้อหาดังกล่าว มีลักษณะที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนนหรือประชาชนทั่วไป จะดำเนินคดีเพิ่มในข้อหา “ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น” ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับ 2,000-10,000 บาท และต้องยื่นฟ้องผู้กระทำผิดต่อศาล พร้อมทั้งมีคำร้องขอให้ศาลริบรถของกลาง

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์เปิดเผยต่อว่า สถิติตั้งแต่ต้นเดือนพ.ยที่ผ่านมา สามารถจับกุมดำเนินคดีกับผู้ขับรถย้อนศร 20,671 ราย, ขับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร 8,748 ราย, ขับรถจักรยานยนต์บนทางเท้า 2,870 ราย, ขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว 600 ราย รวม 32,889 ราย นอกจากนี้ยังมีการดำเนินคดีในข้อหาขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยอีก 54 ราย ซึ่งศาลพิพากษาลงโทษปรับจำนวน 41 คดี ส่วนโทษจำคุกให้รอการลงโทษ และสั่งริบรถจยย.ตกเป็นของแผ่นดินอีกหลาย

ตัวอย่างเช่น กรณี การจัดทริป ‘น้ำไม่อาบ’ ของ ภ.จว.เพชรบูณ์ ศาลพิพากษาลงโทษจำคุก 1 เดือน และปรับ 2,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 1 ปี และริบรถ จยย.คันที่ใช้ก่อเหตุด้วย

มีประชาชนส่งคลิปการกระทำผิดกฎจราจรมายัง ตร.รวมทั้งสิ้น 36 คลิป คลิปที่สำคัญ เช่น คลิปรถจักรยานยนต์ขับรถย้อนศรบนทางด่วนบูรพาวิถี ซึ่งจากคลิปดังกล่าว ตร. ได้สืบสวนไปยังผู้ครอบครองรถ จนสามารถติดตามผู้ขับขี่ในวันเกิดเหตุมาดำเนินคดีได้ โดยดำเนินคดี 6 ข้อหา ปรับจำนวน 5 ข้อหา ได้ดำเนินคดีกับผู้ขับขี่รายดังกล่าวจำนวน 6 ข้อหา ได้แก่ 1.ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต 2.ไม่ชำระภาษีประจำปี 3.ไม่จัดทำพ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ 4.ไม่สวมหมวกนิรภัย 5.ฝ่าฝืนป้ายเครื่องหมายจราจร และ 6.ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์เปิดเผยต่อว่า คณะทำงานเสริมสร้างจิตสำนึกในการใช้รถใช้ถนนจากคลิปวิดีโอ (VDO) ของวุฒิสภา ร่วมกันพิจารณาแล้วเห็นว่า เป็นคลิปตัวอย่างของการขับขี่ที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ และภาพจากคลิปเป็นพยานหลักฐานสำคัญให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตาม ผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้ มูลนิธิเมาไม่ขับจึงมอบเงินรางวัลให้กับเจ้าของคลิปทุกเดือน เดือนละ 10 รางวัล ตั้งแต่ 2 หมื่นถึง 2 พันบาท รวมเป็นเงิน 5 หมื่นบาท พร้อมเกียรติบัตรจาก ศจร.ตร. และคณะทำงานเสริมสร้างจิตสำนึกในการใช้รถใช้ถนน จากคลิปวิดีโอ (VDO) ของวุฒิสภา

“อยากเชิญชวนว่าในช่วงปีใหม่ 7 วันอันตราย ตั้งแต่ 29 ธ.ค.64- 4 ม.ค.65 จะเป็นช่วงชิงรางวัลพิเศษ โดยจะคัดเลือกแต่ละคลิป ชิงรางวัลเงินสด 10,000 บาท ต่อวันเลย เราอยากให้ส่งกันเข้ามา เราอยากขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่จะบังคับใช้กฎหมายตามมาตรการ ดังกล่าวอย่างจริงจัง เพื่อสร้างวินัยการขับขี่ของผู้ใช้รถ ป้องกันและ ลดอุบัติเหตุทางถนน ให้ประชาชนสามารถใช้รถใช้ถนนด้วยความปลอดภัยอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน” พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน