ศิริเกษ หมายสุข
เรื่อง/ภาพ
เป็นใครจะไม่ตกอกตก ใจจนปัสสาวะแทบราด
เมื่อจู่ๆ นายสาคร สาชีวะ วัย 44 ปี ที่เมื่อครึ่งปีก่อนชาวบ้านและญาติ เพิ่งทำพิธีศพ เผาผีจนกลายเป็นเถ้ากระดูกไปเรียบร้อยแล้ว เดินดุ่มๆ เข้ามาภายในหมู่บ้านเหล่าฝ้าย หมู่ 6 ต.เหล่ากวาง อ.โนนคูณ จ.ศรีสะเกษ ในช่วงค่ำวันที่ 17 ธ.ค.ที่ผ่านมา

ราวกับคนตายฟื้นขึ้นมาทวงวิญญาณ จนความแตกตื่นกระจายออกไปทั่วทั้งหมู่บ้านอย่างรวดเร็วราวไฟไหม้ฟาง
นายสาครต้องวิ่งไล่ตามจับตัวญาติสนิทมานั่งอธิบายอยู่นานกว่าจะรู้เรื่องว่า ยังเป็นคนที่มีชีวิตอยู่ไม่ใช่ผี ก็เล่นเอาเหนื่อยไปตามกัน
เมื่อเรื่องราวแพร่ออกไปชาวบ้านที่ทราบต่างมาแสดงความยินดีและปลอบขวัญนายสาครเป็นการใหญ่ พร้อมสอบเรื่องที่เจ้าตัวหายออกจากหมู่บ้าน ไม่ได้ติดต่อกลับมาเป็นเวลานาน
นายเจริญ เหล็กดี อายุ 55 ปี นักการภารโรง ร.ร.บ้านเหล่าฝ้าย ซึ่งเป็นพี่เขยของนายสาคร เล่าที่มาที่ไปเรื่องงานศพว่า เมื่อวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา ภรรยาซึ่งเป็นพี่สาวของนายสาครได้รับโทรศัพท์จากพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง บอกว่าให้ไปรับศพน้องชายที่คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมิน ทราธิราช กรุงเทพฯ

แม้นขณะนั้นดูหน้าตาศพจะรู้สึกทะแม่งๆ ทั้งยังผิดสังเกตตรงฟันศพยื่นออกมาผิดกับนายสาครฟันหลอด้านหน้า แต่เจ้าหน้าที่บอกว่า ศพตายหลายวันแล้ว เริ่มบวมขึ้นอืดให้รับออกไปได้ จึงรับศพนายสาครกลับมาบ้าน เมื่อวันที่ 22 พ.ค. ตั้งศพบำเพ็ญกุศล 3 วัน ฌาปนกิจที่วัดบ้านเหล่าฝ้าย โดยมีหนังสือรับรองการเสียชีวิตจากคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล และใบมรณบัตรจากสำนักงานเขตพระนคร เป็นหลักฐานการเสียชีวิต
นายวีระศักดิ์ แม่นทอง ผู้ใหญ่บ้านบ้านเหล่าฝ้าย พานายสาครเข้าพบนายพรชัย วงศ์งาม นายอำเภอโนนคูณ เพื่อขอความช่วยเหลือ โดยมีญาติรวมถึงชาวบ้านเป็นพยานยืนยันว่าเป็นนายสาครตัวจริงเสียงจริง
นายสาครเล่าให้นายอำเภอฟังว่า ทำงานในเรือตังเกที่ จ.นครศรีธรรมราช ระหว่างนั้นมีเพื่อนคนงานเป็นชายชาวพม่าแย่งบัตรประชาชน แล้วหนีขึ้นจากเรือไป จึงไปแจ้งความบัตรหายและ ขอทำบัตรใหม่ที่ อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช หลังจากนั้นทำงานอยู่บนเรืออีก 1 ปี 2 เดือน
เมื่อกลับมาบ้านพบว่า ญาติเผาศพชายไม่ทราบชื่อ เข้าใจว่าเป็นศพของตน จึงมาร้องทุกข์ขอชีวิตคืนตามกฎหมายให้ด้วย

นายพรชัย จึงมอบหมายให้ปลัดอาวุโสและปลัดฝ่ายทะเบียน สอบสวนพยานแวดล้อม ญาติ พี่น้อง พ่อแม่ ไว้เป็นหลักฐาน พร้อมรายงานไปยังสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เพื่อให้ คืนสิทธิ์ และจะแจ้งไปยังสำนักงานเขตพระนครให้ยกเลิกใบมรณบัตร
ขณะที่ พ.ต.อ.กัมปนาท อรุณคีรีโรจน์ ผกก.สน.นางเลิ้ง เปิดเผยว่า หลังทราบเรื่องดังกล่าว พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1 สั่งการตั้งคณะกรรมการเร่งรัดตรวจสอบกรณีที่เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อยืนยันตัวบุคคลว่าผู้ตายเป็นใคร

จากการสอบปากคำพยานไปแล้ว 2 ราย คือเพื่อนร่วมงานยืนยันว่า เป็นนายสาคร เป็นคนทางภาคอีสานและพูดภาษาไทยชัดเจน ยังไม่มีการยืนยันว่า เป็นบุคคลต่างด้าวแต่อย่างใด แต่กรณีดังกล่าวหากมีการนำเอกสารยืนยันตัวบุคคลอื่นไปใช้ก็ถือว่า มีความผิด
ส่วนที่ว่าเป็นกลุ่มขบวนการปลอมบัตรประชาชนหรือมาสวมสิทธิ์โดยบังเอิญนั้น กรณีดังกล่าวต้องรอผลสรุปข้อเท็จจริงจึงจะทราบได้
ด้าน นพ.สุรวุฒิ ลีฬหะกร รองคณบดีฝ่ายบริหาร และผอ.ร.พ.วชิระ ตรวจสอบข้อมูลการจ่ายศพนายสาคร ไม่พบว่าเป็นความผิดพลาดของ เจ้าหน้าที่ โดยเมื่อวันที่ 20 พ.ค. เจ้าหน้าที่ นิติเวชรับแจ้งจากตำรวจให้เข้าไปช่วยชันสูตรศพชายเสียชีวิตในบ้านเช่า ซอยปริณายก 6 เขตพระนคร

เนื่องจากเสียชีวิตในบ้านพัก ตำรวจจึงแจ้งญาติตามหลักฐานทะเบียนราษฎร ทั้งนี้ผู้ตายเสียชีวิตในบ้านพักมาแล้วหลายวัน ถึงมีการแจ้งตำรวจและเจ้าหน้าที่นิติเวชให้ชันสูตรศพ ย่อมเป็นธรรมดาที่สภาพศพ อาจบวม อีกทั้งการมารับศพเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีข้อโต้แย้งจากใครจึงไม่ได้พิสูจน์ศพเพิ่มเติม
เนื่องจากมีหลักฐานยืนยันมาจากตำรวจแล้ว และมีพยานบุคคลเป็นเพื่อนบ้าน จึงไม่ได้ติดใจตรวจสอบซ้ำ เหมือนกรณีศพลอยน้ำ หรือไม่มีหลักฐานบัตรประชาชน
แม้นจะได้ชีวิตกลับคืนมาแต่นายสาคร ต้องตกใจเมื่อประกันสังคมเตรียมเรียก เงิน 90,000 บาทที่จ่ายให้มารดาคืน ขณะที่แม่หนุ่มใหญ่เผยพร้อมที่จะคืนเงินให้ แต่ว่าได้ใช้จัดงานศพที่เข้าใจว่าเป็นลูกชายไปหมดแล้ว แถมยังติดหนี้อยู่อีกกว่า 40,000 บาท เลยต้องขอเจรจาผ่อนชำระคืนให้แทน