คอลัมน์ สดจากสนามข่าว

ย้อนเหตุปั่นป่วนพระราม2 หนุ่มเมายา-ปืนชิงรถ18ล้อ ตร.ล่าจากมหาชัยยันกทม.

เช้ามืดวันที่ 18 ม.ค. ที่ผ่านมา ถนนพระรามที่ 2 กลายเป็นฉากไล่ล่าสุดระทึก
เมื่อตำรวจนครบาลได้รับการประสานจากตำรวจทางหลวง จ.สมุทรสาคร ให้ช่วยสกัดจับรถอีซูซุพ่วง 18 ล้อ บรรทุกน้ำเค็ม ที่กำลังมุ่งหน้าเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ
โดยตำรวจในพื้นที่เริ่มตั้งด่านสกัดตั้งแต่ช่วง ก.ม.ที่ 53 แต่รถคันดังกล่าวกลับตะบึงฝ่าด่านมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองกรุงชั้นใน โดยมีรถตำรวจทางหลวงไล่กวดตามมาติดๆ ตำรวจ นครบาลจึงขับรถไล่ล่ารถคนร้าย

พ่วงท้ายที่โดนสลัดหลุดช่วงแยกบางปะแก้ว

เมื่อมาถึงแยกบางปะแก้ว คนร้ายหักเลี้ยวขวามุ่งหน้าพระประแดง ส่วนพ่วงท้ายเกิดขาดขวางถนน
แต่คนร้ายยังขับรถมุ่งหน้าต่อไป โดยกลับรถขึ้นสะพานข้ามแยกบางปะแก้ว มุ่งหน้าวงเวียนใหญ่ในลักษณะขับวิ่งย้อนศร หวิดเกือบเกิดอุบัติเหตุกับรถหลายคันอื่นที่สวนทางมา เบื้องต้นพบมีรถยนต์ถูกชนเสียหาย 1 คัน และรถพ่วง 18 ล้อเสียหายอีก 1 คัน

ก่อนที่คนร้ายจะขับรถไปพุ่งชนแนวรั้วใต้สะพานข้ามแยกตากสิน รวมระยะทางกว่า 54 กิโลเมตร
เจ้าหน้าที่จึงเข้าชาร์จควบคุมตัวไว้ได้ โดยคนร้ายมีอาการคลุ้มคลั่งพูดจาไม่รู้เรื่อง จากการตรวจค้นไม่พบเอกสารระบุตัวตนแต่ อย่างใด
เบื้องต้นคนร้ายมีอาการคลุ้มคลั่งให้การว่าเสพยาบ้ามา 5 เม็ด และดื่มสุรามาก่อนหน้านี้ ทั้งยังอ้างว่าใช้อาวุธปืนยิงคนตายมาแล้ว
ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุทิ้งแม่น้ำท่าจีนระหว่างขับรถบรรทุกหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร เจ้าของท้องที่เกิดเหตุ ดำเนินคดี

นาทีจนมุม

ด้านนายสุชาติ สงวนสัตย์ อายุ 55 ปี โชเฟอร์รถบรรทุกคันที่เกิดเหตุเข้าให้การพนักงานสอบสวน สภ.บ้านแพ้ว ว่า ขับรถบรรทุกพ่วงไปรับน้ำเค็มในพื้นที่ ต.นาโคก เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุบริเวณถนนสายสมุทร สาคร-โคกขาม ช่วงวัดยกกระบัตร ต.ยกกระบัตร อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร เจอคนร้ายยืนอยู่กลางถนน รถบรรทุกห้องเย็นที่ขับอยู่ ข้างหน้าขับเบี่ยงซ้ายเบี่ยงขวาหลบจนพ้น
นายสุชาติต้องชะลอความเร็วลงพยายามเบี่ยงเช่นกัน แต่คนร้ายกระโดดเกาะบันไดแล้วปีนขึ้นมาได้พยายามที่จะใช้เท้าถีบกระจกเพื่อเข้ามาในหัวเก๋งแต่ไม่สำเร็จจึงนั่งอยู่บนหลังคา

นายสุชาติพยายามขับแบบหวาดเสียว ชนต้นไม้เล็กข้างทางบ้างอะไรบ้างแต่คนร้ายยังอยู่ที่เดิม จึงคิดถึงด่านตำรวจทางหลวงแล้วขับมาหาตำรวจ
ปรากฏว่าขณะที่วิ่งลงไปหาตำรวจ คนร้ายก็ฉวยจังหวะขับรถหลบหนีไป ตำรวจทางหลวงก็ขับรถตามโดยนายสุชาติกระโดดขึ้นรถติดไปด้วย และพยายามสกัดจับทุกวิถีทาง แต่ไม่เป็นผลกระทั่งคนร้ายมาจนมุมบริเวณดังกล่าว
“ผมยืนยันว่าคนร้ายมีอาวุธปืนจริง มีลักษณะเป็นกระบอกสั้นๆ คาดว่าอาจจะเป็นอาวุธปืนไทยประดิษฐ์” นายสุชาติเล่าถึงนาทีระทึก

ด.ต.ญาณกฤช อิศรเมธางกูร

ขณะที่ ด.ต.ญาณกฤช อิศรเมธางกูร ประจำหน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวง ต.นาโคก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ตำรวจทางหลวงที่ขับรถไล่ล่าตลอดทาง เผยว่า ขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ภายหน่วยบริการ พร้อมกับนายตำรวจคนอื่นๆ นั้น นายสุชาติคนขับรถพ่วงบรรทุกน้ำเค็มมาจอดที่ฝั่งตรงข้ามกับหน่วยตำรวจทางหลวง แล้วก็รีบวิ่งลงมาขอความช่วยเหลือ แต่จังหวะนั้นคนร้ายได้ปีนเข้าไปในที่นั่งคนขับแล้วก็ขับออกไป

ตอนแรกคนร้ายทำทีเหมือนขับลงใต้ แต่วกกลับมุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพฯ โดยตลอดระยะทางที่คนร้ายหลบหนีนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงพร้อมด้วยผู้เสียหายก็ได้ขับรถตามตลอด อีกทั้งยังวิทยุขอความช่วยเหลือ ให้ตำรวจในพื้นที่สกัดจับด้วยแต่ไม่เป็นผล
คนร้ายพยายามขับรถฉวัดเฉวียนปัดป่ายไปมาจนเฉี่ยวชนกับรถบนถนน และยังพยายาม ทำทุกวิถีทาง เพื่อสลัดลูกพ่วงให้หลุดออก ให้สะดวกต่อการหลบหนี กระทั่งจนมุมในบริเวณใต้สะพานข้ามแยกตากสิน

ถนนสายสมุทรสาคร-โคกขาม-จุดกระโดดเกาะรถบรรทุก

หลังเหตุการณ์ระทึกผ่านไปเกือบ 2 วันเต็มๆ ค่ำวันที่ 19 ม.ค. ตำรวจบ้านแพ้วยังไม่สามารถสอบปากคำผู้ต้องหาได้ เนื่องจากยังอยู่ในอาการมึนเมา พูดจาวกไปวนมา กลับคำไปมา เบื้องต้นทราบชื่อ นายพรศักดิ์ จงเพียร อายุ 32 ปี ที่อยู่ตามบัตรประชาชนเลขที่ 38/2 ม.5 ต.เหล่าน้อย อ.สุวรรณภูมิ จ.ศรีสะเกษ
อ้างว่ากินเหล้าและเสพยาบ้าไป 5 เม็ด แต่ไม่ได้ฆ่าใครจริงๆ ที่เหลือยังให้การไม่รู้เรื่อง บางครั้งนั่งเหม่อลอย บางครั้งนั่งหัวเราะ

ทำให้ตำรวจยังทำอะไรไม่ได้นอกจากส่งตัวให้แพทย์รักษาต้องรอให้อาการต่างๆ ทุเลาเบาบางลงจึงจะสามารถนำตัวมาสอบปากคำ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงเป็นหลักฐาน ในการดำเนินคดีในข้อหากระทำความผิดฐานชิงทรัพย์ต่อไป
ไม่รู้ว่าหลังอาการดีขึ้นจนให้การรู้เรื่อง จากพยานหลักฐานทั้งหมด ศาลจะตัดสินโทษนายพรศักดิ์กับความวุ่นวายที่ก่อขึ้นไว้ ขนาดไหน
แต่ที่แน่ๆ คงหมดโอกาสจะก่อเรื่องไป อีกพักใหญ่ เพราะต้องเข้าไปอยู่หลังแดนตะราง

ณัฎฐนันท์ ศิรสันติวรกุล
พุฒิสรรค์ แก้วบัวดี
เรื่อง/ภาพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน