เรืองรุจ วังแจ่ม
เรื่อง/ภาพ
สนิมเหล็กเกิดแต่เนื้อในตน ฉันใดก็ฉันนั้น พุทธศาสนาจะเสื่อมถอยหรือดำรงอยู่อย่างสง่างาม ย่อมมาจากวัตรปฏิบัติของพระสงฆ์ สาวกผู้สืบทอดคำสอนของพระพุทธองค์เป็นสำคัญ เช่น กรณีของพระอาทิตย์ เกิดสุวรรณ์ “หลวงพี่แรมโบ้” ที่ถูกตำรวจสภ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ จับกุม หลังพกปืนหราที่เอว ซ้ำยังเสพยาจนฉี่ม่วง เป็นอีกหนึ่งตัวอย่าง
ย้อนไปเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 22 ธ.ค. ขณะที่ พ.ต.ท.สุวิทย์ ภูมิประโคน สว.สส.สภ.เฉลิมพระเกียรติ นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ปฏิบัติหน้าที่ตั้งด่านตรวจบริเวณสามแยกตู้ยามตะโก ถนนโชคชัย-เดชอุดม ต.อีสานเขต อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์
เจ้าหน้าที่เรียกตรวจรถที่ขับผ่านไปมาในเส้นทางตามปกติ เพื่อดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ตามนโยบายที่ได้รับมอบหมายมาจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเนื่องด้วยใกล้จะถึงเทศกาลขึ้นปีใหม่

ขณะนั้นมีรถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ 4 ประตู สีทอง ทะเบียน กธ 2106 จันทบุรี ขับมาจากอ.นางรอง มุ่งหน้าไปทางอ.ประโคนชัย ขับผ่านเข้ามาที่ด่าน ตำรวจจึงส่งสัญญาณให้คนขับรถจอดเพื่อขออนุญาตตรวจสอบตามปกติ ภายในรถพบนายนัทธบดินทร์ เธียรปัญญายิ่ง เป็นคนขับและมีพระภิกษุรูปหนึ่งนั่งมาด้วย ทราบชื่อภายหลังคือพระอาทิตย์ เกิดสุวรรณ์ อายุ 41 ปี อยู่เลขที่ 414 ตรอกวัดกันตะยาราม ต.ตลาดพลู เขตธนบุรี กรุงเทพฯ
ด้วยเห็นว่าเป็นพระสงฆ์ ตำรวจจึงให้ความเคารพเกรงใจ แต่ปรากฏว่าลักษณะท่าทางของพระอาทิตย์กลับดูมีพิรุธ โดยพูดจาวกวน สับสนกระวนกระวาย ลักษณะคล้ายคนเมาสารเสพติด จึงเชิญตัวทั้งนายนัทธบดินทร์และนิมนต์พระอาทิตย์ลงจากรถ เพื่อสอบถามที่บริเวณหน้าจุดตรวจ

ระหว่างกำลังสอบถามอยู่นั้นพระอาทิตย์กลับสร้างความตกใจให้กับตำรวจ ด้วยการหยิบอาวุธปืนพกสั้นที่เหน็บไว้ที่เอวออกมาโชว์ให้ตำรวจดู เท่านั้นยังไม่พอ เจ้าตัวยังล้วงเอาอาวุธปืนอีกกระบอกหนึ่งที่ซุกอยู่ภายในย่ามออกมาถือโชว์ตำรวจด้วย
พ.ต.ท.สุวิทย์ จึงขอยึดอาวุธปืนทั้งสองกระบอกเอาไว้ พบว่าทั้งสองกระบอกมีกระสุนอยู่เต็มทั้งคู่ รวม 11 นัด จึงได้สอบถามหาเอกสารกำกับอาวุธปืนทั้ง 2 กระบอก แต่พระอาทิตย์กลับไม่สามารถให้ข้อมูลได้ จึงเชิญตัวมาสอบสวนที่โรงพักเฉลิมพระเกียรติ เพื่อสอบสวนดำเนินคดี
พ.ต.อ.สมชัย โสภณปัญญาภรณ์ ผกก.สภ.เฉลิมพระเกียรติ ร่วมสอบถามที่มาที่ไปของพระอาทิตย์ แต่ถามอย่างไรก็ไม่ได้ความ ด้วยเจ้าตัวก็ยังพูดให้การวกไปวนมา สุดท้ายจึงขอตรวจปัสสาวะ
ปรากฏว่าผลตรวจเบื้องต้นเป็นบวก ก็เลยรีบส่งตัวไปตรวจที่โรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งผลได้รับการยืนยันเช่นเดียวกันว่าพบสารเสพติดประเภทเมทแอมเฟตามีนซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของยาบ้าอยู่ในปัสสาวะ

พระอาทิตย์ยอมรับสารภาพว่าอาวุธปืนและเครื่องกระสุนทั้ง 11 นัดทั้งหมดเป็นของตน ซื้อเอาไว้ป้องกันตัวแต่ไม่มีใบอนุญาต ตำรวจจึงตั้งข้อหา”มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน, พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)โดยผิดกฎหมาย”
แต่เมื่อชุดจับกุมจะควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน พระอาทิตย์กลับไม่ยอมให้ความร่วมมือ ไม่ยอมเซ็นชื่อในบันทึกการจับกุม และยังไม่ยอมสึกอีกด้วย ถึงแม้จะนิมนต์พระผู้ใหญ่หลายรูปมาเจรจาแล้วก็ตาม เจ้าตัวก็ยังดื้อเพ่ง เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่อยากทำอะไรรุนแรงจึงควบคุมตัวไว้รอส่งฝากขังในช่วงเช้า
หลังปล่อยให้สงบสติอารมณ์จนเช้า พ.ต.อ.สมชัยสอบสวนครั้งล่าสุดก่อนเผยว่า พระอาทิตย์ให้การอ้างว่าเดินทางมาจากจ.จันทบุรีเพื่อจะไป อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ซึ่งจากการตรวจค้นไม่พบหนังสือสุทธิประจำตัว ก็จะต้องตรวจสอบกันต่อไปว่าเป็นพระจริงหรือไม่

ภายหลังสอบสวนตำรวจสภ.เฉลิมพระเกียรติ นำตัวพระอาทิตย์ที่ยังห่มผ้าเหลืองอยู่ ไปขออำนาจศาลจังหวัดนางรอง ซึ่งศาลพิจารณารับตัวเพื่อไปฝากขังต่อที่เรือนจำนางรองแล้ว ทั้งนี้หลังจากศาลมีความเห็นรับฝากขังแล้ว เจ้าหน้าที่เรือนจำได้ให้พระอาทิตย์เปลี่ยนชุดจากผ้าเหลือง เพื่อให้ใส่ชุดนักโทษตามระเบียบของเรือนจำ ซึ่งหมายถึงเป็นการสึกโดยปริยายด้วย

แต่หากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ใช่พระจริง เจ้าตัวอาจถูกดำเนินคดีฐานแต่งการเลียนแบบพระสงฆ์พ่วงไปอีกคดี
กำจัดเหลือบไรที่เกาะกินอยู่ออกไปเสียบ้าง ศาสนาจะได้กลับมาผุดผ่องอีกครั้ง