คอลัมน์ สดจากสนามข่าว
โดย – วสุกิจจ์ เหล่าอินทร์ – เรื่อง/ภาพ
ย้อนนาทีสยบไอ้คลั่งยา ยิงเมียเจ็บตามฆ่าพ่อตา ดวลสนั่นร.ต.อ.พลีชีพ
เช้าวันที่ 20 ม.ค. พล.ต.ต.พยูห์ ธนะศรีสืบวงศ์ รอง ผบช.ภ.6 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ระพีพงษ์ สุขไพบูลย์ ผบก.ภ.จว.นครสวรรค์ พ.ต.อ.ธีระยุทธ สุทธิพนไพศาล ผกก.สภ.หนองปลิงและเหล่าข้าราชการตำรวจ เดินทางมาที่โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ อ.เมือง จ.นครสวรรค์
เพื่อรับศพ ร.ต.อ.ชัยปติณญา แสงปาน รอง สว.สส.สภ.หนองปลิง อายุ 37 ปี เพื่อเคลื่อนย้ายนำไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดนครสวรรค์ พระอารามหลวง นับเป็นความสูญเสียอย่างใหญ่อีกครั้งของวงการสีกากี

ตรวจที่เกิดเหตุ
เรื่องราวความสูญเสียครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 ม.ค. ตำรวจสภ.หนองปลิง จ.นครสวรรค์ รับแจ้งเหตุชายคลุ้มคลั่งใช้อาวุธปืนยิงคนตาย ที่ร้านขายของชำ เลขที่ 20/1 ม.3 ต.กลางแดด อ.เมือง จ.นครสวรรค์
เมื่อไปตรวจสอบพบศพนายบุญเลิศ โพธิ์ อายุ 72 ปี เจ้าของร้านขายของชำ ถูกอาวุธปืนลูกซองยิงเข้าที่ลำตัวจนถึงแก่ความตายคาร้าน โดยทราบว่าผู้ก่อเหตุชื่อ นายมานพ อินทร์จันทร์ อายุ 41 ปี ซึ่งเป็นลูกเขยของผู้ตายนั่นเอง นอกจากนี้เหตุการณ์นี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีกรายเป็นภรรยาของนายมานพ แต่อาการไม่สาหัสมาก เนื่องจากภรรยาไหวตัวปัดอาวุธปืนได้ทัน จึงทำให้คมกระสุนปืนไม่เข้าจุดสำคัญ และได้ถูกนำตัวไปส่งรักษาโรงพยาบาลแล้วก่อนหน้านี้ ส่วนนายมานพ หลังเกิดเหตุก็ขี่จยย.หลบหนีไปทางถนนเลี่ยงเมืองในพื้นที่ หมู่ 3 ต.กลางแดด อ.เมือง จ.นครสวรรค์

อาวุธคนร้าย
เหตุการณ์อุกอาจที่เกิดขึ้นครั้งนี้ สาเหตุมาจากนายมานพเสพยาบ้าอย่างหนักจนเกิดอาการหลอน ใช้อาวุธปืนพยายามจะฆ่าภรรยา ตัวเอง แต่ภรรยาสามารถปัดป้องและหลบหนีมาได้ จึงทำให้นายมานพคลุ้มคลั่งหนัก ขี่รถจักรยานยนต์มาที่ร้านขายของชำของนายบุญเลิศ ซึ่งมีพยานแวดล้อม ระบุว่า นายมานพได้มาถามหาใครคนหนึ่งกับนายบุญเลิศ แต่พอนายบุญเลิศบอกว่าไม่เจอ
จึงทำให้นายมานพชักปืนที่พกติดตัวมายิงนายบุญเลิศจนสิ้นใจตายทันที และหลังจากนั้น ก็คลุ้มคลั่งอาละวาด ขี่รถจักรยานยนต์ไล่ยิงปืนขึ้นฟ้าไปตลอดทาง โดยมีพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์ ขับรถไล่ติดตาม และรีบโทร.แจ้งให้ตำรวจมาสกัดจับ แล้วปรากฏว่า ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงโดนเข้าที่รถได้รับความเสียหายไปด้วย
ทันทีที่รับแจ้ง ร.ต.อ.ชัยปติณญา แสงปาน รอง สว.สส.สภ. หนองปลิง ที่กำลังนั่งกินข้าวกลางวันอยู่กับทีมชุดสืบสวน ก็ไม่รอช้า รีบทิ้งจานข้าว แล้วนำกำลังเจ้าหน้าที่ในสังกัดไปปฏิบัติงานทันที
แต่ด้วยอารามรีบเร่งด้วยเกรงว่าหากช้านานไปอาจมีประชาชนผู้บริสุทธิ์ต้องบาดเจ็บล้มตายจากคมกระสุนของชายคลั่งดังกล่าว ทำให้ไม่มีใครทันได้สวมใส่เสื้อเกราะกันกระสุนไป

“นาทีนั้น เราพบคนร้ายบริเวณทางลอดใต้สะพานสายเลี่ยงเมือง จึงเฝ้าล้อมคนร้ายเอาไว้ เพื่อรอจังหวะในการเข้าจับกุม ซึ่งต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก เนื่องจากคนร้ายมีปืนลูกซองยาว และกำลังมีอาการคลุ้มคลั่งอย่างหนัก จนกระทั่งมีโอกาส ที่คนร้าย หันหลังให้ ผู้กองเอก (ร.ต.อ.ชัยปติณญา) รีบวิ่งปรี่เข้าไปเพื่อชาร์จจับคนร้ายทันที แต่กลายเป็นว่า คนร้ายหันกลับมาเห็นเสียก่อน จึงใช้ปืนลูกซองยาวยิงเข้าใส่อย่างจัง โดนเข้าที่ลำตัวในระยะกระชั้นชิดจนกระเด็นล้มทั้งยืน ก่อนจะเกิดดวลปืนกันขึ้น สุดท้ายคนร้ายถูกยิงที่ขาจนบาดเจ็บและถูกจับได้” ข้อมูลจากปากของตำรวจชุดสืบสวนในทีมของผู้กองเอก
หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพกู้ภัยรีบนำตัวผู้บาดเจ็บทั้งคู่ไปส่งโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ ส่วนในที่เกิดเหตุ พบอาวุธปืนลูกซองเบอร์ 12 ของคนร้ายตกอยู่ 1 กระบอก และรถจักรยานยนต์ที่ใช้หลบหนี 1 คัน จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน และนอกจากนี้ ในที่เกิดเหตุ ยังพบรถตู้ยี่ห้อโตโยต้า สีดำ ของพลเมืองดีที่ขับรถไล่ตามคนร้าย ได้รับความเสียหายจากการถูกยิงอีก 1 คันด้วย
ขณะที่ผู้กองเอก นอกจากคมกระสุนจะพุ่งเข้าจุดสำคัญแล้ว ความแรงของอาวุธปืนยังทำให้อวัยวะภายในร่างกายได้รับความบอบช้ำเป็นอย่างมาก ทำให้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

นำศพบำเพ็ญกุศล
พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยว่าพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้กำชับผู้บังคับบัญชาดูแลสวัสดิการต่างๆ แก่ครอบครัวของนายตำรวจผู้เสียสละอย่างดีที่สุดและรวดเร็ว
โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์เบื้องต้น ดังนี้ เลื่อนยศจาก ร.ต.อ. เป็น พล.ต.ต. บรรจุทายาทเข้ารับราชการตำรวจ เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เงินกองทุนสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เงินบำเหน็จตกทอด และเงินสิทธิประโยชน์อื่นๆ เบื้องต้นรวมประมาณ 1,500,000 บาท
อีกหนึ่งตำรวจดีๆ ที่สูญเสียไปเพราะพิษภัยของยานรก
วสุกิจจ์ เหล่าอินทร์ เรื่อง/ภาพ