คอลัมน์ สดจากสนามข่าว
โดย – กัมปนาท ขันตระกูล-เรื่อง/ภาพ
ปิดคดีพระนักโจรกรรม ฉกข้ามวัดสูญนับล้าน เผ่นกลับทันบิณฑบาต
สายวันที่ 18 มกราคม 2565 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี พล.ต.ต.อุทัย กวินเดชาธร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี นำทีมพร้อมด้วย พ.ต.อ.กานต์ ธรรมเกษม รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี พ.ต.อ.ปรัชญา พงศ์อัมพรสกุล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านแหลม พ.ต.ท.ชนาวิน สุริยะพรหม รองผู้กำกับการสืบสวนสถานีตำรวจภูธรบ้านแหลม และเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกหลายนาย
แถลงข่าวจับกุมพระพิริยะ หรือนายพิริยะ หรือเหน่ง สาทิบ อายุ 41 ปี พระลูกวัดวัดนาค ตำบลช่องสะแก อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี ผู้ต้องหาก่อเหตุลักทรัพย์ พร้อมของกลางเป็นพระเหรียญ พระเครื่องพิมพ์ต่างๆ จำนวน 86 องค์, นาฬิกา 1 เรือน, เงินสดประมาณ 6,270 บาท, สมุดบัญชีธนาคารและเอกสารต่างๆ อีกหลายรายการ มูลค่ารวมประมาณ 1,000,000 บาท
ที่มาที่ไปของคดีดังกล่าวเริ่มขึ้นเมื่อเวลา 06.10 น. วันที่ 17 มกราคม ศูนย์วิทยุสถานีตำรวจภูธรบ้านแหลม รับแจ้งจากพระครูวัชรธรรมคุณ (วิเชียร พูลศักดิ์) เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ศรัทธา ตำบลบางแก้ว อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ว่า มีคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์ในกุฏิ มีพระเครื่อง และทรัพย์สินหายไปจำนวนมาก

หลังรับแจ้ง พ.ต.ท.ชนาวิน สุริยะพรหม รองผู้กำกับการสืบสวนสถานีตำรวจภูธรบ้านแหลม จึงนำกำลังตำรวจชุดสืบสวนรีบรุดไปตรวจสอบ พบว่าประตูกุฏิเจ้าอาวาสมีร่องรอยถูกงัด ข้าวของในห้องถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย เบื้องต้นทรัพย์สินที่ถูกขโมยไปมีทั้ง พระเครื่องพิมพ์ต่างๆ, นาฬิกา 1 เรือน, เงินสด, สมุดบัญชีธนาคารมูลค่ารวมประมาณ 1,000,000 บาท
ไม่ต้องเสียเวลาสืบสวนให้ยุ่งยาก เพราะพลันที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ พบชายสวมเสื้อยืดคอปกสีฟ้า ใส่กางเกงขาสั้นเจเจสีน้ำเงินเข้ม งัดประตูกุฏิห้อง เจ้าอาวาสเข้าไปลักทรัพย์ ที่สำคัญพอพระครูวัชรธรรมคุณเจ้าอาวาสเห็นหน้าชายในวงจรปิด ก็ยืนยันว่าจดจำได้ว่าคนร้ายรายนี้คือ พระพิริยะ หรือเหน่ง สาทิบ ซึ่งเป็นพระลูกวัดอยู่ที่วัดนาคในเขตอำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี แม้จะแต่งชุดฆราวาสก็จำได้แม่นเพราะเป็นพระที่บวชอยู่ที่วัดของตนเมื่อ 2 ปีก่อน จากนั้นจึงย้ายไปอยู่ที่วัดนาค
ชุดสืบสวนจึงเฝ้าสังเกตที่วัดนาคจนได้พบกับพระพิริยะ ในขณะกำลังฉันอาหารเช้า จึงได้เข้าไปพูดคุยสอบถาม พอพระพิริยะเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจมาก็ถึงกับหน้าซีด ยิ่งได้รู้ว่าพลาดอย่างแรงที่กล้องวงจรปิดในวัดจับภาพตัวเองขณะลงมือก่อเหตุเอาไว้ได้
สุดท้าย เมื่อขอค้นตัวก็ยังพบพระเครื่องของกลางบางส่วนพระพิริยะพกติดตัวอยู่ เจ้าตัวจึงยอมรับกับเจ้าหน้าที่ว่าตนเป็นผู้ก่อเหตุจริง เบื้องต้นพบเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขยายผล ตรวจค้นภายในกุฏิที่พักอาศัย และพบของกลางทั้งหมด จึงนำพระพิริยะไปทำการสึก และควบคุมตัวดำเนินคดี

สอบสวนเบื้องต้น นายพิริยะให้การว่า เมื่อคืนวันที่ 16 ม.ค. เวลาประมาณ 21.00 น. ตนถอดจีวรพระและเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดฆราวาส เดินเท้าจากวัดนาคไปหารถจักรยานยนต์รับจ้างที่บริเวณหน้าห้างบิ๊กซีเพื่อว่าจ้างให้ไปส่งที่วัดราษฎร์ศรัทธา ซึ่งเป็นวัดที่ตนเคยบวชมาก่อน ในราคา 120 บาท
เมื่อมาถึงตนได้แอบขึ้นไปที่กุฏิของเจ้าอาวาส วัดราษฎร์ศรัทธา ใช้ไขควงถอดนอตบานพับประตูออก แล้วเข้าไปรื้อค้นเอาทรัพย์สินตามรายการของกลางดังกล่าวข้างต้นไป และได้นำเอกสารจำพวกสมุดบัญชีธนาคาร ไปโยนทิ้งในถังขยะหน้าศูนย์เด็กเล็กซึ่งตั้งอยู่ภายในวัด
จากนั้นตนได้เดินเท้ากลับมายังวัดนาค ถึงวัดนาคประมาณ 05.00 น. จากนั้นเปลี่ยนเสื้อผ้ามาใส่จีวรพระที่ทางเข้าวัดนาค และออกบิณฑบาตตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนเมื่อเจ้าหน้าที่ตามมาสอบสวนจึงรับสารภาพ
ตัดภาพกลับมาที่การแถลงข่าว พล.ต.ต. อุทัยกล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัติเบื้องต้น พบนายพิริยะเคยถูกจับกุมคดีลักทรัพย์ที่สถานีตำรวจภูธรพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม จำนวน 2 ครั้ง ถูกจำคุก 3 ปี จากนั้นได้มาบวชที่วัดราษฎร์ศรัทธา ตั้งแต่ปี 2562 และต่อมาย้ายมาอยู่ที่วัดนาค และกลับไปก่อเหตุเนื่องจากรู้และคุ้นเคยสถานที่
เบื้องต้นตรวจปัสสาวะพบมีสารเสพติด จึงแจ้งข้อหาความผิดฐาน “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ในเคหสถาน, โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้น และเสพยาเสพติดให้โทษ” พร้อมควบคุมตัวไว้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
กัมปนาท ขันตระกูล เรื่อง/ภาพ