คอลัมน์ สดจากสนามข่าว
โดย – นพรัตน์ คุ้มศรี / วสันต์ ทิพย์ประโภชน์ – เรื่อง/ภาพ
ผ่าชนวนเพื่อนบ้านโหด จ่อยิงหัวสารวัตรกำนัน ดับคาที่พร้อมเพื่อนสนิท
“กูไม่เคยมีปัญหาอะไรกับใคร ถ้ามึงมีอะไรก็ออกมาคุยกับกู” คำพูดสุดท้ายที่ นายวรพงษ์ พินทุวัฒน์ ตะโกนฝากลอยลม ไปถึงเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียง กลายเป็นชนวนของคดีสยอง!
ย้อนไปเมื่อค่ำวันที่ 22 ม.ค. พ.ต.อ.มนัสเวททองอิ่ม ผกก.สภ.คูคต จ.ปทุมธานี นำกำลังพร้อมด้วย พ.ต.ท.จิรพัฒน์ ศรีเดช รอง ผกก.(ป.) พ.ต.ท.รุ่งเรืองบุญ อ้อนนิ่มอภิกุล สวป. ร.ต.ท.เอกอมร สีสัน รองสารวัตร (สอบสวน) เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ. คูคต, แพทย์เวรโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน 1 ปทุมธานีและเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เข้า ตรวจสอบเหตุมีคนยิงกันเสียชีวิต ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งพื้นที่ ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี

ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณกลางถนนพบศพ นายวรพงษ์ พินทุวัฒน์ อายุ 46 ปี นอนหงายจมเลือด มีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนไม่ทราบขนาดเข้ากลางศีรษะ กกหูซ้าย แขนขวา รวม 3 นัด อีกรายชื่อนายธานินทร์ ชลิงสุ อายุ 49 ปี เป็นสารวัตรกำนันตำบลบึงยี่โถ มีบาดแผลถูกด้วยกระสุนปืนไม่ทราบขนาดเข้าหน้าอก 2 แผล แขนซ้าย 1 แผล รวม 3 นัด
นอกจากนี้ ยังพบปลอกกระสุนปืนขนาด.380 ตกเกลื่อนพื้นถนน 5 ปลอก และหัวกระสุนอีก 1 หัว ส่วนผู้ก่อเหตุอยู่ภายในบ้านหลังหนึ่งซึ่งอยู่ตรงข้ามกับบ้านพักของผู้ตายและมีอาการคล้ายคนเมาถือปืนพูดเอะอะโวยวายอยู่ ตำรวจจึงพูดเกลี้ยกล่อมจนยอมมอบตัวพร้อมด้วยของกลางอาวุธปืนและกระสุนจำนวนหนึ่ง สอบสวนทราบชื่อคือ นายวรินทร แก้วชิงดวง อายุ 31 ปี จึงนำตัวไปสอบสวนที่ สภ.คูคต
ขณะที่การตรวจสอบยังพบว่าบริเวณหน้าบ้าน มีรอยเท้าเปื้อนเลือดย่ำไปมาเต็มไปหมด และนายวรินทร ผู้ต้องหายังถูกกระสุนปืนเข้า ขาขวา 1 นัด จากการทำปืนลั่นใส่ตัวเอง จึงคุมตัวไปสอบสวนที่ สภ.คูคต พร้อมยึดของกลาง อาวุธปืน และกระสุนปืนจำนวนหลายสิบนัดไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวน นางพิชะญาดา สอนศรี ภรรยาของนายธานินทร์ สารวัตรกำนันที่ถูกยิงตาย เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุนายธานินทร์กับนายวรพงษ์นั่งดื่มเหล้ากันอยู่ที่บ้านตั้งแต่บ่ายและกำลังจะเดินแยกย้ายกันกลับบ้านแล้ว โดยทางแฟนจะขับรถเครื่องไปส่งนายวรพงษ์ และเหมือนกับว่า นายธานินทร์กับนายวรพงษ์เคยมีปัญหากับบ้านตรงข้ามมาก่อนประมาณ 3 ปีแล้ว ตอนฉลองปีใหม่ฝ่ายสามีตนกับผู้ตายนำปืนไปยิงฉลองปีใหม่ตรงท้ายซอยซึ่งใกล้บ้านนายวรินทร ทำให้นายวรินทรหาว่ายิงใส่บ้านตัวเองจนเกิดทะเลาะกัน แต่ก็เคลียร์กันแล้ว วันนี้ที่กินกันก็ไม่ได้มีเรื่องอะไร

นางพิชะญาดาให้การต่อว่า ก่อนจะกลับนายวรพงษ์ได้ตะโกน ว่า “กูไม่เคยมีปัญหาอะไรกับใคร ถ้ามึงมีอะไรก็ออกมาคุยกับกู” สักพักหนึ่งขณะนายธานินทร์กับนายวรพงษ์จะกลับ ผู้ต้องหาได้วิ่งออกมาจากบ้านเอาปืนมาจ่อยิงใส่ทั้งสองคนพอคนที่บ้านจะออกไปช่วยทั้งสองคนที่ ถูกยิง ก็ถูกผู้ต้องหาเอาปืนเล็งจะยิง พร้อมร้องขู่บอก “มึงออกมาสิ จะยิงให้” เลยไม่มีใครกล้าออกไป
ต่อมาตำรวจตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของบ้านซึ่งอยู่บริเวณตรงข้ามซอย บันทึกเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุ ได้ชัดเจน เห็นนายวรินทรถือปืน 2 กระบอกออกมาจ่อยิงผู้ตายทั้งสองทางด้านหลัง และยิงใส่เข้าไปในบ้าน ก่อนวิ่งหนีเข้าไปในบ้านตัวเอง กระทั่งได้ยินเสียงลูกผู้ตายออกมาจากบ้านตะโกนเรียกผู้ตาย นายนรินทรยัง ออกมาไล่ยิงข่มขู่ไล่ให้ทุกคนเข้าไปในบ้านอย่างไม่สะทกสะท้าน
พนักงานสอบสวนสอบสวนเพื่อนบ้านทราบว่า ทั้งสองคนและผู้ก่อเหตุเป็น เพื่อนบ้านอาศัยในซอยเดียวกัน วันนี้ผู้ตายและผู้ก่อเหตุนั่งกินเหล้าอยู่หน้าบ้าน ต่อมานายธานินทร์ได้เดินมาส่งนายวรพงษ์ กลับบ้านหลังจากกินเหล้าเสร็จ และ นายวรพงษ์ได้ตะโกนว่า “กูไม่เคยมีเรื่อง กับใคร” จากนั้นผู้ก่อเหตุจึงได้หยิบอาวุธปืนออกจากบ้านมายิงผู้ตายทั้งสองเสียชีวิต ในที่เกิดเหตุ

ขณะที่การสอบสวนนายวรินทรให้การ รับสารภาพว่า ตนมีเรื่องบาดหมางกับผู้ตายทั้ง 2 คน ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านกันมานาน มักจะถูกพูดจาข่มขู่เป็นประจำ ช่วงเกิดเหตุตนเห็น ผู้ตายนั่งดื่มเหล้าที่หน้าบ้าน เมื่อเมาตะโกนท้าทายตนให้ออกมาเคลียร์ปัญหาสุดทนไปหยิบปืนออกไปยิงระบายแค้น
ตำรวจแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนากับนายวรินทร ก่อนนำตัว ส่งทำแผลที่โรงพยาบาล จากนั้นจึงคุมตัวมาดำเนินคดี ปิดฉาก ความแค้นที่คุกรุ่นมานาน 3 ปี
นพรัตน์ คุ้มศรี
วสันต์ ทิพย์ประโภชน์
เรื่อง/ภาพ