สายวันที่ 29 มกราคม ที่หน้าสำนักงานตำรวจภูธรภาค 3 นครราชสีมา พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบช.ภาค 3 พร้อม พล.ต.ต.พรชัย นลวชัย ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา, พ.ต.อ.นาวิน ธีระวิทย์ ผกก.สภ.โพธิ์กลาง อ.เมือง และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน
ร่วมแถลงผลจับกุม นายธงชัย หรือ เอ๋ แคลน กระโทก อายุ 42 ปี ชาว ต.ละลมใหม่พัฒนา อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา คนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ 7-11 สาขาสารสาสน์ ถนนมหาวิทยาลัย (ประตู 1) ต.ปรุใหญ่ อ.เมืองนครราชสีมา เมื่อกลางดึกวันที่ 20 ม.ค. ที่ผ่านมา
ความไม่ธรรมดาของคดีนี้อยู่ที่พฤติกรรมการก่อเหตุของคนร้ายที่จุดไฟเผาเคาน์เตอร์เก็บเงินเพื่อข่มขู่พนักงาน ซึ่งก็ได้ผลทั้งในแง่ของข่มขู่พนักงานและทำให้ตัวเองต้องถูกเพิ่มโทษหนักขึ้นไปอีก

ผบช.ภาค 3 เปิดเผยพฤติกรรมของคดีว่า เมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. วันที่ 20 ม.ค. นายธงชัยเดินเข้ามาทำทีขอซื้อเครื่องดื่มชูกำลังจำนวน 2 ขวด ระหว่างที่พนักงานกำลังตรวจสอบราคาสินค้าเพื่อเก็บเงิน คนร้ายใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่เตรียมมาราดลงบนชั้นวางสินค้าบริเวณหน้าเคาน์เตอร์ชำระเงินแล้วจุดไฟ เปลวไฟลุกไหม้ทำให้ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย
จากนั้นคนร้ายได้นำอาวุธปืนออกมาข่มขู่ บังคับ ให้พนักงานส่งมอบทรัพย์สินก่อนที่จะเข้าไปด้านในเคาน์เตอร์เก็บเงินรื้อค้นทรัพย์สินได้เงินสดไปจำนวน 6,000 บาท และสุราไทยจำนวน 1 ขวด โทรศัพท์มือถือจำนวน 1 เครื่อง เครื่องดื่มชูกำลังจำนวน 2 ขวด และกระเป๋าคาดเอวสีแดง จำนวน 1 ใบ แล้วคนร้ายหลบหนีไป

หลังเกิดเหตุตำรวจสภ.โพธิ์กลาง กก.สืบสวน ภ.จว.นครราชสีมา และ กก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.3 ร่วมกันสืบสวน เบื้องต้นเชื่อว่าคนร้ายที่ก่อเหตุลงมือเพียงลำพังคนเดียว ส่วนสาเหตุที่คนร้ายจุดไฟเผาเคาน์เตอร์เก็บเงินในร้านสะดวกซื้อ เชื่อว่าคนร้ายน่าจะพยายามดึงดูดความสนใจและเร่งให้พนักงานส่งเงินให้ โดยจากภาพวงจรปิดในร้านคนร้ายน่าจะเตรียมการมาเป็นอย่างดี

ตำรวจตรวจสอบรูปพรรณของคนร้ายรายนี้น่าจะไม่ใช่วัยรุ่น แต่เป็นคนมีอายุพอสมควร จนได้ข้อมูลเบาะแสของคนร้ายทั้งตำหนิรูปพรรณและรถยนต์ที่เป็นยานพาหนะของคนร้าย กระทั่งมีพยานหลักฐานเชื่อได้ว่านายธงชัยเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุ พนักงานสอบสวน สภ.โพธิ์กลาง จึงได้ขออนุมัติหมายจับศาลจังหวัดนครราชสีมา ที่ 34/2565 ลงวันที่ 28 มกราคม 2565 ในข้อหา “วางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่น ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ และเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ, มีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตครอบครอง”
ตำรวจแกะรอยจนพบว่านายธงชัย หลบหนีไปอยู่ในพื้นที่ จ.ชลบุรี ก่อนติดตามไปจับกุมผู้ต้องหาได้
ายธงชัยให้การรับสารภาพว่าเป็น ผู้ก่อเหตุจริง เนื่องจากมีอาชีพค้าขายอาหารตามตลาดนัด แต่ประสบปัญหาหนี้สินจากสถานการณ์โรคโควิด-19 ระบาด และสภาพเศรษฐกิจที่ซบเซาทำให้ไม่มีรายได้เลี้ยงครอบครัว ซึ่งมีภรรยาและลูก 2 คน อยู่ชั้น ป.1 และ ป.5 จึงคิดสั้นหาทางออกด้วยวิธีการที่ผิดกฎหมาย เมื่อก่อเหตุแล้วได้นำโทรศัพท์มือถือและกระเป๋าคาดเอวโยนทิ้งระหว่างหลบหนี จากนั้นได้นำหมวกนิรภัย เสื้อผ้า และรองเท้า ที่สวมใส่ขณะก่อเหตุไปเผาเพื่อทำลายหลักฐาน ก่อนหลบหนีไปอยู่จ.ชลบุรี แต่ไม่รอดถูกเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมได้ในที่สุด

พล.ต.ท.สมประสงค์กล่าวปิดคดีว่า สำหรับคดีนี้มีความซับซ้อนเล็กน้อย เนื่องจากคนร้ายมีการปิดบังใบหน้า อำพรางเส้นทาง ทำลายหลักฐานต่างๆ เพื่อสับขาหลอกสร้างความสับสนมิให้เจ้าหน้าที่ติดตามจับกุม คนร้ายอาจเลียนแบบพฤติกรรมจากหนัง เกมส์ หรือสื่อข้อมูลข่าวสารต่างๆ จึง
มีความรู้เกี่ยวกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจมากขึ้น สำหรับสาเหตุที่คนร้ายจุดไฟเผานั้นเป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
ขอให้พี่น้องประชาชนตระหนักว่าหากกระทำผิดกฎหมายต้องถูกดำเนินคดีไม่ช้าก็เร็ว ปัจจุบันสภาพเศรษฐกิจไม่ดีขอให้ประชาชนอดทนทำมาหากินด้วยวิธีสุจริต ใช้ชีวิตมีอิสรเสรี ประกอบอาชีพอย่างสุจริตชนนั้นดีที่สุดแล้ว
นายธงชัยน่าจะไม่รู้ว่าข้อหาวางเพลิงนั้นมีโทษหนักกว่าชิงทรัพย์เสียอีก เพราะถ้ารู้คงไม่เลือกใช้วิธีนี้เป็นแน่
ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ
เกษม ชนาธินาถ
เรื่อง/ภาพ