ย้อน12ชม.ระทึกพุนพิน – หกโมงเย็นวันที่ 1 ก.พ. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษ จ.สุราษฎร์ธานี ตัดสินใจโยนระเบิดแก๊สน้ำตา 2 ลูกเข้าไปในบ้าน เป็นการปิดฉากการล้อมจับหนุ่มคลั่งที่ยาวนานเกือบ 12 ชั่วโมง
ย้อนไปเมื่อราว 07.00 น. วันเดียวกัน พล.ต.ต.สาธิต พลพินิจ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พร้อม พ.ต.อ.ไพศาล สังข์เทพ รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.สมบัติ ฉ่ำแสง รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.ศิริชัย ทรงวศิน ผกก.สภ.พุนพิน นำกำลังตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.พุนพิน เข้าปิดล้อมบ้านเลขที่ 34 ม.11 ต.บางงอน อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ภายหลัง ร.ต.ท.ภูวนาท หนูพินิจ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บที่บ้านหลังดังกล่าว

บ้านที่เกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านสองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ ผู้ได้รับบาดเจ็บทราบชื่อ นายโสภณ แสงสว่าง อายุ 73 ปี ญาติรีบนำส่งร.พ.แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายสุริยะ แสงสว่าง อายุ 36 ปี ซึ่งเป็นลูกชายของผู้ตาย ซึ่งหลังจากก่อเหตุได้เก็บตัวอยู่ในบ้าน พร้อมอาวุธปืนขนาด .38 ที่ใช้ก่อเหตุ และเป็นปืนของนายโสภณ ผู้เสียชีวิต
นายณัฐกิจ หนูแก้ว หลานของผู้เสียชีวิต ให้การว่าก่อนเกิดเหตุมานอนที่บ้านหลังเกิดเหตุ ประมาณ 03.00-04.00 น. นายสุริยะซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าชาย มีอาการเหมือนโกรธอะไรบางอย่างบริเวณข้างบ้าน ผู้เป็นพ่อจึงออกมาดูพร้อมอาวุธที่พกไว้ป้องกันตนเอง เนื่องจาก ลูกอาการไม่ดีและมีปากเสียงกัน ก่อนที่นายสุริยะ จะลงมือทำร้ายผู้เป็นพ่อ และแย่งปืน ยิงใส่ ตนได้ยินเสียงปืน 3 นัด จึงรีบจะออก มาช่วย แต่น้าอีกคนได้ห้ามไว้ เพราะผู้ก่อเหตุมีปืน ก่อนที่จะช่วยกันพาคนเจ็บส่งร.พ. และเสียชีวิตในเวลาต่อ

นายโสภณ แสงสว่าง เหยื่อหนุ่มคลั่ง
ส่วนนายกรวิทย์ แสงสว่าง อายุ 23 ปี ลูกคนเล็กของผู้ตาย ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านพ่อประมาณ 500 เมตร ให้ข้อมูลว่า นายสุริยะพี่ชายที่ก่อเหตุ ได้รับการรักษาทางจิตที่ โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ มาประมาณ 5 ปี แต่ไม่ค่อยกินยา โดยปกติก็จะคอยเฝ้าระวัง พี่ชายตลอด และก่อนเกิดเหตุก็มีอาการคลุ้มคลั่งเป็นระยะในช่วงสามวันที่ผ่านมา และญาติทุกคนก็ช่วยกันเฝ้าระวังอย่างเต็มที่แต่ก็มาก่อเหตุร้ายดังกล่าว
ตำรวจพบว่าหลังก่อเหตุนายสุริยะเข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ภายในบ้าน จึงได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ปิดล้อมบ้านที่ผู้ก่อเหตุหลบอยู่ภายใน พร้อมใช้โดรนบินตรวจสอบว่าผู้ก่อเหตุอยู่ จุดใด ซึ่งคาดว่าน่าจะอยู่บริเวณชั้นล่าง รวมทั้งประสานนักจิตวิทยาโรงพยาบาลสวน สราญรมย์ เพื่อเจรจาให้ออกมามอบตัว

ปิดถนนกันคน
ต่อมาเมื่อเวลา 10.40 น. นักจิตวิทยา จากโรงพยาบาลสวนสราญรมย์ ได้ร่วมกับพี่สาว เริ่มเจรจาพูดคุยกับนายสุริยะ ผ่านทางโทรโข่ง แต่ปรากฏว่า นายสุริยะกลับมีปฏิกิริยาต่อต้าน จากเดิมที่นั่งอยู่กับพื้น กลับลุกขึ้นหยิบอาวุธปืนขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งจากการประเมินสถานการณ์โดยจิตแพทย์ พบว่านายสุริยะมีอาการเครียดเพิ่มมากขึ้นจึงได้ยกเลิกภารกิจ
ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.8 ได้สั่งการมายัง พ.ต.อ.ไพศาล สังข์เทพ รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็น ผู้บัญชาการเหตุการณ์ ให้ยกเลิกแผนปฏิบัติการเกลี้ยกล่อม เนื่องจากเป็นสถานการณ์ที่ไม่มีตัวประกันและผู้ต้องหาหลบอยู่ในพื้นที่จำกัดควบคุมได้ โดยให้กันบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องทั้งหมดออกจากบริเวณที่เกิดเหตุเพื่อป้องกันไม่ให้นายสุริยะ มีความเครียด แต่ให้กำลังเจ้าหน้าที่ตรึงกำลังพร้อมปฏิบัติการ

นาทีปฏิบัติการ
เหตุการณ์ตึงเครียดผ่านมาถึงเวลาประมาณ 18.30 น. พล.ต.ต.สาธิต พลพินิจ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ตัดสินใจเริ่มเปิดฉากปฏิบัติการเนื่องจากหากปล่อยให้มืดค่ำจะเป็นอุปสรรคและทำให้มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดความสูญเสีย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษกันชาวบ้านและผู้ไม่เกี่ยวข้องออกนอกบริเวณพื้นที่แล้วใช้แก๊สน้ำตา 2 ลูกปาเข้าไปภายในบ้านที่เกิดเหตุที่นายสุริยะถืออาวุธปืนขังตัวเองอยู่

ตร.ซักถามข้อมูล
ภายหลังประมาณ 10 นาที แก๊สน้ำตาส่งกลิ่นควันฟุ้งกระจายแต่ภายในไม่พบมีการตอบสนองใดๆ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษที่เตรียมจู่โจมอยู่ด้านหน้าบ้าน ตัดสินใจใช้คีมตัดเหล็กเปิดประตูเข้าไปและสามารถควบคุมตัวนายสุริยะได้พร้อมอาวุธปืนขนาด .38 แบบลูกโม่มีปลอกกระสุน 5 ปลอกและกระสุนที่ยังไม่ยิงอีก 1 นัด ก่อนควบคุมตัวนายสุริยะขึ้นรถพยาบาลนำส่งโรงพยาบาลสวนสราญรมย์ อ.พุนพิน เพื่อระงับอาการคลุ้มคลั่งก่อน
ต่อมา พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภาค 8 เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ ได้สั่งการให้สอบสวนและรวบรวมพยานทั้งหมด เพื่อแจ้งข้อหานายสุริยะ ในข้อหา “ฆ่าบุพการีและมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต”
สุรชัย ส้มเกลี้ยง,ธนภัทร ชีระจินต์
เรื่อง/ภาพ