ถือเป็นคดีสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นใน ปี 2560 สำหรับคดีฆ่าหั่นศพสาวคาราโอเกะแล้วนำชิ้นส่วนศพทิ้งอำพรางในป่า สยอง อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น
ตอนแรกเจ้าหน้าที่มุ่งปมความขัดแย้งปมชู้สาว ส่วนหนึ่งเพราะคนตายหน้าตาดีและมีสาวหล่อมาติดพันหลายคน ทั้งที่แต่งงานอยู่กินกับสามี
แต่เมื่อแกะรอยในเบื้องลึก พบปมสำคัญที่เป็นชนวนสั่งตาย แถมมือสังหารที่ลงมือโหดก็ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นแก๊งเพื่อนสาวที่กินเที่ยวด้วยกันกับคนตาย

โดยการสังหารโหดคดีนี้ ทีมฆ่าได้วางแผนมาอย่างดี ด้วยการลวงเหยื่อมาเจอแล้วลงมืออย่างเหี้ยมโหด
แต่สุดท้ายคนทำผิดก็หนีไม่พ้นเงื้อมมือกฎหมาย
ปฐมบทคดีฆ่าหั่นฝังดิน
ปฐมบทคดีสะเทือนขวัญครั้งนี้เริ่มขึ้นในช่วงบ่ายวันที่ 25 พ.ค. เมื่อชาวบ้านโนนสง่า ต.คำม่วง อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น พบสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นในพื้นที่ หลังพบหลุมดินมีสังกะสีมาปิดทับไว้ แถมยังมีถังน้ำพลาสติกสีดำถูกฝังกลบอยู่
ด้วยเหตุนี้ชาวบ้านจึงแจ้งตำรวจ สภ.เขาสวนกวาง เข้ามาตรวจสอบหวังคลายความสงสัย
แต่เมื่อเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจพิสูจน์กับต้องตกตะลึง หลังพบภายในหลุมปริศนานั้น มีชิ้นส่วนศพที่โดนหั่นกลบอำพรางไว้อยู่ มิหนำซ้ำภายในถังน้ำยังเจอลำตัวถูกหั่นแยกเป็น 2 ส่วนด้วย

ตรวจสอบพบเป็นหญิงสาวอายุประมาณ 23-25 ปี ผมสีดำ ใบหน้ามีรอยบวมช้ำ ที่ลำคอมีรอยถูกรัด มีบาดแผลถูกตัดบริเวณใต้ชายโครงจนขาด มีเชือกจูงสุนัขมัดที่แขนขวา แขนซ้ายถูกตัดจนขาดเสมอศอก มีรอยสักภาษาอังกฤษว่า “poppy” ที่หน้าอกด้านซ้าย ด้านหลังพบรอยสักชื่อคน ‘Apichaya Yuntoon’
หลังพบเป็นคดีสยองขวัญ ทีมสืบสวนจึงเร่งแกะรอยจากรอยสักที่พบบนศพ จึงไปตรงกับชื่อสาวหล่อ ก่อนเชิญตัวมาสอบสวนจนทราบว่าศพปริศนาที่โดนฆ่าหั่นอย่างโหดเหี้ยมคือ น.ส.วาริสรา กลิ่นจุ้ย หรือ แอ๋ม สาวคาราโอเกะในจ.ขอนแก่น ที่มีผู้แจ้งหายไว้ก่อนหน้านี้
ก่อนนำมาสู่การเชิญตัวสาวหล่อและสามีของน้องแอ๋มมาเค้นสอบ เพื่อหาชนวนสาเหตุและคลายปมว่าเกี่ยวข้องกับคดีนี้หรือไม่
ซึ่งทั้งสาวหล่อที่มาติดพันและสามีน้องแอ๋มต่างให้การไม่มีพิรุธ แถมยังมีพยานบุคคลยืนยันถึงที่อยู่ เจ้าหน้าที่จึงเชื่อว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับคดีสยองขวัญนี้
พร้อมเร่งหาเบาะแสของคดีใหม่ เริ่มจากเช็กวงจรปิดตั้งแต่ก่อนน้องแอ๋มจะหายตัวไป
กระทั่งมาสะดุดกับรถซีอาร์วีต้องสงสัย ที่ขับมารับน้องแอ๋มขึ้นรถไปจากริมถนนหน้าเมือง เจ้าหน้าที่จึงควานหาที่มาของรถคันนี้ พบเป็นรถเช่าของบริษัทแห่งหนึ่ง
จึงประสานนำรถซีอาร์วี สีบรอนซ์ มาตรวจสอบ เบื้องต้นพบเศษปูนซีเมนต์ที่ขอบด้านหลังและเส้นผมจำนวนมาก แถมยังเจอรอยนิ้วมือที่เปิดประตูท้าย
นอกจากนี้ยังพบเสื้อยืดสีแดงของผู้หญิงและเสื้อโปโลของผู้ชาย ยัดอยู่ในยางอะไหล่ โดยมีคราบสีน้ำตาลคล้ายคราบเลือดด้วย
ทำให้ทีมสืบสวนเชื่อว่ารถซีอาร์วีคันนี้เป็นรถที่น้องแอ๋มขึ้นมาก่อนเจอเป็นศพ
แกะรอยล่าทีมสวยสังหาร
หลังจากคดีเริ่มคลายปม จนเจ้าหน้าที่สามารถตามแกะรอยชนวนสังหารโหดได้ ทีมสืบสวนจึงประสานบริษัทเช่ารถ เพื่อขอข้อมูลของบุคคลที่มาเช่ารถต้องสงสัยคันนี้
ก่อนได้เบาะแสสำคัญที่โยงไปถึงทีมฆ่า เมื่อพบว่า คนที่มาเช่ารถคันนี้เป็นชายหญิงคู่หนึ่ง โดยมาเช่ารถเมื่อวันที่ 21-22 พ.ค. และขอเช่าต่อในวันที่ 22-23 พ.ค. จากนั้นนำรถมาส่งคืนในวันที่ 23 พ.ค.

เมื่อได้ข้อมูลที่เชื่อมโยงแน่ชัด เจ้าหน้าที่จึงขอศาลออกหมายจับ 5 ผู้ต้องหาในวันที่ 29 พ.ค. ประกอบด้วย นายวิศิน หรือ นิว นามพรหม อายุ 22 ปี น.ส.จิดารัตน์ หรือ เบนซ์ พรหมคุณ อายุ 21 ปี น.ส.ปรียานุช หรือ เปรี้ยว โนนวังชัย อายุ 22 ปี น.ส.กวินตา หรือ เอิร์น ราชสุดา อายุ 22 ปี และ น.ส.อภิวันทน์ หรือ แจ้ สัตยบัณฑิต อายุ 28 ปี
ผ่านไปไม่นานตำรวจตามรวบตัว นายวศิน หรือ นิว ขณะหลบหนีไปกบดานที่เกสต์เฮาส์แห่งหนึ่งในเวียงจันทน์ สปป.ลาว แถมยังตามจับกุม น.ส.จิดารัตน์ หรือ เบนซ์ ได้ที่จ.อุบลราชธานี
ผลการสอบสวนนายวศินสารภาพให้การอ้างว่า เปรี้ยวเป็นคนลงมือบีบคอแอ๋มจนเสียชีวิตคารถซีอาร์วี ก่อนขับวนไปทั่วเมือง เพื่อหาซื้ออุปกรณ์หั่นศพ แล้วลงมือหั่นในรีสอร์ตแห่งหนึ่ง อ.เมืองขอนแก่น สุดท้ายนำศพไปฝังอำพรางที่ อ.เขาสวนกวาง
ส่วนชนวนสั่งตายมาจากเปรี้ยวกับแอ๋มเคยเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน แต่ต่อมาเกิด ขัดแย้ง โดยเปรี้ยวเชื่อว่าแอ๋มเป็นสายตำรวจชี้เป้าให้จับผู้ต้องหาคดียาเสพติดหลายราย โดยหนึ่งในนั้นมีแฟนหนุ่มของเปรี้ยวด้วย
ขณะที่เบนซ์ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยวันเกิดเหตุไม่ได้อยู่กับทีมสังหารแต่อย่างใด
ส่วนอีก 3 สาวคือ เปรี้ยว แจ้ และเอิร์น พบหนีออกนอกประเทศตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค. โดยใช้บัตรผ่านแดนชั่วคราวออกไปทางพรมแดนท่าขี้เหล็ก อ.แม่สาย จ.เชียงราย

เบาะแสสุดท้ายพบหนีไปกบดานซ่อนตัวอยู่ที่คาราโอเกะแห่งหนึ่ง ห่างชายแดนไทย-เมียนมาเพียง 6 กิโลเมตร โดยพบมีชายไทยขับรถพาหลบหนีข้ามแดนออกไป
จึงประสานตำรวจท่าขี้เหล็กให้ช่วยติดตามตัว‘ทีมสวยสังหาร’
หลังจากโดนเจ้าหน้าที่กดดันหนักอยู่หลายวัน สุดท้ายทั้ง 3 สาวตัดสินยอมเข้ามอบตัวกับตำรวจท่าขี้เหล็กในช่วงค่ำวันที่ 3 มิ.ย.
ก่อนคุมตัวมาส่งมอบให้ตำรวจไทยที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพแห่งที่ 1 แล้วนำตัวเข้ามาสอบสวน
เปิดชนวนสั่งตายคดีฆ่าโหด
จากการสอบปากคำเปรี้ยว สวยสังหาร ให้การถึงชนวนเหตุว่า ยอมรับเป็นผู้ลงมือฆ่าแอ๋ม แต่ในการหั่นศพนั้น โดยมีนายวศินเป็นคนลงมือหั่นด้วย ด้วยการใช้เลื่อยที่ซื้อมาหั่นศพช่วงกลางลำตัว พอถึงช่วงกระดูกสันหลังก็ใช้ปังตอสับจนขาด

ขณะที่เอิร์นและแจ้คอยช่วยทำความสะอาด แล้วยกชิ้นส่วนศพขึ้นรถไปฝังอำพราง โดยที่ทำไปทั้งหมดไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดข้ามชาติ
โดยหลังก่อเหตุทั้งหมดเดินทางออกจากอ.แม่สาย ข้ามไปยัง จ.ท่าขี้เหล็ก หวังไปทำงานที่ร้านคาราโอเกะแล้วเช่าห้องพักอยู่ข้างร้าน
แต่เมื่อมีการติดตามจับกุมตัวจากเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 ฝั่ง เลยพากันหลบหนีไปอีกหลายจุด แต่สุดท้ายเงินที่นำติดตัวไปหมด ทำให้ตัดสินใจยอมเข้ามอบตัว
โดยก่อนมาพบเจ้าหน้าที่ยังแวะไปซื้อเสื้อผ้าและกระเป๋าที่ตลาด ท่าขี้เหล็ก แล้วนั่งรถสองแถวไปหาตำรวจเพื่อขอมอบตัว

ส่วนสาเหตุที่ลงมือฆ่าหั่นศพ เนื่องจากมีปัญหาหนี้สินเก่าที่ยืมไปประมาณ 3-4 หมื่นบาท และคดียาเสพติดที่แอ๋มถูกตำรวจจับ เมื่อปลายปี 2559 ต่อมาเจ้าหน้าที่ขยายผลถึงตัวเองจนอดีตสามีถูกจับ
เมื่อกลับมาจากทำงานต่างประเทศแล้วมาพบแอ๋ม ก็วางแผนจะ อุ้มไปสั่งสอน แต่พลั้งมือจนเกิดเสียชีวิต จากนั้นก็ทำอะไรไม่ถูก ขับรถวนอยู่กับเพื่อนจนศพเริ่มแข็ง จึงมีความคิด 2 อย่างคือถ่วงน้ำกับหั่นศพ แต่จะถ่วงน้ำก็กลัวศพโผล่ขึ้นมา จึงตัดสินใจหั่นศพแล้วฝังอำพราง
โดยเลือกใช้วิธีฆ่าหั่นศพ เพราะเคยดูมาจากภาพยนตร์ต่างประเทศ จึงเลียนแบบและทำตาม
หลังสอบปากคำเสร็จ เจ้าหน้าที่คุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนขึ้นเครื่องไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในอ.เขาสวนกวาง และอ.เมืองขอนแก่น
‘เปรี้ยว’สารภาพฆ่าหั่น
สำหรับการคุมตัวทีมสวยสังหารไปทำแผน เริ่มจากพาไปชี้ 7 จุด ประกอบด้วย 1.รีสอร์ตที่บ้านหัวถนน ต.พระลับ อ.เมืองขอนแก่น จุดที่ผู้ต้องหาทั้งหมดร่วมกันชำแหละศพน้องแอ๋ม ตั้งแต่ช่วงขับรถ ซีอาร์วี มาจอดภายในลานจอดรถของห้องพักเอ 1 แล้วอุ้มศพน้องแอ๋มเข้าไปภายในห้องพัก เพื่อเลื่อยหั่นศพและตัดแขนซ้าย นำศพใส่ไว้ในถุงพลาสติกดำแล้วยัดใส่ถังอีกชั้น จากนั้นนำศพมาใส่ท้ายรถซีอาร์วี

2.ร้านสะดวกซื้อชื่อดัง บริเวณสี่แยกตลาดโนนทัน ติดกับโรงเรียนเทศบาลบ้านโนนทัน จุดที่เปรี้ยวลงไปซื้อถุงพลาสติกสีดำเพียงคนเดียว
3.ร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง ซึ่งห่างจากร้านสะดวกซื้อประมาณ 500 เมตร จุดที่นายวศินบอกว่าไปซื้อเลื่อย แต่เปรี้ยวระบุว่าซื้อแค่ปูนซีเมนต์
4.ร้านจำหน่ายสินค้าวัสดุก่อสร้าง ตรงข้ามร.ร.เทศบาลบ้านโนนทัน ห่างจากจุดที่ 3 ประมาณ 800 เมตร จุดนี้ทั้ง 3 คนลงมาเลือกซื้อเลื่อยและอุปกรณ์ต่างๆ
5.ริมถนนเหล่านาดีตัดกับถนนหน้าเมือง บริเวณปากทาง ซ.หน้าเมือง 3/1 จุดที่ผู้ต้องหามารับน้องแอ๋ม
6.เส้นทางจากอ.เมืองขอนแก่นไปอ.เขาสวนกวาง อยู่ในพื้นที่อ.น้ำพอง เป็นจุดที่นำเลื่อยหั่นศพไปทิ้ง ซึ่งจากการค้นหาพบเลื่อยและมีด
จุดสุดท้าย 7.ภายในป่าสาธารณะข้างทาง บ้านโนนสง่า ม.9 ต.คำม่วง อ.เขาสวนกวาง จุดที่ผู้ต้องหาทั้งหมดร่วมกันขุดหลุมและนำศพของน้องแอ๋มที่โดนฆ่าหั่นมาฝังอำพรางคดี

จากนั้นเจ้าหน้าที่นำผู้ต้องหาทั้ง 3 คนมาขอขมา นางสำราญ เพลียแก่น ยายของ น้องแอ๋ม และ น.ส.สกุณตรา เพลียแก่น น้าสาว
โดยเปรี้ยวก้มกราบแล้วระบุว่า ไม่ได้ตั้งใจจะฆ่า ที่ผ่านมาสำนึกผิดแล้วจึงเข้ามามอบตัว ตามด้วยคำอโหสิกรรมจากญาติ
แต่ในเรื่องคดีความยังคงเดินหน้าต่อไป โดยผู้ต้องหาถูกเอาผิด ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและลอบฝังซ่อนเร้นหรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย ปล้นทรัพย์หรือรับของโจร
จากนี้คงต้องมาติดตามรอดูบทสรุปของคดีนี้ว่าสุดท้ายแล้ว ทีมสวยสังหารทั้งหมดต้องชดใช้กรรมที่ก่อไว้เช่นไร