นับเป็น ‘ทรชน’ ขนาดแท้ สำหรับผู้ต้องหาวัย 39 เพราะสิ่งที่กระทำลงไปไม่เพียงผิดมนุษยธรรมแล้ว ยังอาจไปสะกิดจิตใจผู้คนที่ใจบุญสุนทานให้เกิดกระแสหวาดกลัว จนเลือกที่จะละเลยไม่ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากอีกต่อไป
ย้อนกลับไปเมื่อบ่ายวันที่ 9 ก.พ. พล.ต.ต.สาธิต พลพินิจ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.ไพศาล สังข์เทพ รอง ผบก.ก.จว.สุราษฎร์ธานี, พ.ต.อ.สมบัติ ฉ่ำแสง รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พ.ต.ท.วีระพันธ์ เนื้อรักษ์ สวญ.สภ. บางสวรรค์ อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน
ระดมกำลังคุมตัว นายชัยนาท หรือเล็ก ห่วงจริง อายุ 39 ปี ชาว ต.กะลาเส อ.สิเกา จ.ตรัง ผู้ต้องหาคดีพรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี ไปจากบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจาร, กระทำชำเรา เด็กอายุไม่เกิน 13 ปี ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ลวงลักพาตัวเด็กชายวัย 9 ขวบ จากบ้านใน ต.บางสวรรค์ หลบหนีไปถึงบ้านเกิดใน อ.สิเกา
เหตุเพราะพ่อแม่เด็กจับได้ว่า ‘ไอ้เล็ก’ คนเร่ร่อนที่อุตส่าห์ให้ที่อยู่ ให้ข้าวให้น้ำกินมาหลายเดือนด้วยความสงสาร ก่อเหตุอัปรีย์ขืนใจลูกชายและน้องชายวัย 6 ขวบ มาหลายครั้งหลายหน

ย้อนนาทีสนองคุณครอบครัวใจบุญ
คดีนี้เริ่มต้นขึ้นในวันที่ 7 ก.พ. เมื่อพ่อแม่ของเด็กชายเข้าแจ้งความที่สภ.บางสวรรค์ ว่านายเล็กลักตัวลูกชายไปจากหน้าร้านขายของชำไม่ห่างจากบ้านพัก ขึ้นรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า รุ่นสปาร์ก สีดำ-ชมพู ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน สภาพเก่า ขี่หลบหนีไป
โดยนายเล็กนั้นมาอยู่กับครอบครัวเหยื่อได้ประมาณ 3 เดือน เริ่มจากมาขอข้าวขอน้ำกิน พ่อแม่ของเด็กรู้สึกสงสารเห็นว่าชีวิต ตกระกำลำบากไม่มีที่อยู่เลยให้อาศัยพักที่บ้านด้วยกัน ขณะที่อีกฝ่ายเอง ก็ไม่ได้มีพฤติกรรมผิดปกติอะไร อยู่กับเด็กๆ เหมือนรักลูกของตนเอง
ระยะหลังก็พบว่าลูกๆ ทั้ง 3 คน พฤติกรรมเปลี่ยนไป มีอาการกลัวนายเล็กเป็นอย่างมาก ลูกชายคนเล็กวัย 6 ขวบ มาบอกหลายครั้งว่าถูกกระทำอนาจาร

โฉมหน้าชัดๆ ทรชนนักตุ๋ย
ด้วยความที่ลูกยังเล็กอยู่มากจึงไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก แต่ก็เฝ้าจับตานายเล็กใกล้ชิดขึ้น จนพบว่าลูกชายคนโตวัย 9 ขวบ จะเกิดความ หวาดผวาอย่างรุนแรง และร้องไห้ตลอดเวลา หากต้องถูกทิ้งให้อยู่กับนายเล็กตามลำพัง
เมื่อรู้จากลูกว่าถูกอีกฝ่ายล่วงละเมิด จึงไล่ นายเล็กออกจากบ้านไปเมื่อ 4 วันก่อน กระทั่ง มาแอบลักพาตัวลูกชายช่วงที่ญาติเผลอ

วงจรปืดขณะขี่จยย.พาเด็กหนี
เจ้าหน้าที่เร่งกระจายกำลังออกสืบหาเบาะแส ทั้งหมดทันที หลังรับรู้เบื้องหน้าเบื้องลึกทั้งหมด
พบหลักฐานเป็นภาพวงจรปิดร้านขายของชำจุดลักพาตัว ได้ทั้ง รูปพรรณคนร้ายและลักษณะรถ รวมถึงเส้นทางที่หลบหนี
ตำรวจแกะรอยไปตามทางหลวงหมายเลข 41 หรือถนนสายเอเชีย จนพบว่านายเล็กพาหนูน้อยแวะนอนพักบนสะพานลอย พื้นที่ ต.เขานิพันธ์ อ.เวียงสระ ก่อนมุ่งหน้าลงใต้ต่อไป กระทั่งไปพบรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุถูกจอดทิ้งไว้ที่ร้านซ่อมในตลาดควนกุน อ.สิเกา ส่วนคนร้ายพาเด็กซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์รับจ้างไปลงที่ ต.นาวง อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ซึ่งเป็นบ้านญาติของผู้ต้องหา จึงประสานตำรวจกก.สส.ภ.จว.ตรัง เจ้าของพื้นที่ ช่วยกันตามล่า

จนมุมตร.ยังไม่สลด
ระหว่างนั้นเอง มีพลเมืองดีที่รู้เรื่องจากการโพสต์ขอความช่วยเหลือ จากพ่อแม่เด็กในโลกโซเชี่ยลแจ้งเบาะแสต่อเจ้าหน้าที่ว่า พบบุคลคล้ายคนร้ายและเด็กน้อยเดินอยู่บริเวณสามแยกควนกุน จึงตามไปจับตัวได้ในวันที่ 8 ก.พ.
โดยเจ้าหน้าที่พาเด็กไปฟื้นฟูสภาพจิตใจที่บ้านพักเด็กและครอบครัว จังหวัดสุราษฎร์ธานี
สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ก่อเหตุชำเราเด็กชายสองพี่น้องอายุ 6 และ 9 ขวบ จริง โดยก่อเหตุที่บ้าน, ที่ขนำและ ที่คอสะพาน ต่อเนื่องมากกว่า 10 ครั้ง จึงนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านเกิดเหตุ

คุมตัวทำแผนฯ
สำหรับประวัติอาชญากรรมของนายเล็กนั้นมียาวเป็นหางว่าว ทั้งลักทรัพย์ อาวุธปืน ยาเสพติด ทำร้ายร่างกายผู้อื่นและคดีพราก ผู้เยาว์ พฤติกรรมชอบร่วมเพศทางทวารหนัก เข้าออกคุกเป็นว่าเล่น
ล่าสุดเพิ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำกลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อเดือนส.ค. 2564
ก่อนมาก่อคดีกับครอบครัวผู้มีพระคุณที่ใจบุญอยากฉุดให้พ้นจากความทุกข์ยาก ด้วยการกินบนเรือนขี้รดบนหลังคา
เรียกได้ว่า ข้าวแดงในคุกไม่อาจขัดเกลาจิตใจให้สูงขึ้นได้เลย สักเพียงนิด
สุรชัย ส้มเกลี้ยง
ธนภัทร ชีระจินต์ – เรื่อง/ภาพ