สั่นสะเทือนจิตใจผู้คนเป็นอย่างมาก สำหรับข่าวสยองขวัญฆ่าหญิงวัย 62 ยัดถังทิ้งเชิงเขาที่เดิมบางนางบวช สุพรรณบุรี

เพราะฆาตกรไม่ใช่ใครที่ไหน แต่กลับเป็นหลานสาวในไส้วัย 18 ปี ที่คนตายเลี้ยงดูเป็นอย่างดีมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก เพียงเพราะต้องการเงินแสนที่อยู่ในบัญชีเงินฝากของยาย
ส่วนไอ้หนุ่มที่ร่วมก่อเหตุก็เป็นคนที่รู้จักกันในโลกโซเชี่ยลเพียง 1 ปี และเพิ่งพบหน้ากันครั้งแรกเท่านั้นก็ชวนกันก่อเหตุโหดเสียแล้ว

จนท.ตรวจสอบถังบรรจุศพ

ย้อนกลับไปเมื่อเช้ามืดวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา ชาวบ้านม.10 ต.เขาพระ อ.เดิมบางนางบวช ก็ต้องสยองขวัญรับวันวาเลนไทน์ เมื่อมีคนไปพบศพผู้หญิงถูกฆ่ายัดถังถูกทิ้งอยู่เชิงเขาชะโอย

ร.ต.อ.นรากร แซ่เอง รองสว.สอบสวน สภ.เดิมบางนางบวช รีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พร้อมพ.ต.อ.นิกร ด้วงฉุน ผกก. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์ร.พ.เดิมบางนางบวช และเจ้าหน้าที่มูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี

ที่เกิดเหตุเป็นพงหญ้ารกพบถังพลาสติกสีน้ำเงินขนาด 200 ลิตร มีดินปุ๋ยอินทรีย์และขุยมะพร้าวอัดปิดปากถัง ภายในพบศพหญิงถูกมัดเท้าและลำตัวมีผ้าห่มคลุมอำพรางไว้ ไม่มีเอกสารระบุตัวตน เบื้องต้นสันนิษฐานเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 4-5 วัน

ผู้ที่พบถังดังกล่าวเป็นคนแรกเล่าให้ฟังว่า เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 13 กำลังจะเดินไปหาปลา ผ่านบริเวณชายเขาชะโอยมาพบถังดังกล่าวช่วงเวลาประมาณ 08.00 น. แต่ไม่ได้สนใจคิดว่าเป็นถังขยะธรรมดา

กระทั่งเอะใจเพราะดูข่าวคดีฆ่ายัดกล่องในท้องที่ อ.เมืองสระบุรี เมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา จึงโทรศัพท์ไปบอกผู้ใหญ่บ้านให้มาตรวจสอบ จนสิ่งที่หวั่นใจก็กลายเป็นเรื่องจริงขึ้นมา

วงจรปิดขณะขนศพไปทิ้ง

ผ่านไปเพียงวันเดียวหลังพบศพ เจ้าหน้าที่ก็ตามจับตัวฆาตกรได้ในวันที่ 15 ก.พ.
สิ่งที่ไม่คาดคิดก็คือ ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมเป็นหญิงวัย 18 ปี หลานสาวในไส้ของผู้ตายและแฟนหนุ่มวัย 23 ปี ที่เพิ่งคบหากัน

พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 พร้อมด้วย พล.ต.ต. บุญญฤทธิ์ รอดมา รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.ประสพชัย มัตสยะวนิชกูล ผบก.สส.ภ.7 พล.ต.ต.เกรียงไกร วุฒิพานิช ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี พ.ต.อ.เชิดศักดิ์ เฉลียวศิลป์ รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี พ.ต.อ.นิกร ด้วงฉุน ผกก.สภ.เดิมบางนางบวช ร่วมกันแถลงข่าวปิดคดีโหดครั้งนี้ที่ สภ.เดิมบางนางบวช ในวันที่ 17 ก.พ.

พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 แถลงปิดคดี

พล.ต.ท.ธนายุตม์เผยว่า หลังจากพบศพ ตำรวจเร่งตรวจสอบข้อมูลพยานแวดล้อม พร้อมตรวจลายนิ้วมือผู้ตาย จนทราบว่าผู้ตาย คือนางสมศรี ม่านกระโทก อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 337 ม.9 ต.บ้านป่า อ.แก่งคอย จ.สระบุรี จึงติดต่อไปหานายดำรง ม่านกระโทก อายุ 54 ปี สามีผู้ตาย และทราบว่าผู้ตายไปอยู่กับหลานที่ จ.นครราชสีมา กลับไปตั้งแต่วันที่ 9 ก.พ. และติดต่อผู้ตายไม่ได้มาหลายวันแล้ว จึงให้สามีผู้ตายโทร.ไปหาผู้ตาย โดยหลานสาวรับสาย

แต่หลานตอบว่ายายนอนอยู่ที่ห้อง ส่วนตนเองเรียนอยู่ จากนั้นหลานสาวก็ปิดโทรศัพย์ยาย และไม่สามารถติดต่อได้อีก

คำตอบของหลานสาวมีพิรุธชัดเจน เพราะยายตายแล้ว แต่ยังบอกว่ายายนอนอยู่ที่ห้อง

ตำรวจชุดสืบสวนจึงพานายดำรงไปที่ห้องเช่าที่ จ.นครราชสีมา แต่พบว่าหลานสาวเก็บเสื้อผ้าหนีไปแล้ว มีเบาะแสว่าเดินทางขึ้นภาคเหนือจึงประสานไปยังสภ.แม่สอด ช่วยจับกุมได้ในที่สุด

คุมตัวทำแผนฯ

คําสารภาพของสาววัย 18 น่าตระหนกเป็นอย่างมาก

เธอให้การว่า ที่ทำลงไปเพียงอยากได้เงินเพื่อไปลงทุนและอยากแยกตัวออกจากยาย เพราะยายเป็นคนเจ้าระเบียบ ชอบบ่นเรื่องการเรียนและเรื่องคบหาผู้ชาย

ก่อนก่อเหตุรู้ว่าตากู้เงินมาจากที่ทำงานมาประมาณ 100,000 บาท อยู่ที่ยายทั้งหมด จึงวางแผนกับนายปฏิพล จันทรมณฑล หนุ่มแม่สอดที่รู้จักคบหากันผ่านโซเชี่ยลได้เพียง 1 ปี

นัดแนะร่วมก่อเหตุในห้องเช่าที่ จ.นครราชสีมา ในวันที่ 10 ก.พ. เวลาประมาณตี 1 และนับว่าเป็นครั้งแรกที่ได้พบหน้า ตั้งแต่เริ่มคบหากันผ่านโลกออนไลน์

อาศัยจังหวะที่ยายหลับสนิท บีบคอและใช้สายไฟรัดจนสิ้นใจ ก่อนขนศพขึ้นรถปิกอัพที่นายปฏิพลขับมา บรรทุกไปซื้อถังและดินที่ อ.สามชุก ก่อนนำศพไปทิ้งที่ อ.เดิมบางนางบวช ก่อนฝ่ายชายจะกลับไปส่งที่จ.นครราชสีมา โดยได้ส่วนแบ่งเป็นเงิน 3 หมื่นบาท แล้วแยกย้ายกัน

จนมีคนมาพบศพและเป็นข่าว นายปฏิพลจึงทักมาบอกว่าเรื่องแดงแล้ว สาว 18 จึงได้เก็บเสื้อผ้าไปที่ บขส.นั่งรถไปหาแฟนหนุ่มที่ จ.ตาก เพื่อจะพากันหลบหนี แต่สุดท้ายก็ไม่รอด

ปิดฉากคดีสลดที่ต้องยึดเป็นอุทาหรณ์ ที่ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว

เกียรติศักดิ์ เนตรทอง/หนึ่งฤทัย หนูสวัสดิ์
เรื่อง/ภาพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน