พลันที่ภาครัฐมีนโยบายให้เดินเครื่องเศรษฐกิจ ความต้องการแรงงานต่างด้าวก็พุ่งสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว แต่ด้วยความที่ภาครัฐยังไม่มีนโยบายเปิดรับแรงงานต่างด้าวเข้ามาอย่างถูกกฎหมาย จึงกลายเป็นช่องทางให้ขบวนการลอบขนแรงงานสร้างรายได้มหาศาล
ผลประโยชน์จากเค้กก้อนนี้มันช่างเย้ายวนใจ แม้เจ้าหน้าที่ของ รัฐเองก็ยังยากจะห้ามใจ
ย้อนไปเมื่อกลางดึกวันที่ 16 ก.พ. พ.ต.อ.ภูมิชาย พันธ์กล้า ผกก.กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 ค่ายพระมงกุฎเกล้า ต.ห้วยทราย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทหาร ฉก.จงอางศึก กองกำลังสุรสีห์ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองประจวบฯ
นำกำลังเจ้าหน้าที่ระดมสกัดจับกุมแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองชาวเมียนมา ซึ่งลักลอบข้ามแดนเข้ามาผ่านช่องทางธรรมชาติ ด้านหมู่บ้านหุบผึ้ง หมู่ 5 ต.ห้วยทราย ทางทิศใต้ของจุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร

เจ้าหน้าที่จัดแบ่งกำลังตั้งจุดสกัดโดยที่บริเวณถนนเพชรเกษม-ด่านสิงขร ด้านหน้าวัดด่านสิงขร หมู่ 6 ต.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 159 คน พร้อมผู้นำพาเป็นคนไทยและชาวเมียนมา ทั้งนี้ได้ยึดรถกระบะ ชนิดตู้ทึบ จำนวน 5 คัน และรถเก๋งอีก 1 คัน พร้อมโทรศัพท์มือถือ 10 เครื่อง
จุดที่ 2 บริเวณหมู่ 9 บ้านมะขามโพรง สามารถจับกุมได้เพิ่มเติมอีก 23 คน พร้อมผู้นำพา 1 คน นอกจากนี้ในป่าบริเวณหมู่ 6 บ้าน ทุ่งเคล็ด ต.เกาะหลัก ยังพบแรงงานต่างด้าวอีก 77 รายหลบซ่อนตัวอยู่ในสภาพอิดโรย และอีกจุดที่บริเวณจุดตรวจเขาดิน หมู่ 9 บ้าน ก.ม.12 ตำบลอ่าวน้อย สามารถจับกุมได้อีก 19 ราย ซึ่งจากการสนธิกำลังบูรณาการครั้งนี้ สามารถจับกุมแรงงานเถื่อนชาวเมียนมาได้รวมทั้งสิ้น 278 คน
พ.ต.อ.ภูมิชายสั่งการให้ พ.ต.ท.ทวี ภาน้อย ผบ.ร้อย ตชด.146 ด่านสิงขร สอบสวนจัดทำประวัติกลุ่มแรงงาน และประสานเจ้าหน้าที่สาธารณสุขมาเก็บตัวอย่างตรวจเชื้อโควิด-19
เบื้องต้นพบว่าแรงงานเถื่อนบางรายเคยทำงานในประเทศไทย แต่เดินทางกลับบ้านหลังมีสถานการณ์โควิด-19 เมื่อ 2 ปีก่อน ล่าสุดเดินทางมาจาก รัฐยะไข่ เมาะลำไย มะริด ทวาย ย่างกุ้ง ต้องการเดินทางกลับไปทำงานในโรงงานที่กรุงเทพฯ, สมุทรสาคร และโรงงานสับปะรด ใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ แต่ทางการไทยยังไม่เปิดด่าน จึงจ่ายเงินค่าเดินทางให้กับแก๊งนายหน้าที่มีผู้ร่วมขบวนการทั้งคนไทยและชาวเมียนมา โดยยอมรับว่าในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศเมียนมายังมีปัญหาจากโรคระบาด ตลอดจนปัญหาการสู้รบของชนกลุ่มน้อยกับทหารของรัฐบาล ทำให้ไม่มีงานทำ และไม่มีเงินเลี้ยงครอบครัว จึงหวังมาหางานทำในประเทศไทย โดยเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางไม่ต่ำกว่า 20,000 บาท และยังมีแรงงานชาวเมียนมาอีกหลายพันคนต้องการเดินทางเข้าประเทศไทย

ส่วนของผู้นำพาสารภาพว่า ได้รับว่าจ้างจากนายหน้าที่ จ.สมุทรสาคร ให้มาขนแรงงานต่างด้าวไปส่งตามจุดนัดพบในจังหวัดนครปฐม สมุทรสาคร และกรุงเทพฯ ตาม ออร์เดอร์ โดยได้รับค่าจ้างหัวละ 2,000 บาท โดยมีรถในทีมทั้งหมด 5 คัน เป็นรถกระบะติดลูกกรง และรถกระบะติดตู้ทึบลักษณะเหมือนรถขนส่งสินค้าเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ ซึ่งทำมาแล้ว 5 ครั้ง และในแต่ละครั้งนายหน้าแจ้งว่าได้เคลียร์เจ้าหน้าที่ตามเส้นทางต่างๆ ไว้หมดแล้ว คันละ 5,000 บาท พร้อมกับให้นำเอาสติ๊กเกอร์รูปเหยี่ยวและรูปเสือ มีตัวอักษร Happy Lunar New Year 2022 และ Share Black Stories 391 มาติดที่บริเวณกระจกหน้ารถเพื่อเป็นสัญลักษณ์
ที่น่าตกใจคือในการขนแรงงานเถื่อนครั้งนี้พบมีรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีขาว ทะเบียน กค 6989 ประจวบคีรีขันธ์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนด้านหน้า มีสติ๊กเกอร์เคลียร์เส้นทางที่กระจกรถด้านหน้า ใช้ภาพเหยี่ยว ภาพเสือ หมายเลข 391 เป็นรถวิ่งนำทางเป็นหัวขบวน ซึ่งภายในรถพบกระเป๋าถือ แบรนด์เนมยี่ห้อหลุยส์ วิตตอง หมวกแก๊ปสีน้ำเงินติดโลโก้กรมการปกครอง กระบองไฟที่ใช้ตั้งด่านตรวจ บัตรนักศึกษามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช มีรูปถ่าย เครื่องครัวสำหรับประกอบอาหารและสัมภาระอื่นๆ
จากการตรวจสอบพบว่าเป็นของนาง วันเพ็ญ ขาวคง อายุ 45 ปี ผญบ.หมู่ 5 บ้านดอนทราย ต.เกาะหลัก อ.เมือง ขณะที่การสอบสวนชุดจับกุมยืนยันว่าเป็นรถคันที่นำขบวนแรงงานเมียนมาเข้ามาในไทย โดยมีนายชัยยุทธ น้อมนอม อายุ 46 ปี สามีเป็นคนขับมีผู้ใหญ่บ้านหญิงนั่งมาในรถด้วย ตอนจับกุมทั้งสองก็อยู่ด้วยแต่ได้อาศัยช่วงชุลมุนหลบหนี ไปได้
ขณะที่นางวันเพ็ญให้การกับคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงระดับอำเภอ ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้าแรงงานเถื่อน แต่บุตรชายนำรถเก๋งไปใช้ในวันเกิดเหตุ แต่ตำรวจก็มี ทั้งหลักฐานจากวงจรปิดและผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ จนขอศาลจังหวัดประจวบ คีรีขันธ์ ออกหมายจับนางวันเพ็ญ ก่อนเดินทางไปจับกุมตัวทั้งคู่ได้ที่บ้านพัก ซึ่งเจ้าตัวยังยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องด้วย
คดีนี้เชื่อว่าน่าจะมีผู้ร่วมขบวนการอยู่เบื้องหลังอีก ไม่ใช่แค่ผู้ใหญ่บ้านหญิงเพียงคนเดียวแน่นอน โดยเฉพาะประเด็นสติ๊กเกอร์เคลียร์ทางที่มีข้อมูลว่ารับกันหลายหน่วย
นางวันเพ็ญไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐรายแรกที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการขนแรงงานเถื่อน ส่วนเจ้าตัวจะกระทำผิดจริงตามที่ถูกกล่าวหาหรือเป็นผู้บริสุทธิ์ คงเป็นหน้าที่ของศาลยุติธรรมเป็นผู้ตัดสิน
เจริญ อาจประดิษฐ์
พิมพร อยู่รุ่ง
เรื่อง/ภาพ