1.ว่าที่เจ้าบ่าวฆ่า‘หมอปอ’
น.ส.นนทิญา ครัวจัตุรัส หรือ หมอปอ อายุ 25 ปี เจ้าพนักงานทันตสาธารณสุข รพ.สต.สลุย จ.ชุมพร ถูกยิงตาย เมื่อสายวันที่ 19 ธ.ค. สร้างความเศร้าสลดใจให้กับคนรู้จักและครอบครัว ด้วยเจ้าตัวเสียชีวิตก่อนจะถึงวันวิวาห์กับแฟนหนุ่มที่รู้จักมาตั้งแต่เด็กเพียง 5 วัน คดีนี้ไม่ทันข้ามวัน ตร.ก็จับคนร้ายได้ แต่เมื่อปมเหตุและผู้ต้องหาถูกเผยโฉมออกมา ยิ่งสร้างความตื่นตะลึง ด้วยผู้ก่อเหตุคือ นายรณชัย ปานชาติ หรือ เก่ง อายุ 26 ปี เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอหลังสวน แฟนหนุ่มของ หมอปอ โดยมี น.ส.นฤมล ช่วยสมบัติ หรือ น้องมล อายุ 23 ปี กิ๊กของนายเก่ง เป็นคนหาปืนและขับรถรับส่งระหว่างก่อเหตุ
นายเก่งให้การว่าไม่ต้องการแต่งงานกับหมอปอแล้วแต่ฝ่ายหญิงไม่ยอมยกเลิกงาน จึงงัดห้องเข้าไปจ่อยิงว่าที่เจ้าสาวจนตาย แต่ตำรวจคาดว่าปมน่าจะมาจากเรื่องเงินสินสอด 1 ล้านบาทและทองคำ 10 บาท ซึ่งยังไม่ทราบไปเก็บไว้ที่ใด
2.ฆ่า‘ผอ.อ้อย’
หลังการหายตัวไปอย่างปริศนาของ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี หรือ ผอ.อ้อย ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ พร้อมรถเก๋งโตโยต้า วีออส ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. พ่อ-แม่และญาติๆ มั่นใจว่า ร.อ.ศุภชัย ภาโส หรือ ‘ผู้กองเหน่ง’ นายทหารสังกัดกรมทหารราบ ที่ 6 อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี มีส่วนรู้เห็นด้วยอย่างแน่นอน โดยผอ.อ้อยแจ้งก่อนจะหายตัวไปว่าจะไปทวงเงินในค่ายทหาร จึงนำเรื่องเข้าร้องเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยเหลือ กระทั่งตร.สืบพบว่าเจ้าตัวนำรถเก๋งของผอ.อ้อยไปขายต่อที่อู่รถแห่งหนึ่งในจ.อุบลราชธานี รวมทั้งมีการทำธุรกรรมการโอนเงินผ่านระบบออนไลน์ไปยังหมายเลขบัญชีผู้กองเหน่งหลายครั้ง
หลังช่วยกันระดมค้นหานานกว่า 90 วัน กระทั่ง 23 ต.ค. จึงพบโครงกระดูก เสื้อผ้าและนาฬิกา ของผอ.อ้อย ถูกทิ้งอยู่ห่างจากฐานปฏิบัติการ กองร้อยทหารพรานที่ 2305 อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี แม้จะเชื่อว่าสาเหตุของการฆาตกรรมเพราะต้องการล้างหนี้ แต่เรื่องราวที่แท้จริงก็ยังเป็นปริศนา ด้วยไม่มีคำให้การใดๆ ออกจากปากผู้กองเหน่ง
3.‘น้องเมย’นักเรียนเตรียมทหารดับ
การเสียชีวิตของนักเรียนเตรียมทหาร ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ น้องเมย เมื่อบ่ายวันที่ 17 ต.ค. สร้างแรงสะเทือนต่อวงการทหารมากที่สุดแห่งปี เนื่องจากครอบครัวคลางแคลงใจถึงสาเหตุการเสียชีวิต ว่าเจ้าตัวไม่เคยมีอาการเจ็บป่วยมาก่อน แต่มาป่วยหลังถูกลงโทษหรือธำรงวินัย อีกประการมาจากไดอารี่ที่น้องเมยเขียนและคำพูดก่อนตายที่บอกว่า “อย่าไว้ใจผู้พัน” จึงตัดสินใจแอบนำศพไปส่งชันสูตรอีกครั้งทำให้พบข้อมูลที่น่าตกใจ เรื่องราวถูกเปิดเผยต่อสื่อ จากปากครอบครัวที่ออกมาเรียกร้องให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการโรงเรียนเตรียมทหาร ออกมาชี้แจงเหตุที่นำสมอง หัวใจ อวัยวะลูกชายออกจากร่างโดยไม่ใส่กลับคืนและไม่บอกกล่าว เมื่อ 21 พ.ย. การออกมาพยายามชี้แจงของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กลับทำให้ภาพลักษณ์ทางฝั่งทหารแย่ลงไปอีก จึงมีคำสั่งตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวน กระทั่ง วันที่ 15 ธ.ค. ก่อนแถลงข่าวสรุปว่า เกิดจากหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน และการสั่งลงโทษต่างๆ ไม่เป็นเหตุทำให้เสียชีวิต ซึ่งทางครอบครัวโต้ว่าทำใจไว้แล้ว และจะนำผลการชันสูตรที่ได้จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ใช้เป็นหลักฐานแจ้งดำเนินคดีเองต่อไป
4.ฆ่าฝังสามเณรปลื้ม
คดีสะเทือนขวัญที่นำไปสู่การกวาดล้างผลประโยชน์ภายในวัดดังเมืองนครศรีธรรมราช เริ่มต้นขึ้นเมื่อญาติ แจ้งตำรวจสภ.เมืองนครศรีธรรมราช ให้ช่วยติดตามหาตัวสามเณรปลื้ม วัย 17 ปี บวชอยู่ที่วัดวังตะวันตก ต.ท่าวัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช หลังหายตัวไปตั้งแต่ช่วง ม.ค. ปี 2560 ผ่านมาถึง 5 เดือน ตร.จึงได้พยานที่ระบุว่าสามเณรปลื้ม ถูกฆ่าฝังดินโบกปูนทับอยู่ภายในวัดนั่นเอง ตร.นำ นายสุริยา กุศลสุข อายุ 18 ปี และ พระเด่น มาสอบสวนจนรับสารภาพก่อนนำไปขุดศพสามเณรปลื้ม ที่ลานตะเคียน ซึ่งมีการโบกปูนปูพื้น นำพระพุทธรูปมาตั้งไว้เพื่ออำพราง
พระเด่นรับว่าหลังจากก่อเหตุแล้วจึงมาบวชเป็นพระ ส่วนสาเหตุคาดมาจากสามเณรปลื้มไปรู้เห็นพฤติการณ์บางอย่างของพระและกลุ่มผลประโยชน์ในวัดจึงถูกฆ่าปิดปาก ต่อมา ตร.จับกุม น.ส.ปิยฉัตร อรุณสกุล หรือ เจ๊บิว อายุ 40 ปี ในฐานะผู้บงการภายหลังคลี่คลายคดี ทางการส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาจัดระเบียนทั้งเรื่องค่าเช่าจอดรถและแผงพระ เป็นการล้างอิทธิพลในวัดให้หมดไป
5.ลุงวิศวะยิงโจ๋
นับเป็นคดีที่คนในสังคมให้ความสนใจกันอย่างกว้างขวางอีกคดี สำหรับคดีที่ นายสุเทพ โภชน์สมบูรณ์ อายุ 50 ปี หรือ ลุงวิศวะ ก่อเหตุยิง นายนวพล ผึ่งผาย หรือ ปอนด์ อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่ง คาท้องถนนย่านอ่างศิลา ชลบุรี เมื่อค่ำวันที่ 4 ก.พ. โดยมีต้นเหตุจากการมีปากเสียงกันแค่เรื่องจอดรถขวาง ลามไปจนถึงการขับรถไล่ตาม และลงมาชกต่อย สุดท้ายก็รุนแรงถึงขั้นยิงกันจนเสียชีวิต เพราะนอกจากรายละเอียดที่เกิดขึ้น ยังมีคลิปทั้งช่วงก่อนและระหว่างเกิดเหตุ จนกระแสสังคมวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา
คดีนี้ตำรวจสั่งดำเนินคดีทั้ง 2 ฝ่าย ลุงวิศวะถูกแจ้งข้อหาฆ่าโดยเจตนา ขณะที่ตัวกลุ่มวัยรุ่นคู่กรณี 3 คน ถูกแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกาย และขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ ส่วนคนขับรถตู้ก็โดนข้อหาด้วย เนื่องจากมีส่วนสนับสนุนให้เกิดเหตุรุนแรงขึ้น ล่าสุดคดียังอยู่ในชั้นศาล
6.ผกก.จ้างฆ่าทอมบอย
คดีสยองข้ามปีที่มีผู้ต้องหาเป็นนายตำรวจระดับพ.ต.อ. เกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำวันที่ 13 ธ.ค. 2559 โดยนายบุญชู พลไธสง เข้าแจ้งความที่ สน.หนองค้างพลู ว่า น.ส.สุภัคสรณ์ พลไธสง หรือ หญิง บุตรสาวซึ่งมีลักษณะเป็นทอมบอย ถูกอุ้มหายไปคาดว่าจะเกิดเหตุร้าย เนื่องจาก น.ส.กรรณิกา หรือ ดาว กรุมรัมย์ อายุ 38 ปี นักร้องในร้านอาหารที่ลูกสาวทำงานอยู่ ซึ่งมีนายตำรวจระดับผู้กำกับติดพันให้ข้อมูลว่าลูกสาวถูกผกก.อุ้มไปสั่งสอน เพราะไม่พอใจเรื่องคบหากับตน รวมทั้งเรื่องที่เอาเงินไป 4 ล้านบาท
คดีนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ตั้งคณะทำงานคลี่คลายคดี เดินหน้าหาเบาะแสข้อเท็จจริงของคดีโดยมุ่งไปที่เรื่องชู้สาวเป็นหลัก จนเมื่อวันที่ 11 ม.ค.2560 ก็พบศพสาวทอมถูกฆ่าฝังไว้ที่หลังรีสอร์ตร้างแห่งหนึ่ง ริมแควน้อย ต.หนองหญ้าปล้อง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี รวมทั้งออกหมายจับผู้ต้องหา 8 คน ก่อนติดตามจับกุมได้บางส่วนรวมทั้ง พ.ต.อ.อำนวย พงษ์สวัสดิ์ ผกก.สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ผู้จ้างวาน นายสนอง สมสิทธิ์ กำนัน ต.ลาดบัวขาว อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี และ น.ส.กรรณิกา นักร้องสาว
7.แก๊งกามน้ำเพียงดิน
คดีจับกุมขบวนการค้ากามครั้งใหญ่ ที่สร้างแรงสะเทือนจากบ้านน้ำเพียงดิน จ.แม่ฮ่องสอน มาจนถึง อบต.บ้านใหม่ จ.นนทบุรี เริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือน มี.ค. เมื่อแม่พาลูกสาวเข้าร้องเรียนที่กองบังคับการปคม. ให้ดำเนินคดีกับ ด.ต.ยุทธชัย ทองชาติ หรือ ด.ต.ยุทธ กับกลุ่มแม่เล้าวัยรุ่น ที่บังคับลูกสาวกับเด็กหญิงอีกหลายรายให้ค้าประเวณี ขณะที่เจ้าตัวปฏิเสธทั้งหมด โต้ว่าแม่เด็กไม่พอใจที่เคยถูกจับ แต่เมื่อยิ่งสาวลึกลงไปก็มีตัวละครเพิ่มขึ้น ทั้งที่เป็นคนธรรมดา ตำรวจ ข้าราชการ นักการเมืองท้องถิ่น จนนำมาสู่การออกหมายจับผู้ต้องหาซื้อกามนับ 10 คน รวมทั้งนายวสุ ผันเงิน นายก อบต.บ้านใหม่ ที่ทางเหยื่อกามให้ข้อมูลว่าเป็นผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอน จนทำให้ผู้ว่าฯตัวจริงถูกตั้งกรรมการสอบก่อนจะพ้นมลทิน ขณะที่เจ้าตัวปฏิเสธว่าไม่เคยเดินทางไปที่ จ.แม่ฮ่องสอน ต่อมามีข่าวว่าอัยการสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาบางรายที่ซื้อบริการ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาชี้ขาดของอัยการสูงสุด
8.ฆ่าหนุ่ม‘มะปิน’ชิงไอโฟน
กลางดึกวันที่ 4 ม.ค. สองคนร้ายก่อเหตุ ใช้มีดปาดคอฆ่า นายวศิน เหลืองแจ่ม หรือ มะปิน อายุ 26 ปี อดีตพนักงานภาคพื้นสนามบิน ที่บริเวณปากซอยสุคนธสวัสดิ์ 27 แขวงและเขตลาดพร้าว กทม. ในท้องที่ สน.โคกคราม สาเหตุเพราะต้องการชิงมือถือไอโฟน 7 ของผู้ตาย กล้องวงจรปิดจับภาพนาทีสยองเอาไว้ได้ทั้งหมด ในเวลาไล่เลี่ยกันตำรวจก็รับแจ้งมีเหตุชิงทรัพย์อีก 2 คดี ในพื้นที่ต่อเนื่องกัน ตำรวจไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดจนไปสิ้นสุดที่หมู่บ้านเอื้ออาทร อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงไปตรวจสอบก่อนจับกุม นายกิตติกร หรือ ตั้ม วิกาหะ อายุ 26 ปี และ นายสุพัฒชัย หรือ เอ็กซ์ จันทร์ศรี อายุ 25 ปี
นายกิตติกรสารภาพว่าเป็นคนใช้มีดจี้ชิงทรัพย์แต่ผู้ตายต่อสู้มีดเลยไปถูกคอไม่ได้ตั้งใจฆ่า วันที่ 31 พ.ค. ศาลอาญา อ่านคำตัดสินประหารชีวิตผู้ก่อเหตุทั้งสองคน
9.โจ๋กร่างยกพวกตื้บอริคาร.พ.
กลางดึกวันที่ 5 พ.ย. เกิดเหตุระทึกขวัญขึ้นภายในห้องฉุกเฉิน ร.พ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เมื่อจู่ๆ แก๊งวัยรุ่นนับ 10 คน บุกเข้าไปไล่ทำร้ายหนุ่มคู่อริที่นอนอยู่บนเตียงคนป่วย ซ้ำยังยิงปืนขึ้นฟ้าประกาศศักดาที่หน้าร.พ.อีกนับสิบนัด พ.ต.อ.สุรพงษ์ ไทยประเสริฐ รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร รรท.ผกก.สภ.กระทุ่มแบน นำกำลังรุดไปตรวจสอบพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. ที่คนร้ายยิงทิ้งไว้หน้าร.พ.เกลื่อนรวม 12 ปลอก
เหตุอุกอาจครั้งนี้มีหลักฐานสำคัญเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดของโรงพยาบาล ตำรวจจัดชุดไล่ล่าและกดดันผ่านครอบครัว กระทั่งจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมดรวม 13 คน แยกเป็น 11 คน ที่บุกเข้าไปในโรงพยาบาล ส่วนอีก 2 คน ที่เหลือเป็นคนที่ยิงปืนข่มขู่หน้าร.พ. ประวัติแต่ละคนล้วนไม่ธรรมดา ก่อเหตุอาชญากรรมยาวเป็นหางว่าว หลายคนยังมีหมายจับติดตัวด้วย
10.จาก‘ไซซะนะ’โยงถึง‘เบนซ์ เรซซิ่ง’
จุดเริ่มต้นของการบุกทลายเครือข่าย นายไซซะนะ แก้วพิมพา ราชายาเสพติดชาวลาว เริ่มขึ้นเมื่อตำรวจตามแกะรอยความเคลื่อนไหวเจ้าตัว จนได้ข้อมูลว่าเครือข่ายนี้มีทั้งดารานักร้อง ไฮโซฯคนดัง รวมทั้งลูกหลานนักการเมือง มีส่วนเข้าพัวพันด้วย มากบ้างน้อยบ้าง หรือไม่ก็เกี่ยวโดยไม่รู้ตัว กระทั่งได้เบาะแสว่านายไซซะนะเดินทางมาท่องเที่ยวที่ภูเก็ต และเตรียมขึ้นเครื่องกลับประเทศที่สนามบินสุวรรณภูมิในวันที่ 19 ม.ค. ตร.ปส.จึงนำกำลังไปควบคุมตัวได้คาสนามบิน หลังได้ตัวตร.ปส. ก็เปิดปฏิบัติการ ‘ชัยยะสยบไพรี 60’ ประสานงานไปยังตำรวจประเทศลาว ให้ตรวจสอบขยายผล ก่อนตามลุยค้นบ้านพักและโรงแรมทั้งในไทยและลาวกว่า 80 จุดทั่วประเทศ โดยยึดซูเปอร์คาร์และรถหรูของนายไซซะนะ ได้กว่า 20 คัน ยึดทรัพย์ที่เกี่ยวข้องเป็นมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท
รวมทั้งจับกุมผู้เกี่ยวข้องอีกหลายราย รวมทั้ง นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ ‘เบนซ์ เรซซิ่ง’ สามีดาราสาว ‘แพท’ ณปภา ตันตระกูล สุดท้ายเบนซ์ ถูกตั้งข้อหาร่วมฟอกเงิน หลังไม่สามารถอธิบายที่มาของเงินที่เอามาซื้อรถลัมโบร์กินีได้ชัดเจน









