ช่วงนี้แก๊งคอลเซ็นเตอร์อาละวาดหนักมือ มีมาหลากหลายรูปแบบ ทั้งอ้างเป็นบริษัทขนส่ง อ้างเป็นตำรวจและเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ มีเหยื่อเป็นชาวบ้านที่หลงเชื่อโอนเงินไปให้ สร้างความเสียหายจำนวนมาก แม้กระทั่ง พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท.หรือตำรวจไซเบอร์ ยังเจอแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทร.มาหลอกลวง

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร.
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) หรือศูนย์ PCT ไดัประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่กัมพูชา จับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์รายใหญ่ ที่หัวหน้าแก๊งเป็นชาวจีน มาตั้งฐานอยู่ในประเทศกัมพูชา ทั้งหลอกคนไทยให้ไปเป็นเหยื่อทำงานกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศกัมพูชาได้ แต่ก็เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นที่จับได้
ทาง พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าภัยคุกคามออนไลน์มีมากขึ้น ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ที่สร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชน สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนและครบวงจร ตลอดจนสร้างการรับรู้ไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ

เตือนแก๊งโรแมนซ์สแกม
พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้สั่งการในเรื่องนี้ตั้งแต่มารับตำแหน่ง ผบ.ตร.ช่วงแรกๆ และได้เน้นย้ำว่าการสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน หรือ Cyber Vaccine ต้องทันต่อรูปแบบของอาชญากรรมที่เปลี่ยนไปด้วย ที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง
มีมาตรการด้านการปราบปราม มีการระดมกวาดล้างจับกุมอย่างต่อเนื่อง มีการจับกุมคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตั้งแต่ 1 ม.ค.2564 จนถึงปัจจุบัน 10,818 คดี ผู้ต้องหา 10,584 คน รวมมูลค่าความเสียหายหลายพันล้านบาท

แฉ 14 กลโกง
ขณะเดียวกันการประชาสัมพันธ์เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชนได้รับรู้ถึงพฤติกรรมของคนร้าย นับตั้งแต่ปี 2564 ตร.มีการจัดทำคลิปวิดีโอเตือนภัยตามรูปแบบของอาชญากรรม จำนวน 57 คลิป ภาพอินโฟกราฟิก 214 ภาพ เนื้อหาประชาสัมพันธ์จำนวน 274 เนื้อหา ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เช่น YouTube, Facebook ขณะนี้มียอดชมกว่า 20 ล้านครั้ง และจะเพิ่มการประชาสัมพันธ์ทางข้อความ SMS ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ให้ความรู้แก่ประชาชนใน 14 รูปแบบอาชญากรรมทางออนไลน์ ได้แก่
1.หลอกขายของออนไลน์ 2.คอลเซ็นเตอร์ (Call Center) ข่มขู่ให้เกิดความกลัว 3.เงินกู้ออนไลน์ ดอกเบี้ยโหด 4.เงินกู้ออนไลน์ ที่ไม่มีจริง (เงินกู้ทิพย์) 5.หลอกให้ลงทุนต่างๆ 6.หลอกให้เล่นพนันออนไลน์ 7.ใช้ภาพปลอมหลอกให้หลงรักแล้วโอนเงิน (Romance scam) หรือหลอกให้ลงทุน (Hybrid scam) 8.ส่งลิงก์ปลอมเพื่อหลอกแฮ็กเอาข้อมูลส่วนตัว

เตือนพนันออนไลน์
9.อ้างเป็นบุคคลอื่นเพื่อหลอกเอาข้อมูลส่วนตัว 10.ปลอม Line, Facebook หรือ Account หลอกยืมเงิน 11.ข่าวปลอม (Fake news)- ชัวร์ก่อนแชร์ 12.หลอกลวงเอาภาพโป๊เปลือยเพื่อใช้แบล็กเมล์ 13.โฆษณาชวนไปทำงานต่างประเทศแล้วบังคับให้ทำงานผิดกฎหมาย และ 14.ยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีธนาคาร (บัญชีม้า) ซึ่งเข้าข่ายเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวต่อว่า ได้แต่งตั้ง คณะทำงานเสริมสร้างภูมิคุ้มกันต้านภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยมี พล.ต.ท. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าคณะ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชน ตลอดจนสถาบันการศึกษาโดยคณะทำงานจะเข้าไปบรรยายให้ความรู้เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ให้กับนักเรียน นักศึกษา ที่เป็นเยาวชน เพื่อช่วยในการขับเคลื่อนการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

7 ข้อจับผิดคนร้าย
ขอฝากประชาชนอย่าไปหลงเชื่อใครง่ายๆ เมื่อเงินยังอยู่กับเรา คิดก่อนโอน อย่าโอนไว อย่าโอนเงินให้กับคนที่ไม่รู้จัก อย่าเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลทางสื่อสังคมออนไลน์ ขอให้ตั้งสติ รวบรวมข้อมูลให้ได้มากที่สุด นำข้อมูลมาปรึกษาเจ้าหน้าที่ของรัฐในพื้นที่หรือแจ้งข้อมูลได้ที่สายด่วนของศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ที่หมายเลข 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง สายตรง 08-1866-3000 ในวัน เวลาราชการ
อดิศร จิตตเสวี เรื่อง/ภาพ