เหตุการณ์ปล้นทองที่ อ.พบพระ จ.ตาก สร้างความหวาดผวาให้กับทั้งชาวบ้านและผู้ประกอบการในพื้นที่ ด้วยพฤติกรรมที่อุกอาจ รุนแรงถึงกับมีผู้เสียชีวิต
เรื่องราวของคดีนี้เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 12 ก.พ. พล.ต.ต.ปกปภพ บดีพิทักษ์ ผบก.ภ.จว.ตาก พ.ต.อ.รัฐศรัณย์ เกตุสิงห์สร้อย ผกก.สภ.พบพระ พ.ต.อ. ธีระพัฒน์ ธารีไทย ผกก.สส.ภ.จว.ตาก ร.ต.อ.สุวรรณ สุวรรณทา ร้อยเวรสอบสวน สภ.พบพระ
นำกำลังตรวจสอบเหตุคนร้ายบุกปล้นร้านทอง ชื่อห้างทองกรุงเทพ 4 พบพระ ถนนสายดอนเจดีย์-วาเล่ย์ หมู่ที่ 1 ตำบลพบพระ จังหวัดตาก ใกล้กับทางเข้าออกหน้าโรงพยาบาลอำเภอพบพระ

ตร.ตรวจร้านทอง
ที่เกิดเหตุเป็นห้างทองขนาดใหญ่ตั้งอยู่ย่านใจกลางอำเภอพบพระและเป็นย่านชุมชนคนหนาแน่น และพบภายในร้านทองดังกล่าวถูกอาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบขนาดยิงใส่กระจกหน้าร้านเป็นรูกระสุนจนทำให้กระจกหน้าร้านแตกละเอียด นอกจากนี้ ยังพบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นลูกค้าทราบชื่อว่านายชิอาก่า อายุ 30 ปี ชาวเมียนมาซึ่งเป็นลูกค้าที่มาซื้อทองในระหว่างเกิดเหตุถูกยิง ที่หน้าอกซ้าย 1 นัด ได้รับบาดเจ็บ อาการสาหัส ถูกช่วยเหลือ นำตัวส่งโรงพยาบาลอำเภอพบพระแต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยคนร้ายได้ทองรูปพรรณไปทั้งสิ้น 182 บาท
จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นวินาทีคนร้ายชาย 3 คน แต่งกายคล้ายชุดชาวสวน สวมเสื้อแขนยาวคลุม อีกหนึ่งชั้น พร้อมสวมหมวกนิรภัยเต็มใบปิดบังอำพรางใบหน้า สวมรองเท้าบู๊ตทางการเกษตร ขับรถยนต์กระบะโตโยต้าตอนเดียวมาจอดที่ด้านหน้าร้านทองดังกล่าว

วงจรปิดขณะลงมือ
จากนั้นคนร้ายทั้งสามคนลงจากรถยนต์ แล้วเปิดฉากใช้อาวุธปืนพกที่ติดตัวมายิงเข้าไปในร้านทองหลายนัด ซึ่งขณะนั้นภายในร้านทองมีเจ้าของร้านทองยืนขายทอง 2 คน และมีลูกค้ามาซื้อทอง 3 คน จังหวะนั้นเจ้าของร้านได้ใช้ปืนยิงต่อสู้กับคนร้ายแต่สู้ไม่ได้ต้องถอยไปหลบหลังร้าน
คนร้ายใช้ค้อนเหล็กตรงเข้าทุบกระจกหน้าร้านทองจนกระจกแตก แล้วคนร้ายทั้งสามได้รีบวิ่งเข้าไปในร้านทองอย่างรวดเร็ว พร้อมกวาดทองคำรูปพรรณใส่กระเป๋าที่เตรียมมาโดยใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที เมื่อลงมือเสร็จจึงวิ่งออกจากร้านทองตรงไปขึ้นท้ายรถยนต์กระบะที่จอดสตาร์ตเครื่องทิ้งไว้
ตำรวจตรวจสอบเส้นทางพบว่าหลบหนีมุ่งหน้าชายแดนไทย-เมียนมา
ที่น่าเศร้าคือนายชิอาก่า ลูกค้าร้านทองที่ต้องมาเสียชีวิต จากการปล้นครั้งนี้ แต่ที่น่าตกใจกว่าคือนายชิอาก่า ถูกกระสุนปืน ของฝ่ายเจ้าของร้านทองยิงใส่ด้วยเข้าใจผิดว่าเป็นพวกโจรที่มาปล้น

รถคนร้าย
หลังติดตามแกะรอยตลอดทั้งคืน ในที่สุดตำรวจก็พบรถกระบะโตโยต้า ทะเบียน บง 1910 กำแพงเพชร ที่คนร้ายใช้ขับมา ก่อเหตุแล้วขับหลบหนี นำรถไปจอดทิ้งไว้บนถนนเส้นทางหมู่บ้านผากะเจ้อ หมู่ 9 ต.พบพระ อ.พบพระ ห่างจุดเกิดเหตุไปประมาณ 6 ก.ม. ก่อนติดตามไปยึดรถยนต์กระบะโตโยต้า สีขาว ทะเบียน บธ 5330 ตาก ต้องสงสัยได้อีก 1 คัน หลังพบจอดทิ้งไว้ริมลำห้วย วาเล่ย์ ท้ายหมู่บ้านยะพอ ห่างจากจุดที่พบรถคันแรกไปประมาณ 8 ก.ม.

โฉมหน้าทีมปล้น
ชุดสืบสวนแกะรอยจากทะเบียนรถต้องสงสัยจนทราบว่า เป็นของนายวรพงษ์ แซ่เท้า อายุ 23 ปี จึงขอศาลออกหมายจับ ก่อนคุมตัวมาสอบสวนขยายผลทราบว่าคดีนี้คนร้ายมีการวางแผน การปล้นมาเป็นอย่างดี หลังก่อเหตุใช้รถยนต์กระบะสองคันในการหลบไปแนวชายแดน คนร้ายทั้งสามคนอำพรางใบหน้าโดยการ สวมหมวกนิรภัยเต็มใบ ถอดเสื้อผ้าและอุปกรณ์การปล้นทิ้งลงลำห้วยวาเล่ย์ ท้ายหมู่บ้านยะพอ ก่อนทั้งสามจะหลบหนีข้ามไปฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน

สอบผู้ต้องหา
โดยนายวรพงษ์ทำหน้าที่จัดหาอาวุธปืนให้ทีมปล้นและมีหน้าที่ มารับรถยนต์กระบะโตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน บธ 5330 ตาก ที่กลุ่มคนร้ายทั้งสามขับหลบหนีมาจอดทิ้งไว้ที่แนวชายแดน แต่แผนการเกิดผิดพลาดเนื่องจากตำรวจและทหารตรวจพบรถยนต์คันดังกล่าวเสียก่อนที่นายวรพงษ์จะมาถึง โดยคนร้ายทั้งสามประกอบด้วย นายคึ แซ่ท้าว อายุ 22 ปี นายเต้อ แซ่ท้าว อายุ 23 ปี และนายวิชัย แซ่ว่าง อายุ 31 ปี ซึ่งหลบหนีอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านพร้อมทองที่ปล้นมา
แม้จะยังไม่ได้ตัวทีมปล้น แต่ก็รู้ตัวหมดแล้ว ย้อนกลับมา เมื่อไหร่ไม่รอดแน่
เกียรติศักดิ์ เนตรทอง
เรื่อง/ภาพ